วุฒิสภา 135 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “เอกนิติ” ยัน จำเป็นเร่งด่วน สู้วิกฤตเศรษฐกิจโลก ทุกโครงการโปร่งใส-ตรวจสอบได้-ไม่มีโกง
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 13.00 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า ขอบคุณทุกความเห็น ทุกข้อสังเกตของสมาชิกที่มีทั้งความเห็นที่แตกต่างและสอดคล้องกัน ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพราะวิกฤตครั้งนี้ต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต เพราะตัวเลขเศรษฐกิจ ไตรมาส 2 ยืนยันได้ว่า ถ้าไม่มีพ.ร.ก.ฉบับนี้ วิกฤตจะหนักมาก เพราะวิกฤตรอบนี้มาเป็นระลอกๆ เป็นวิกฤติพลังงาน ไม่รู้จะจบเมื่อไร
โดยระลอกแรก วิกฤตน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้น 60-70% ระลอกสอง วิกฤตของแพง จากค่าขนส่งแพงขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3% ระลอกสาม การบริโภคภาคเอกชนติดลบ ทำให้คนตกงาน ธุรกิจปิดตัว เริ่มเห็นสัญญาณกันแล้ว วิกฤตระลอกนี้จะหนักมาก จะเป็นแผลเป็นเศรษฐกิจที่ลบไม่ออก
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1.เยียวยาประชาชน ช่วยลดค่าครองชีพ จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส และ 2.การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประเทศไทยนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ สูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย จนดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาสสองขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว เป็นความอ่อนแอเศรษฐกิจไทย จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“วันนี้บ้านประเทศไทยหลังคารั่ว ฝนตกแต่ละทีต้องหาถังมารองน้ำ แต่ถ้าเราซ่อมหลังคา เปลี่ยนหลังคา ก็ไม่ต้องหาถังมารองน้ำอีก เหมือนการกู้เงินมาเรื่อยๆ แต่ไม่ลงทุนเปลี่ยนหลังคา หรือเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยไม่รู้ว่าสงครามตะวันออกกลางจะจบเมื่อไร
ถ้ามรสุมยังเข้ามาอีกหลายระลอก ก็ต้องไปซื้อถังมารอง ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หันมาใช้ของที่มาจากสินค้าเกษตรแทน” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสและความคุ้มค่าในโครงการต่างๆ ได้ย้ำตลอดว่า การใช้เงินใน พ.ร.ก.ฉบับนี้ ต้องชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส มีการกลั่นกรองโครงการไม่ให้เกิดคอร์รัปชัน ทุกโครงการที่เสนอมาจะเปิดเผยบนเว็บไซต์ให้ตรวจสอบได้
วันนี้เราเข้มงวด ไม่เอาโครงการเก่ามาตัดแปะให้เกิดการรั่วไหล ทุกโครงการต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่า ช่วยสร้างการจ้างงาน การพัฒนาทักษะให้คนไทย
“ทั้งหมดเป็นความตั้งใจให้เกิดความโปร่งใส ถ้าทุกคนช่วยกัน จะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ไม่มีใครรู้ว่ามรสุมเศรฐกิจโลกจะมาอีกเมื่อไร แต่วันนี้ต้องสร้างบ้านให้แข็งแรง ไม่ให้เปียกฝน ต้องเปลี่ยนหลังคาประเทศไทย หากมรสุมมาอีก ประเทศไทยจะแข็งแกร่งกว่าเดิม” นายเอกนิติ กล่าว
จากนั้น ที่ประชุมลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 135 เสียง ไม่เห็นด้วย 11 เสียง งดออกเสียง 28 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง