2ผู้ประกอบการ เปิดใจทั้งน้ำตา สูญหลายล้าน ไฟเผาไม่เหลือ หมดทั้งชีวิต หวั่นไร้เงินทุนเริ่มใหม่ เผยปักหลักค้าขายกว่า 10 ปี ตั้งแต่ยุคไม่มีหลังคา-แอร์-พัดลม ฝ่าทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว และโควิด แต่ครั้งนี้หนักที่สุด วอนรัฐเร่งเยียวยาให้มีทุนต่อลมหายใจครอบครัว

วันที่ 29 ส.ค.2569 ที่ศูนย์อำนวยการ ภายในวัดพระพิเรนทร์ สองผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา คือ นางสาวกัญจณา อายุ 38 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด และ นางสาววาสนา อายุ 45 ปี ผู้ประกอบการร้านคาร์แคร์และอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ด้วยอาการที่อยู่ในสภาพสะเทือนใจและนั่งเศร้าหมอง ทั้งคู่ได้แต่พูดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำสิ้นเนื้อประดาตัว

นางสาวกัญจณา และ นางสาววาสนา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า แม้ที่ผ่านมาจะเคยผ่านมรสุมชีวิตมาหลายรูปแบบ ทั้งเหตุการณ์น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือแม้กระทั่งวิกฤตโควิด-19 ที่ว่าหนักหนาจนเกือบเอาตัวไม่รอด ก็ยังพอฟื้นตัวและผ่านพ้นมาได้ แต่เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิต

”พูดได้คำเดียวว่าไม่เหลืออะไรเลย หมดชีวิตเลย เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้ รับตัวเองไม่ได้จริงๆ” นางสาวกัญจณากล่าว

โดยทั้งสองคนประกอบอาชีพขายของอยู่ที่คลองถมเซ็นเตอร์มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ยุคที่พื้นที่ยังไม่มีหลังคา ไม่มีแอร์ และไม่มีพัดลม ต้องอดทนค้าขายกลางอากาศร้อนๆ จนกระทั่งพัฒนามาเรื่อยๆ ที่นี่จึงเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างและเป็นแหล่งทำมาหากินหลักของครอบครัว

จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้น ร้านของ นางสาวกัญจณา ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่จำหน่ายอุปกรณ์ไฟทุกชนิด ทั้งโซลาร์เซลล์ ไฟสปอตไลต์ ป้ายไฟ LED และอินเวอร์เตอร์แปลงไฟ มูลค่าสินค้าต่อชิ้นค่อนข้างสูง ตั้งแต่ระดับร้อยบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท คาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3-4 ล้านบาท

ขณะที่ นางสาววาสนา และร้านค้าข้างเคียงต่างก็ได้รับความเสียหายหลักล้านบาทเช่นเดียวกัน เพราะสินค้าถูกเพลิงไหม้วอดวายทั้งหมดจนเหลือแต่ตัว

โดยในคืนเกิดเหตุ ทั้งคู่เล่าว่าได้เดินทางกลับบ้านตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศูนย์การค้าเริ่มปิดทำการ โดยปกติร้านของพวกตนจะเป็นร้านที่ปิดช้าที่สุด จนกระทั่งทราบข่าวว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่ก็ไม่กล้าเดินทางเข้ามาดูในทันที เพราะรู้ดีว่าคงไม่เหลืออะไรแล้ว พอได้มาเห็นสภาพร้านในวันรุ่งขึ้นที่มีแต่กลุ่มควันและกลิ่นเถ้าถ่าน ก็ถึงกับเข่าทรุดและทำใจมองไม่ได้

เมื่อถามถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ นางสาวกัญจณา ระบุว่า จุดต้นเพลิงอยู่ห่างจากร้านของตนไปประมาณ 6-8 ล็อก บริเวณชั้น 1 ซึ่งในฐานะแม่ค้าขายอุปกรณ์ไฟฟ้า รู้ดีถึงอันตรายและความเสี่ยงเรื่องระบบไฟ จึงมีสติและระมัดระวังเป็นพิเศษ

และตลอดเวลา มีการติดตั้งสวิตช์ตัดไฟ พร้อมดึงสวิตช์ลงทุกครั้งก่อนปิดร้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมถึงไม่มีการเสียบปลั๊กหรือหม้อแปลงทิ้งไว้แน่นอน

ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือการเริ่มต้นใหม่ นางสาวกัญจณา และ นางสาววาสนา ระบุว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค้าขายยากลำบากอยู่แล้ว บางวันขายได้ไม่คุ้มทุน หรือบางวันขายไม่ได้สักบาท การสูญเสียสินค้าและร้านค้าไปทั้งหมดทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินทุนเหลืออยู่เลย

หากจะให้ย้ายไปขายที่อื่น ก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะคลองถมเป็นแหล่งค้าขายดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงและมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหมุนเวียนมาซื้อ อยากวิงวอนขอความเห็นใจจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาร่วมช่วยเหลือและเร่งรัดมาตรการเยียวยา เพื่ออย่างน้อยให้ผู้ประสบภัยทุกคนพอจะมีเงินทุนก้อนใหม่ นำไปใช้ต่อลมหายใจและฟื้นฟูอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวต่อไปได้ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน