เจเศรษฐ์ สั่งกรมโยธาฯ วิศวกรปูพรมตรวจบ้าน-สะพาน-ถนน เร่งประเมินความเสียหาย ดูแลความปลอดภัย เดินหน้าฟื้นฟูน้ำท่วมน่าน
เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจ.น่านว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมตั้งแต่ระดับกระทรวงถึงพื้นที่ โดยนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ขานรับนโยบายเร่งด่วน มุ่งเน้นการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างต่อเนื่อง
พร้อมมอบหมายนายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นำทีมลงพื้นที่ ร่วมกับ นายนรินทร์ กวางทอง ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง และ นายมงคล เขาเหิน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน เพื่อประสานการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ล่าสุด วันนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เริ่มดำเนินการตามแผนแล้ว โดยส่งเจ้าหน้าที่และทีมวิศวกรลงพื้นที่ทั้ง อ.ปัวและอ.ท่าวังผา จ.น่าน เพื่อเดินหน้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
หลังจากก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่นำร่องเพื่อวางแนวทางและซักซ้อมรูปแบบการทำงานร่วมกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน โดยประเมินอย่างครอบคลุมทั้งความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล และระบบสุขาภิบาล พร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าของบ้านเกี่ยวกับแนวทางซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อป้องกันอันตรายและสร้างความมั่นใจก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยต้องเดินหน้าให้เร็ว แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะบ้านคือพื้นที่ที่ประชาชนต้องกลับไปใช้ชีวิตหลังผ่านสถานการณ์น้ำท่วม การตรวจสอบจึงต้องตอบให้ชัดว่า บ้านหลังไหนปลอดภัย บ้านหลังไหนต้องซ่อม และต้องซ่อมอะไรบ้าง
เราต้องทำให้การฟื้นฟูเดินหน้าไปพร้อมกับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงเข้าไปสำรวจแล้วจบ แต่ต้องนำข้อมูลความเสียหายไปสู่การประเมินราคา การซ่อมแซม และการช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด เป้าหมายคือทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปัวและท่าวังผากลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 24 ส.ค.เป็นต้นไป กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เริ่มกระจายทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางที่ได้จากการสำรวจนำร่องเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การประเมินความเสียหายของบ้านเรือนในอำเภอปัวและอำเภอท่าวังผาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ผลการสำรวจจะถูกจัดทำเป็น ฐานข้อมูลประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้าง เพื่อส่งต่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ประกอบการจัดทำประมาณการค่าซ่อมแซม รวมถึงเร่งรัดกระบวนการอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ ให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
หนึ่งในแนวทางสำคัญของการตรวจสอบครั้งนี้ คือการประเมินและจัดระดับความเสี่ยงของอาคารให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าใจผลการตรวจสอบได้อย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
สีเขียว – ใช้งานได้ อาคารมีความปลอดภัยในระดับที่สามารถกลับเข้าใช้งานได้ตามผลการตรวจสอบ
สีเหลือง – ต้องตรวจสอบหรือเฝ้าระวังเพิ่มเติม พบประเด็นที่ต้องติดตาม ตรวจสอบรายละเอียด หรือดำเนินการซ่อมแซมบางส่วนก่อนใช้งานตามความเหมาะสม
สีแดง – มีความเสี่ยง ห้ามเข้าใช้งาน พบความเสียหายหรือความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตราย ต้องงดการเข้าใช้งานจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยเพิ่มเติม
นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า การจัดระดับดังกล่าวจะช่วยให้การประเมินบ้านเรือนเป็นไปใน มาตรฐานเดียวกัน และทำให้ประชาชนทราบสถานะของบ้านตัวเองได้อย่างชัดเจนว่า สามารถกลับเข้าอยู่ได้หรือจำเป็นต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม
ภารกิจฟื้นฟู อ.ปัว และ อ.ท่าวังผา จ.น่าน จึงเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการทำงานเป็นทีมตั้งแต่ระดับนโยบาย หน่วยงานส่วนกลาง ไปจนถึงทีมปฏิบัติการในพื้นที่ จากสำรวจความเสียหาย สู่ประเมิน–ซ่อมแซม–ช่วยเหลือโดยมีทีมวิศวกรและข้อมูลความเสียหายจริงเป็นฐานสำคัญ เพื่อให้ทุกบ้านได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม และพี่น้องประชาชนสามารถกลับคืนสู่การใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด