ณัฐพงษ์ มั่นใจ ปชน.มีหมัดเด็ดซักฟอกความเลวร้ายระบอบสีน้ำเงิน เชื่อรัฐบาลสั่นคลอนแน่ แนะ ‘อนุทิน’ เปลี่ยนมุขใหม่ หากจะขอบคุณที่ส่งให้เป็นนายกฯ อย่าลืมทำให้ลงจากตำแหน่งได้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ก.ย.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า มีการพูดคุยนอกรอบกันบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าเร็วๆ นี้จะมีการพูดคุยกันภายในแน่นอน
ส่วนการอภิปรายครั้งนี้จะเจาะจงเฉพาะรัฐมนตรีรายบุคคลหรือทั้งคณะนั้น ต้องรอคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นก่อน เพราะต้องดูเนื้อหาที่แต่ละพรรคมีเป็นหลัก ซึ่งยังไม่สามารถให้ข้อสรุปได้ในตอนนี้
เมื่อถามว่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปและอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 2 แบบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ขอหารือกันก่อน แต่ตนวางหลักไว้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ที่ประชาชนมองเห็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าเรื่องการโกง สว.หรือเรื่องอื่นๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏชัดตอนนี้ ปฏิเสธได้ยากว่าคนในรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยอาจมีส่วนเข้าไปพัวพันในส่วนนั้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดังนั้น เมื่อมีเรื่องใหญ่หลายเรื่องเกิดขึ้น ก็ปฏิเสธยากและไม่สามารถใช้วิธีที่เบาไปกว่านี้ได้ เพราะประชาชนก็หวังการตรวจสอบของฝ่ายค้านที่จะใช้เวทีสภาซักฟอกรัฐบาลอย่างเข้มข้น ซึ่งไม่ว่าเวทีอภิปรายทั่วไปหรือเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านก็พร้อมตรวจสอบเต็มที่
แต่ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเวทีอภิปรายทั่วไปหรือเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือทั้งสองเวที
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่จะซักฟอกรัฐบาลของพรรคประชาชนนั้น ทุกเรื่องที่เห็นตามหน้าข่าวจะมีข้อมูลเพียงบางส่วนที่พรรคประชาชนได้รับมา อาจจะเป็นคนที่เสียประโยชน์หรือคนที่ร่วมกระบวนการ และเราก็พร้อมใช้ข้อมูลทีเด็ดเหล่านี้ไปเปิดเผยในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ตอนนี้ยังไม่ได้เจาะจงประเด็นใดเป็นพิเศษ ซึ่งในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าออกมาให้ข้อมูลมากเกินไปก็เหมือนบอกการบ้านรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจไม่ว่าจะเป็นเวทีไหน ทั้งกระทู้ถามสด อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลต้องพร้อมตอบได้ทุกคำถาม
เมื่อถามว่าข้อมูลที่พรรคประชาชนมีจะสั่นคลอนรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจในการทำงานของพรรคว่าเรามีข้อมูลที่จะเปิดโปงให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงินที่เป็นอยู่ และกำลังกินรวบประเทศอย่างไรบ้าง ทั้งอำนาจในระบบการเมือง และอำนาจที่อาจจะเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ หรือกลุ่มทุนบางกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ในการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่งเป็นกรอบที่จะใช้ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องของการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง อาจจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีคนที่ออกมาเปิดโปงข้อมูลหรือเรียกว่าฟ้องปิดปาก รวมถึงอาจจะใช้ทรัพยากรของรัฐผลิตข่าวสารต่างๆ ที่มีวาระการเมืองอยู่เบื้องหลัง เรื่องเหล่านี้เป็นมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว แต่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะมีหลักฐานที่ชี้ให้สังคมเห็นได้ว่ามีความพยายามและมีการกระทำที่เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
เมื่อถามว่า จะไม่มีงูเห่าอีกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจในเพื่อนร่วมพรรคประชาชนชุดปัจจุบันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้จะไม่มีใครแหกมติพรรค
ส่วนที่นายกฯ กล่าวขอบคุณพรรคประชาชนหลายครั้ง ในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินที่ผ่านมามีนัยยะอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ คงต้องเปลี่ยนมุขใหม่ได้แล้ว เพราะครั้งนี้หลายคนฟังก็รู้วัตถุประสงค์ในคำกล่าวขอบคุณว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
“ผมเชื่อว่าการสื่อสารที่เราคาดหวัง จากคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ คือการพูดเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาประชาชนมองเห็นทางออก มากกว่าวาจาที่จะใช้เชือดเฉือนกันทางการเมือง และการพูดด้วยประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้านายกฯจะขอบคุณ ในฐานะที่ผมเคยทำให้ท่านได้เป็นนายกฯ ก็อย่าลืมว่าวันนี้ผมอาจอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ท่านหลุดจากนายกฯได้เช่นกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้หลุดจากตำแหน่งได้จริงใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และตนเชื่อมั่นในเนื้อหาที่พรรคประชาชนมี