วิกกี้ สุนิสา เล่าวีรกรรมวันแรกเจอ ข้าวโพด สมิทธินันท์ ไม่ถูกชะตา ก่อนกลายเป็นเพื่อนซี้ เคยเตือนเรื่อง “โดนยืมเงิน” แต่เพื่อนไม่ฟัง จนสูญเงินกว่า 100 ล้าน
ควงคู่กันมาออกรายการ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่องวัน 31 ถึงความผูกพันธ์ที่เป็นเพื่อนกันมาครึ่งชีวิต สำหรับ วิกกี้ สุนิสา เจทท์ ที่ย้อนกลับไปในวันแรกที่เจอหน้าของ “ข้าวโพด สมิทธินันท์” ไม่ชอบ นุ่งกระโปรงสั้นท้าทายกฎระเบียบ พร้อมเจอประโยคทักทายแบบเด็กนอกว่า “เห็นเพื่อนบอกเธอเป็นนางเอกเหรอ?” ด้านข้าวโพดยังได้มาอัพเดตคดีเพื่อนสาวยืมเงินไปว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว
อัพเดตคดีความหน่อย?
ข้าวโพด : 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นการตรวจดูพยาน เอกสารต่างๆ แต่มันก็มีความอึดอัดนิดนึงที่ต้องไปเจอคู่กรณี แล้วจะไปอีก ก็รอไปสืบพยาน เราก็ต้องเตรียมตัวให้ดี อีกครั้งประมาณ 28 มิถุนาปีหน้า ซึ่งถามว่าเราปลงไหม คือข้าวโพดสามารถทริคตัวเอง คือถ้าเรามาคิดแต่เรื่องเดิมๆ พูดถึงเรื่องคดีตลอดเวลา มันก็ไม่สามารถมูฟออนในชีวิตได้ ข้าวโพดเชื่อว่าตอนนี้เรากำลังปลงอยู่ ว่ามันก็อีกสักพักนึงนะ แต่พอถ้ามันถึงใกล้ๆ วัน กลางปีหน้า เราอาจจะต้องมาเตรียมตัวอีกทีนึง เราก็อาจจะมาอินเรื่องนี้อีกทีนึง
แต่ตอนนี้เราก็ปล่อยวางก่อน ทำมาหากินก่อน เพราะเรามีลูก มีคุณสามี มีเพื่อน เราก็เบรคเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะว่าถ้าคิดแต่เรื่องนี้ (แต่มีข่าวออกมาว่าทางคู่กรณีจ่ายให้คนที่เขาไม่ได้ฟ้องร้องก่อน?) ถามว่าเราเห็นข่าวไหม คือข้าวโพดต้องบอกก่อนว่ามันมีผู้เสียหายจำนวนมาก ในข่าวที่เราเห็นกันปกติ เพราะว่าบางคนเราก็ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครบ้าง ก็จะมีกลุ่มที่เขาคุยกันเองนอกรอบ แล้วก็จะมีกลุ่มของข้าวโพดเอง ที่ใช้กระบวนการกฎหมายในการต่อสู้ ซึ่งมันเป็นสิทธิที่เราเพิ่งกระทำได้ เพราะนี่ตามหมายศาลก็ได้เขียนแล้วว่า เค้าชำระเงินเลยก็ได้ เพราะในหมายศาลก็ระบุว่าแต่ละคนมีจำนวนเงินเท่าไหร่ เขาสามารถทำได้เลยวันนี้ หรือเขาอาจจะทำตอนที่ศาลสั่งก็ได้
และความรู้สึกเราเป็นยังไง เขาจ่ายคนที่ไม่ฟ้องร้องแต่เราเป็นคนฟ้องเขา?
ข้าวโพด : บอกเลยว่าเราเป็นมนุษย์คนนึง รักโลภโกรธหลง ถามว่าน้อยใจไหม มันมีอยู่แล้ว ความรู้สึกมนุษย์ อย่างแรกเลยมันไม่แฟร์ แต่โพดก็คิดอีกอย่างหนึ่งว่า อีกกลุ่มหนึ่งเขาอาจจะ จำนวนเงินไม่ได้เยอะเท่าเรา เพราะว่าของพวกเรา มันรวมแล้วเป็น 100 ล้าน เพราะว่ากลุ่มที่เป็นข่าวรวมๆ กันแล้วเท่าที่ทราบมา เกือบ 10 ล้าน
สรุปแล้วมันเป็นเงินที่ยืม หรือเงินที่เอาไปลงทุน?
