ฝันร้ายกลายเป็นจริง! แพทย์หญิงสหรัฐฯ สะดุ้งตื่นหลังรู้สึกมีบางอย่างพยายามมุดเข้าปาก ก่อนพบว่าเป็น ‘ค้างคาว’ รีบฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า พร้อมเตือนวิธีรับมือ

จากความฝันแปลก ๆ กลายเป็นเหตุการณ์ชวนผวาที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ แพทย์หญิง “คริสตา เอเดลแมน” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หลังฝันว่ามีหนูตัวเล็กพยายามมุดเข้าไปในปาก ก่อนจะพบว่าสิ่งที่กำลังสัมผัสริมฝีปากของเธอนั้นไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็น “ค้างคาว” ตัวจริง

เอเดลแมนเล่าผ่านอินสตาแกรมว่า ขณะอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอรู้สึก “เหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่บริเวณปาก” จึงเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัส และพบว่ามันมีลักษณะลื่นเล็กน้อย มีขน และเย็น ในตอนแรกเธอยังคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ แต่ไม่นานก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือค้างคาว ซึ่งกำลังพยายามมุดผ่านริมฝีปากและฟันเข้ามาในปากของเธอ

คริสตา เอเดลแมน

แพทย์หญิง “คริสตา เอเดลแมน” เล่านาทีสัมผัสบางอย่างที่ทั้งลื่น มีขน และเย็นบริเวณปาก ก่อนรู้ว่าเป็นค้างคาว – ภาพจาก IG : @kristaedelmanmd

ด้วยความตกใจ เอเดลแมนคว้าค้างคาวแล้วเหวี่ยงออกไปอีกฝั่งของห้องพร้อมกรีดร้อง ก่อนที่สามีของเธอจะหยิบไม้เบสบอลสำหรับเด็กขึ้นมาเตรียมจัดการกับมัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความรู้ทางการแพทย์ เธอรู้ว่าค้างคาวตัวดังกล่าวควรถูกเก็บไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปตรวจหา “เชื้อพิษสุนัขบ้า” ได้

เหตุการณ์นี้ยังกลายเป็นคำเตือนสำคัญ เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถติดต่อจากค้างคาวสู่มนุษย์ได้ แม้ค้างคาวส่วนใหญ่จะมีสุขภาพแข็งแรงและมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ แต่หากเป็นค้างคาวที่ติดเชื้อและเกิดการสัมผัสกับมนุษย์ก็อาจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะรอยกัดของค้างคาวที่อาจมีขนาดเล็กมากจนผู้ถูกกัดไม่ทันสังเกตเห็น

โชคดีที่ผลตรวจของค้างคาวในกรณีของเอเดลแมน “ไม่พบเชื้อพิษสุนัขบ้า” แต่เนื่องจากเธอสัมผัสกับค้างคาวโดยตรงและไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อน เธอจึงเดินทางไปห้องฉุกเฉินเพื่อรับการประเมินจากแพทย์ ก่อนเริ่มรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและอิมมูโนโกลบูลินเพื่อความปลอดภัย

เชื้อพิษสุนัขบ้า

เอเดลแมนสามารถจับค้างคาวใส่ถังไว้ เพื่อนำไปตรวจหา “เชื้อพิษสุนัขบ้า” – ภาพจาก IG : @kristaedelmanmd

เอเดลแมนจึงนำประสบการณ์ครั้งนี้มาแชร์เพื่อเตือนคนอื่น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเก่า ให้หมั่นตรวจสอบห้องใต้หลังคา ปล่องไฟ รวมถึงช่องเปิดต่าง ๆ รอบบ้าน เนื่องจากค้างคาวสามารถลอดผ่านช่องว่างขนาดเล็กเพียงประมาณ 1/4 นิ้ว หรือราว 6 มิลลิเมตรได้ และในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ อาจพบค้างคาวเข้ามาภายในบ้านมากขึ้น หลังพวกมันออกจากจุดพักอาศัยที่มีอุณหภูมิสูงเพื่อหาบริเวณที่เย็นกว่า

ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า หากตื่นขึ้นมาแล้วพบค้างคาวอยู่ภายในห้องนอน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า “เคยถูกกัดหรือสัมผัสกับค้างคาวหรือไม่?” ไม่ควรด่วนสรุปว่าไม่มีความเสี่ยง เนื่องจากรอยกัดอาจเล็กจนมองเห็นได้ยาก รวมถึงกรณีที่พบค้างคาวในห้องที่มีเด็กหรือบุคคลที่ไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเกิดการสัมผัสขึ้นหรือไม่ ก็ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง

เชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า

ค้างคาวเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถเป็นพาหะของเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าได้ – ภาพจาก IG : @kristaedelmanmd

นอกจากนี้ หากพบค้างคาวภายในบ้าน ไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสหรือพยายามจัดการด้วยตัวเอง แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ พร้อมตรวจสอบประตู หน้าต่าง ห้องใต้หลังคา และช่องว่างรอบบ้านให้ปิดสนิท เพราะสำหรับเอเดลแมนแล้ว เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความฝันว่ามี “หนูมุดเข้าปาก” กลับกลายเป็นประสบการณ์จริงที่เธอคงไม่อยากฝันถึงซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Krista Edelman, MD (@kristaedelmanmd)

ที่มา: nypost

อ่านข่าวเพิ่มเติม: เผยเคส เด็กชายแคนาดาวัย 11 ตื่นมาเจอค้างคาวเกาะหน้า ก่อนเสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้า หลังเข้ารับการรักษาเพียง 17 วัน เมื่อ 2 ปีก่อน แพทย์ออกมาเตือนถึงอันตราย ควรพบแพทย์ทันที

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน