แม่ถือรูปลูกชาย นักบอลทีมดังพัทยา ร้องผู้การฯ ชลบุรี ผ่านมา 7 เดือนยังจับคนร้ายไม่ได้ ชายจีนถอยกระบะชนลูกชายเสียชีวิต ทั้งที่หมายจับก็ออกแล้ว ลั่นแค่อยากเห็นคดีเดินหน้า และคนก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
วันที่ 16 ก.ย.69 น.ส.วิภาวี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี พร้อมสามีชาวสวีเดน และ “จ่าคิง” ตัวแทนจากสายไหมต้องรอด เดินทางมายัง บก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมถือภาพถ่ายของลูกชาย เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามคดีอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกชายเสียชีวิต เพราะผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้
น.ส.วิภาวี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณถนนพัฒนาการ หน้าร้านอาหารบุบผา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่ นายทอมมี่ ลูกชายของตน และเป็นนักฟุตบอลทีมดังในพัทยา ขี่รถจยย.ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีดำ มาตามถนน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ นายหวัง เขียน ชาวจีน ขับรถกระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ยท-4647 ชลบุรี ถอยออกจากร้านอาหาร ก่อนเฉี่ยวชนกับรถจยย.ลูกชาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุก็ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองปรือ ก่อนจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหา และนับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ ทั้งที่มีหมายจับแล้ว ขณะที่ครอบครัวต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวรวมกว่า 1.2 ล้านบาท
อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องเอกสารสำหรับดำเนินการเบิกค่าใช้จ่าย เนื่องจากขาดลายเซ็นของคู่กรณี ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงตัดสินใจมาร้องเรียนเพื่อขอให้ผู้บังคับบัญชาช่วยตรวจสอบและเร่งรัดการทำงานของพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ รวมถึงติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ด้าน พ.ต.อ.เศรษฐา มากล้น ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมารับเรื่องร้องเรียน พร้อมรับฟังรายละเอียดและข้อเรียกร้องของครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าจะนำเรื่องเสนอต่อ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อพิจารณาสั่งการและเร่งรัดให้ สภ.หนองปรือ ติดตามคดีและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็ว
ครอบครัวผู้เสียชีวิตระบุอีกว่า สิ่งที่ต้องการในวันนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นใด แต่ต้องการเห็นคดีเดินหน้า และให้ผู้ที่ถูกออกหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังต้องสูญเสียลูกชายและรอคอยความคืบหน้ามานานหลายเดือน พร้อมหวังว่าการเข้าร้องเรียนครั้งนี้ จะทำให้คดีได้รับการติดตามอย่างจริงจัง และนำไปสู่ความชัดเจนและความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวต่อไป