ข้าวโพด : โพดไม่ได้อยากใช้ความคิดของตัวเองเป็นคนตัดสิน ข้าวโพดอ่านจากหมายศาล ทางโน้นเขาโดน 3 คดี อันแรก พรก.กู้ยืมเงิน แบบฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ อันที่สองคือฉ้อโกงประชาชนกว่า 10 คนขึ้นไป อันที่สามคือปลอมแปลงเอกสาร และถ้าหมายศาลออกมาในรูปแบบนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้ในการยืมเงิน
แต่กระแสตีกลับ ว่าเราเป็นคนให้ยืมเงินเองเพราะว่าเป็นเพื่อนสนิท?
ข้าวโพด : ก็อย่างที่โพดเล่าไป ตามที่หมายศาลเขียนไว้ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นการยืมเงิน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริง แต่ที่ยอดเยอะๆ มันไม่ได้เกิดจากการยืมเงิน เพราะว่าเราให้เขา ยืมเงิน และยืมบัตรเครดิต แต่เราไม่ได้พูดถึง มันเป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน และบัตรเครดิต จำนวน 2 ล้านกว่า โพดให้ยืมเอง ซึ่งตอนแรกจะไม่เป็นคดี แต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนว่าเราจะทำยังไงกับเรื่องนี้
แล้วความหวังที่เราจะได้เงินคืนทั้งหมดมันยังมีอยู่ไหม?
ข้าวโพด : เราไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวย โพดกับวิกกี้ เราทำธุรกิจมาด้วยกัน 12 ปี กว่าจะขายครีม ขายน้ำหอม ทุกอย่างมันเหนื่อยมาก เราก็หวังว่าเราจะอยากได้เงินคืน เพราะมันเป็นจำนวนมหาศาล แต่ถ้าไม่ได้คืน เราก็คิดว่าเราซื้อความโง่ โทษตัวเองว่าโลภเอง อันนี้พูดตรงๆ เราต้องพูดว่าการลงทุนน่ะมีความเสี่ยง เราไปไว้ใจคนมากเกินไป จนหน้ามืดตามัว และไม่เช็คให้ดี มันก็ต้องเป็นบทเรียนในชีวิต ถ้าเราไม่ได้คืนในส่วนของตรงนี้ คิดว่าเป็นบทเรียนของชีวิตแล้วกัน แล้วหวังว่าเป็นบทเรียนให้หลายๆ คน เอาข้าวโพดเป็นอุทาหรณ์ ไว้ใจคนมากไป เพราะว่าถ้าอะไรๆมันมากเกินไป เราก็ควรจะระมัดระวัง
“จะเอาให้เสียชื่อเสียง จนไม่มีทางทำมาหากิน” รู้สึกยังไงกับประโยคนี้?
ข้าวโพด : ข้าวโพด มองจุดนี้ เราอาจจะเป็นคนเสียงดัง พูดโผงผาง อันนี้คือเรื่องจริง แต่ข้าวโพดเป็นคนให้ใจเพื่อน เป็นคนรักเพื่อน ให้แบบเกิน 100 ให้แบบเกินตัว ข้าวโพดมีเพื่อนที่พูดกันแบบตรงๆ ดีกว่ามีเพื่อนหน้าไหว้หลังหลอก ส่วนคำว่า “คนล้มอย่าข้าม” ข้าวโพดอยากบอกทุกคน ใครล้ม ข้าวโพดทำงานสุจริต เพื่อนๆ ทำงานสุจริต หาเงินมาด้วยความยากลำบาก เราเองสิเป็นคนล้ม เราอยู่ของเราดีๆ
แต่พอมันเกิดเหตุการณ์นี้ มันเหมือนเราถูกถีบสองขาให้ล้ม คนล้มไม่ใช่อีกฝ่ายหนึ่ง คนที่ล้มคือเราต่างหาก อยากให้ทุกคนปรับทัศนคติตรงนี้นิดนึง และเค้าทำของเค้าเอง และที่เค้าบอกว่าช่องทางทำมาหากินเค้าน้อยลง แต่มันก็คือการกระทำของเค้าเองจนทำให้เค้าต้องมาถึงจุดตรงนี้เอง ไม่ได้มีใครมาบอกให้เขาทำแบบนี้กับเพื่อนของเขา แต่มันเป็นการตัดสินใจของเขาเอง ทำให้เขามาสู่จุดนรกของชีวิตของเขาเอง แต่ข้าวโพดโดนกระทำ ซึ่งตัวเลขของข้าวโพด จาก 100 กว่าล้าน แต่ในระยะเวลาสามปีที่โดนยืมเงินไป เค้าก็ได้คืนมาบางส่วน จนตอนนี้ก็เหลือประมาณ 28 กว่าล้าน แล้วที่ผ่านมาไม่ได้ดอกเบี้ย เหมือนไม่ได้อะไร
วิกกี้รู้สึกยังไงกับสิ่งที่เพื่อนเจอ?
