“ไอติม” แฉเพิ่ม 40 สว. พบสัญญาณโทรศัพท์รวมตัว ที่รร.ดัง กทม. เชื่อ หลักฐานเพียงพอส่งฟ้อง ด้าน ‘พนิดา’ เปิดเครือข่าย ‘เจเศรษฐ์’ เอี่ยว ปูดจ่ายเงินเป็นขั้นบันได วันทำโพยให้ 2 หมื่น เข้าวินจ่ายเพิ่ม 8 หมื่น หากเข้าเป้า 120 คน รับอีก 1 แสน
29 ส.ค. 69 – ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีผู้นำฝ่ายค้าน หัวข้อ เจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว. ว่า เมื่อไม่นานมานี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์มาว่า เตรียมจะมีมติชี้ขาด จะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. หรือไม่ในวันที่ 14 ก.ย.นี้
ซึ่งหลายคนมีการวิเคราะห์กันถึงเหตุผลว่าทำไมต้องเลื่อนออกไป หรือที่ต้องกำหนดวันดังกล่าว ทำให้เวทีนี้เป็นเวทีท้ายๆก่อนจะมีคำตัดสินของ กกต. แต่อย่างไรก็ตามเราจะเดินหน้าสื่อสารไปจนถึงวันสุดท้าย ซึ่งวันนี้ตนจะใช้โอกาสเสนอข้อมูลใหม่บางประการ

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ผู้ถูกกล่าวหาใน 229 คน เป็นรัฐมนตรี สส. และเป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ทั้งหมด 21 คน ในเวลานี้ ดังนั้นที่เรามีข้อกังวลจากคำสัมภาษณ์ของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ดูเหมือนจะหาทางลงเพื่อไม่ให้มีการสั่งฟ้องนักการเมืองเหล่านี้
ตนจึงขอตั้งคำถามว่า หลักฐานที่มีต้องชัดขนาดไหน กกต. ถึงจะสั่งฟ้องได้ มันถึงขั้นที่ต้องเห็นสลิปการโอนเงินต่างๆเลยหรือไม่ ตนขอบอกเลยว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น แต่หลักฐานในขั้นตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนของศาลที่จะบอกว่าคนนี้ผิดแน่นอนหรือไม่ผิด ดังนั้น หลักฐานที่ชัดเจนในขั้นตอนนี้ จะต้องเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริต
ดังนั้นตามกฎหมาย กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องตามหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต ดังนั้น อย่าเอามาตรฐานจากศาลมาใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เพราะในอดีตกกต. ยังเคยส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียงเพราะเห็นข้อความบนไลน์ไม่กี่ข้อความ
ดังนั้นถามว่า หลักฐานที่เราเปิดกันมาตั้งแต่เวทีแรกๆ วันนี้ยังไม่เพียงพอจริงหรือ ซึ่งหลักฐานต่างๆที่เราได้นำเสนอนั้นมันคือจิ๊กซอว์ที่ต้องเอามารวมกัน มีทั้งโพยใบสั่ง ผลคะแนน เส้นเงิน ประวัติการโทรต่างๆ เมื่อเอามารวมกันมันเห็นภาพชัดขึ้น และตนคิดว่า มันคือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ขบวนการที่เกี่ยวข้องกับ 200 กว่าคนเหล่านี้มีอยู่จริง
นายพริษฐ์ เปิดเผยอีกว่า วันนี้เรามีข้อมูล ของนักการเมืองที่ถูกกล่าวหามาเปิดเผย คนแรกตนขอกล่าวถึงนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตนกับนายนภินทร ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในรายการโทรทัศน์ และช่วงบ่าย นายนภินทร ได้ออกมาแถลงข่าว
ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมต้องบอกว่ามีทั้งข้อมูลที่ตรงกันได้ข้อยุติ แต่ก็มีข้อมูลที่ไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของนายนภินทร มีบางประเด็นที่ทำให้ตนรู้สึกสงสัยที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่มีการรวมตัวกันของบุคคลต่างๆกว่า 10 คนในห้องทำงานของนายนภินทร
ซึ่งตนได้ถาม นายนภินทร ว่ารู้จักกับคนที่มาเป็นสว.ในจังหวัดราชบุรีหรือไม่ นายนภินทรบอกว่ารู้จัก 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่ อ.บ้านโป่ง อีกคนหนึ่ง คอยช่วยเหลือเกี่ยวกับเกษตรกร สิ่งที่ตนสงสัยคือ ทำไมนายนภินทรไม่พูดตรงๆว่า รู้จักสองคนนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ ที่เคยเป็นที่ปรึกษาของตลาดศรีเมือง ซึ่งนายนภินทรเป็นเจ้าของ ทำให้มองว่า มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นายนภินทร
และสุดท้าย ที่ตนถามว่า มีผู้สมัคร สว. คนไหนไปอยู่ที่ กระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี แต่นายนภินทร กลับตัดบท บอกว่า คนมากระทรวงพาณิชย์เป็น 4-5 พันคน จะเกี่ยวข้องอะไรกับตน
เมื่อตนไปเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่า ไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ที่ไหน ที่มีหลักฐานว่าไปปรากฏตัวที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงาน แต่เป็นสองคนนี้ คือ 1. สว.ภาวนา จ.ราชบุรี ที่นายนภินทร ยอมรับว่า รู้จัก และ สว.วราภัสร์ จ.เพชรบุรี ที่ปรากฏชื่อในโพยใบสั่งแทบจะทุกใบ ตนขอถามไปยัง สว. 2 คนนี้ว่า วันดังกล่าวไปทำอะไรที่ กระทรวงพาณิชย์
นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า ที่ตน ระบุมานั้นไม่ใช่จะชี้ว่า ใครถูกใครผิด แต่เพื่อจะบอกว่า หลักฐานทั้งหมดเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริต
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลจริงๆตนอยากจะไปเปิดที่โรงแรมพูลแมน แต่เมื่อต้องย้ายสถานที่ไม่เป็นไรก็ได้เปิดเผยอยู่ดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในมือกกต. จะแน่นขนาดไหน ซึ่งที่ผ่านมา เราได้ยินมาเยอะในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรมพลูแมน ซึ่งหนึ่งในข้อมูลที่เราได้รับมาเกี่ยวกับพิกัดโทรศัพท์ ที่การโทรเข้าโทรออกของบุคคลนั้น ระบุได้ว่า อยู่บริเวณไหน มีข้อมูลว่ามี สว.จำนวน 40 คน ที่ปรากฏพิกัดโทรศัพท์อยู่ในบริเวณโรงแรมพูลแมน ในวันวันที่ 21 ก.ค.67
ซึ่ง 40 ชื่อนี้อยู่ใน 229 คน ที่คณะกรรมการชุดที่ 26 สั่งฟ้อง นี่คือหลักฐานที่น่าจะอยู่ในมือของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว อย่างที่ตนย้ำว่า เราเอาจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมารวมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าตกลงแล้วกระบวนการโกงสว.มีอยู่จริงหรือไม่ และเชื่อว่า ถ้าหน่วยงานมีหลักฐานนี้อยู่ในมือก็เชื่อว่าหลักฐานเพียงพอให้ กกต. ตัดสินใจสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปที่ศาล

จากนั้น น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง สว.อุทัยธานี กับนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งหลังจากที่ไปหาข้อมูล พบความสัมพันธ์ทั้งบุคคลที่เป็นผู้ช่วย ประวัติการทำงาน รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ โดยมีการอ้างถึง สว.อุทัยธานี 4 คน
เริ่มจาก นายอลงกต วรกี สว. ซึ่งเป็นอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี โดยปรากฏว่ามีประวัติการโทรศัพท์ 31 ครั้ง กับนายเจเศรษฐ์ และมีประวัติการโทรศัพท์ 3 ครั้ง กับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย
ยืนยันว่า การปรากฎประวัติโทรศัพท์ระหว่างการเลือก สว. ไม่ได้มีความผิด แต่แสดงให้เห็นเครือข่ายความสัมพันธ์ และตั้งคำถามถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ เช่น รัฐมนตรี ทั้งนี้ นายอลงกต มีอดีตผู้ช่วยดำเนินการ ที่ปรากฏชัดว่ามีความสนิทสนมกับคณะทำงานของนายเจเศรษฐ์
อีกบุคคลหนึ่งที่เป็น สว. และมีความสัมพันธ์กับนายเจเศรษฐ์ คือ นายสุทนต์ สว. ซึ่งพบว่า มีประวัติการโทรศัพท์กับนายเจเศรษฐ์ 7 ครั้ง และมีอีก 1 สายที่โทรคุยกับนายชาดา นอกจากนี้ นายสุทนต์ มีประวัติเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนายชาดา
บุคคลต่อมา คือ น.ส.สายฝน สว. ซึ่งมีผู้ชำนาญการ ที่คาดว่าเป็นเพื่อนกับบุคคลลงสมัคร สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย เพราะเคยมีการโพสต์เฟสบุ๊ก ระบุข้อความว่า ไม่เชียร์เพื่อนจะเชียร์ใคร ซึ่งผู้สมัครคนดังกล่าวก่อนที่จะได้รับเลือกเป็น สส. ก็เคยเป็นคณะทำงานผู้ชำนาญการของนายเจเศรษฐ์ เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ระหว่าง สว.สายฝน กับนายเจเศรษฐ์ 1 ครั้ง
คนถัดมาคือนายวันชัย สว. ถึงแม้ว่าจะไม่มีประวัติการโทรศัพท์ แต่อดีตผู้เชี่ยวชาญของสว.วันชัย ก็เคยเป็นคณะทำงานของนายเจเศรษฐ์ มาก่อน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า ในเอกสารบางชิ้น พบว่า รายการบุคคลที่ได้เป็นสว. ในจังหวัดอุทัยธานี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เคยไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นที่จัดทำโพยที่คลองสวนพลู รีสอร์ท จ.อยุธยา ก่อนที่จะถึงการเลือก สว. ระดับประเทศ ซึ่งเข้าใจว่าเจ้าของสถานที่ดังกล่าว มีความใกล้ชิดเป็นอย่างมากกับนายกฯ และกลุ่มพรรคการเมือง พรรคภูมิใจไทย
“มีพยานบางคนยืนยันว่าให้ข้อมูลว่านายอลงกต ได้พูดในงานดังกล่าวระหว่างที่มีการจัดทำโพย ว่า เรามารวมตัวกันจะมีคนผิดหวัง และสมหวัง หากผู้ใดผิดหวังจะหาตำแหน่งให้ และจะมีทีมงานมาดำเนินการว่าเราจะดำเนินการอย่างไร ขอให้เราเชื่อ” น.ส.พนิดา กล่าว
น.ส.พนิดา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลปรากฏว่า หลังจากการประชุมจัดทำโพย ได้มีการแจกเงินสดให้กับผู้เข้าร่วม คนละ 20,000 บาท พร้อมแจ้งว่าหากผลคะแนนเป็นไปตามโพย ก็จะได้รับเพิ่มอีก 80,000 บาท และหากสามารถทำให้มีผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สว. เกิน 120 คน จะได้อีกคนละ 100,000 บาท
