เช็กลิสต์ “ถั่ว 4 ประเภท” ที่ควรหลีกเลี่ยง-จำกัดปริมาณในการทาน ช่วยลดความเสี่ยงต่อ “สุขภาพของตับ” หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่ายิ่งกินเยอะ ยิ่งดี
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ แม้ “ถั่วและเมล็ดพืช” จะจัดเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ไม่ใช่ทุกชนิดหรือทุกวิธีการปรุงที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะสุขภาพของตับ
หลายคนนิยมรับประทานถั่วและเมล็ดพืชเป็นของว่างในแต่ละวัน โดยมองว่าเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม เส้นแบ่งระหว่างอาหารที่มีประโยชน์กับอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายนั้นอาจบางกว่าที่คิด หากเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมคุณภาพ มีเชื้อรา หรือผ่านกระบวนการปรุงที่ไม่เหมาะสม รวมถึงรับประทานในปริมาณมากเกินไป ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อตับได้

ต่อไปนี้คือ ถั่วและเมล็ดพืช 4 ประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการบริโภค เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของตับ
1. ถั่วหรือเมล็ดพืชดิบที่อาจมีสารพิษตามธรรมชาติ
ถั่วและเมล็ดพืชบางชนิดที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปอย่างเหมาะสม เช่น อัลมอนด์ขม อาจมีสารประกอบที่สามารถปลดปล่อยไซยาไนด์ได้เมื่อเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหาร ซึ่งสารไซยาไนด์เป็นสารพิษอันตรายและอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย
การได้รับสารพิษในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักในการกำจัดสารดังกล่าว รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และในกรณีรุนแรงอาจเกิดอาการชักได้
นอกจากนี้ เมล็ดพืชบางชนิดอาจมีสารประกอบจากพืชที่ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หรืออาการแพ้ได้หากบริโภคมากเกินไป ดังนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปและการให้ความร้อนอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดพืชดิบที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือวิธีการผลิต

2. ถั่วและเมล็ดพืชที่ปรุงรสเค็มจัด
ถั่วอบเกลือ เมล็ดแตงโม หรือเมล็ดทานตะวันที่ปรุงรสเข้มข้น แม้จะเป็นของว่างยอดนิยม แต่การรับประทานอย่างต่อเนื่องในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมสูงเกินความจำเป็น
การได้รับโซเดียมมากเกินไปมีความเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงและอาจเพิ่มภาระให้กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะไต นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคตับ ควรควบคุมปริมาณโซเดียมอย่างใกล้ชิดตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
โซเดียมที่มากเกินไปยังอาจทำให้เกิดภาวะกักเก็บน้ำ ส่งผลให้ร่างกายบวมและเกิดความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่ได้
3. ถั่วและเมล็ดพืชที่มีเชื้อรา
ถั่วลิสง ข้าวโพด เมล็ดพืช และธัญพืชต่าง ๆ หากเก็บรักษาในสถานที่ที่มีความชื้นสูง อาจเกิดเชื้อราและสร้างสารพิษอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษที่มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ
สิ่งที่ควรระวังคือ อะฟลาทอกซินมีความทนทานต่อความร้อนในระดับหนึ่ง และการปรุงอาหารด้วยอุณหภูมิตามปกติอาจไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด หากได้รับสารนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของตับ โรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ
ดังนั้น หากพบว่าถั่วหรือเมล็ดพืชมีลักษณะขึ้นรา มีกลิ่นผิดปกติ สีเปลี่ยนไป หรือเสื่อมสภาพ ควรทิ้งทันที และไม่ควรพยายามนำมารับประทานหลังผ่านการล้างหรือปรุงสุก

4. ถั่วทอดหรือผลิตภัณฑ์ถั่วสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
ถั่วลิสงทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบน้ำผึ้ง หรือถั่วเคลือบน้ำตาล เป็นของว่างที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่กระบวนการทอด การเติมน้ำตาล และการใช้สารปรุงแต่งต่าง ๆ อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มีปริมาณพลังงาน ไขมัน และน้ำตาลเพิ่มสูงขึ้น
การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันสะสมในตับ หรือโรคไขมันพอกตับ ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ปริมาณแคลอรีที่สูงยังอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด
อย่างไรก็ตาม ถั่วและเมล็ดพืชยังคงเป็นอาหารที่มีสารอาหารและไขมันดีต่อร่างกาย หากเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม โดยควรเลือกชนิดที่สด สะอาด ไม่มีเชื้อรา ไม่เค็มหรือหวานจัด และควบคุมปริมาณการบริโภคให้พอดี เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางโภชนาการโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
ที่มา SOHA