วิกกี้ : คิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ คือโพดเป็นคนละเอียด เป็นคนฉลาด
ข้าวโพด : คือมิจฉาชีพ คอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้กินฉันหรอก แต่อีคนใกล้ตัว กลับมาทำร้ายฉัน เราแพ้เพราะว่าเขาเป็นเพื่อน
วิกกี้ : ตอนนี้เขาหายร้องไห้แล้ว คือเขาเป็นคนที่ค่อนข้างวางแผนชีวิตมาโดยตลอด อยากมีครอบครัวแบบไหน อยากท่องเที่ยวรอบโลกแบบไหน เป๊ะ เขาอยากให้ชีวิตเขาเป็นไปตามแผนที่เขาวาง เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่เขาผิดหวังคือเรื่องความไว้ใจ
สามีเราว่ายังไงบ้าง?
ข้าวโพด : คือเราทะเลาะกันบ้านแตก โพดกับสามี ไม่เคยทะเลาะกันใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน สามีเราร้องไห้ทุกวัน เพราะว่านอกจากที่โพดสนิทกับเขาแล้ว สามีเราก็สนิทกับสามีเขา ลูกเราก็สนิทกับลูกเขา สนิทกันทุกระดับ เขารู้สึกเฟล เขาเตือนเราแล้ว เขาเห็นเราโอนเงินทุกวัน เขาบอกว่าให้เราระวัง แต่เราไม่ฟังเขา เพราะมันมาถึงจุดนี้ การที่เราไม่ฟังสามี ทำให้เขารู้สึกเฟล
ย้อนวินาทีมีหัวใจเคยกอดคู่กรณีร้องไห้ด้วยกัน?
ข้าวโพด : เรามีความรู้สึกสงสัย ว่ามันจะครบปีแล้ว ทำไมเงินมันยังไม่ได้ ไปสืบในหลายด้าน มีหลักฐาน 100% และให้เพื่อนในกลุ่มดู ก็เลยโทรไปถามเขา มันเกิดอะไรขึ้นวะ เขาก็ร้องไห้ออกมาเลย บอกว่า เราต้องคุยกัน เล่าเรื่องอวตารเรื่องนึง จำได้ว่าพี่หนิงก็ได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ซึ่งเราเห็นใจเขามาก และแกเห็นใจเขาหรือเปล่า
หนิง : กูเป็นพิธีกร และโยนมาขนาดนี้
ข้าวโพด : แกว่าเรื่องนั้นมันน่าเห็นใจไหม
หนิง : ก็สุดอ่ะ

ข้าวโพด : แต่ตอนนั้นที่ได้ยินเรื่องนั้นเสร็จ ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราจับมือไปด้วยกัน เราหาใหม่ ร้องไห้ยิ่งกว่ามันอีก เพราะว่าเราเชื่อเรื่องนี้ 100% เรายังอัดเทปไว้เลย เสียงเราร้องไห้เหมือนผีบ้า แต่มันไม่สามารถปล่อยออกอากาศได้ นอกจากไม่ยอมรับความจริงอะไรหลายๆ อย่าง เนื้อประมาณว่า ทำไมเค้าถึงไว้ใจเขา ทำไมเค้าถึงต้องมาถึงจุดนี้ เพราะว่าการฟ้องร้อง มันเป็นจุดอิ่มตัว ที่ข้าวโพดไม่สามารถฟังนิทานอวตารได้แล้ว เพราะว่าเรื่องที่เค้าเล่ามา มันทำให้เราเข่าอ่อน ร้องไห้ไปกับเขา เราจะช่วยเพื่อนยังไง และเงินที่มันเอาของเพื่อนเราไป เราจะเอาคืนยังไง ไม่ให้มันโดนรังแก และมาทราบทีหลังว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะว่าได้คุยกับหลายท่านที่เขาได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน รวมไปถึงเส้นทางการเงิน มันก็ไม่ได้เป็นตามที่เค้าเล่า ตอนแรกเราก็จับกลุ่มกันเล็กๆ เพื่อสู้กันไป แต่ในทุกอาทิตย์มันมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น
วิกกี้ ได้เตือนเพื่อนไหม?
