ครูวัย47สุดช้ำ โดนเพื่อนครู5คนลอยแพ หลังเซ็นค้ำเงินกู้ให้ ปล่อยให้แบกหนี้แทน16ล้าน เผยเพื่อนครูเบี้ยวไม่จ่าย ไม่เข้ากระบวนการประนอมหนี้ ยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงจ่ายหนี้ แต่กลับได้เงินเลี้ยงชีพเดือนละเกือบ 2 หมื่น ไปเป็นครูเอกชน ใช้ชีวิตสุขสบาย
วันที่ 25 ส.ค.69 นางภิมร์ลภัส หรือครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงิน และเซ็นค้ำประกันเงินกู้สถาบันการเงิน และต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการถูกฟ้องร้อง ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครู 5 คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ แต่ครูคนที่กู้ได้ผิดนัดชำระ จนปี 2565 โดนธนาคารฟ้องร้อง
โดยครู 2 คนแรกที่ถูกฟ้องไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ ทำให้ครูติ๋ว ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำรวมเกือบ 1 ล้านบาท
โดยถูกหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,900 บาท จนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องชำระทั้งหนี้ของตัวเอง ยังต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนเพื่อนครูที่ยอมเป็นบุคคลล้มละลายอีก จนเกิดความเครียดสะสมและล้มป่วยเส้นเลือดสมองแตกต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ และที่ขอนแก่นนานเกือบเดือน ทุกวันนี้ยังต้องไปตรวจรักษาตามนัดต่อเนื่อง
ต่อมาปี 2568 ได้รับหมายศาลกรณีค้ำประกันเงินกู้ครูรายที่ 3 ซึ่งไม่ชำระหนี้ตามสัญญาและยอมเป็นบุคคลล้มละลายเช่นกัน มาฟ้องให้ชำระหนี้แทนผู้กู้อีกกว่า 4 ล้านบาท และล่าสุดปี 2569 ทางธนาคารได้รวมยอดหนี้ทั้งของครูที่กู้และของตนเองที่กู้ต้นสังกัดไปปิดหนี้ธนาคาร ฟ้องเรียกเงินจากตนเองเพียงคนเดียวรวมยอดหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า 16 ล้านบาท เนื่องจากเพื่อนครูที่ตนเองเซ็นค้ำให้ทั้ง 4 คน ยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เหลือตัวเองเพียงคนเดียวที่ยังรับราชการ
ตนมองว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะครูทั้ง 4 คนจะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ยังได้รับเงินเลี้ยงชีพจากกองพิทักษ์ทรัพย์เดือนละ 18,000 บาท แถมยังทำหน้าที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชน บางคนมีธุรกิจบ้านเช่า และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างสุขสบาย ต่างจากตนเองซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน แต่กลับต้องรับภาระจ่ายหนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนเงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ต้องไปหยิบยืมคนอื่น
ตอนนี้เครียดมาก บางครั้งก็คิดไม่อยากอยู่ต่อเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบ แต่ก็สงสารลูกสาวที่ยังอยู่ในวันเรียน ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ. รมว.กระทรวงศึกษาฯ (สมัยนั้น) รวมถึงคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศึกษาธิการจังหวัดให้หาแนวทางช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด
ครูติ๋ว ยังพูดพลางน้ำตาคลอเบ้าและเสียงสั่นเครือว่า ตามหลักกฎหมายอาจจะทำอะไรครูทั้ง 4 คนไม่ได้ เพราะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ความเป็นจริงครูยังมีเงินเลี้ยงชีพเดือนละเกือบ 2 หมื่น และมีรายได้ทางอื่นอีก ได้มีจิตสำนึกรับผิดชอบหนี้ของตัวเองด้วย เพราะตอนนี้ตนและครอบครัวเดือดร้อนมาก
โดยวันที่ 9 ก.ย.69 ที่จะถึงนี้ ก็ต้องเดินทางไปเจรจาประนอมหนี้กับกองพิทักษ์ทรัพย์ แต่สุดท้ายหากไม่มีทางเลือก และต้องถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ตนก็ต้องออกจากราชการครูขาดรายได้ และจะทำให้ครูอีก 2 คนที่ค้ำประกันให้ต้องได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย จึงอยากเรียกร้องให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ หาแนวทางช่วยเหลือด้วย