วิกกี้ : คือโพดเขาเป็นคนรักเพื่อน เขาเห็นแต่ด้านดีเสมอ ไม่ใช่แค่บุคคลคนนี้ ถามว่าเราเตือนเขาไหม กี้ต้องบอกก่อนว่าเราโตมาและครอบครัวเราก็มีดราม่ามาเยอะ กี้ทำงานมาแต่เด็ก เราก็ได้เห็นคนหลายแบบ มันทำให้เรามองโลกในแง่ลบ เราจะระวังไว้ก่อน มีกำแพงสูงมาก ถ้าเราทำแบบนี้เราจะอยู่รอด ถามว่าเคยเตือนตรงๆ ไหม ก็มีคอมเม้นต์ แต่เราก็มองว่าคนนี้ทำให้เพื่อนเรามีความสุขในระยะยาว ก่อนจะมาลงทุน เขาเป็นเฟรนด์ชิพกัน แล้วเวลาเจอกัน ถ้าไม่คิดอะไร เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เป็นคุณแม่ที่ตั้งใจทำงาน เราก็ก็ถามเป็นระยะระยะ เรามั่นใจในการตัดสินใจของเขา
ข้าวโพด : ดูหน้าตาทันคน แต่เปล่าเลย
วิกกี้ : มันเป็นเฟรนด์ชิพที่ค่อนข้างหลายปี ไม่ใช่มันเพิ่งเกิดขึ้น
ข้าวโพด : รู้จักกันมาแปดปี สนิทกันขึ้นมาทันที ไปเที่ยวต่างประเทศ
แต่กับวิกกี้สนิทมา 28 ปี แต่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้อยากสนิทเรา?
วิกกี้ : ใช่ สมัยนั้นก็คือยังไม่รู้จัก ตอนอายุ 19 ตอนเรียน กี้เป็นคนตรงเวลา เป็นเด็กเรียน หลังห้อง ตอนนั้นเป็นดาราแล้ว แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาใส่กระโปรงสั้นมาก สั้นกว่าที่กำหนด ตัดแบบเฉียง เสื้อสั้นๆ ดูเสียงดัง ซึ่งตอนนั้นอาจารย์กำลังสอน
ข้าวโพด : ก็เพิ่งกลับมาจากอเมริกา ร้อนวิชา พูดไทยไม่เป็น
วิกกี้ : อยู่กับผู้ชายฝรั่ง ไม่มีผู้หญิง กูมองอยู่ สักพักมันก็เงียบ และเป็นแบบนี้ทุกวัน ก็เลยชะโงกไปดู สรุปหลับ หลับแบบไม่สนใจใคร ตื่นมาก็เอิ้กอ๊าก เราก็สังเกตเขาในทุกวัน แต่งหน้าแรง สำเนียงเป็นอเมริกัน เป็นเด็กนอก จนวันนึงพักเบรคกินข้าว เขาก็เดินเข้ามาหาเราด้วยน่าสงสัย แต่ด้วยหน้าเขาแรงอยู่แล้ว มาถามเราว่า เพื่อนบอกว่าแกเป็นดารา ดังป่ะ เล่นเรื่องอะไร พูดเหมือนหาเรื่อง แต่เขาถามด้วยความสงสัยจริงๆ เราก็ตอบกลับไปว่าค่ะ มารู้ตอนหลังว่าเราก็เป็นเด็กที่จบมาจากอเมริกาเหมือนกัน เค้าก็บอกว่าดีใจเพราะเขากำลังหาเพื่อนที่มาจากที่เดียวกันไทป์เดียวกัน
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/w0sD5Ag1PMQ?si=mDZOPfyPamRLpNSx




