บุญรวี ชี้ คดีฮั้วสว. ปล่อย ศาลฎีกาวินิจฉัย อย่าเล่นเกมบั่นทอน เสถียรภาพรัฐบาล เอาเวลาแก้ไขปัญหาปากท้องปชช. ข้าวสารไม่มีกรอกหม้อ ทุนจีนแย่งอาชีพชาวบ้าน ตั้งโรงงานทำลายชุมชน
16 ก.ย. 69 – นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวอภิปรายในการประชุมสภาผู้สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับวาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า
คดีฮั้ว สว. ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากการที่ กกต. ไม่ชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง และผู้ใดครอบครองสื่อ ผู้นั้นครอบครองโลก
ประกอบกับสื่ออยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายหนึ่ง สามารถปั่นข่าวนี้ได้ในสื่อโซเซียลมีเดีย จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาล ประชาชนถามว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่อีกแล้วหรือ เพิ่งทำงานมาได้เพียง 6 เดือน เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ฟังไม่เข้าใจ รับแต่ข่าวสารที่ออกมาถล่มรัฐบาลอย่างมากมาย
นายบุญรวี กล่าวอีกว่า ที่สำคัญทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือองค์กรอิสระ ที่มีการตัดสินวินิจฉัยมาแล้ว แทบไม่มีความหมาย อยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วบ้านนี้จะอยู่กันอย่างไร ทั้งที่เรื่องนี้ต้องไปสู่ศาล ให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่าใครผิดใครถูก ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 โดยเป็นคดีหมายเลขดำที่ รตสว. 10/2569 ซึ่งมี นายอัครวัฒน์ พงษ์ธนาชลิตกุล เป็นผู้ร้อง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกรวม 3 คน ในฐานะผู้คัดค้าน
ล่าสุดศาลฎีกากำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้แล้ว โดยจะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ฉะนั้น เราต้องฟังศาล ถ้าจะมาเถียงกันแบบนี้ เอาความกัน ตอบแทนบุญคุณกัน หรือลงโทษกัน ให้ไปรอวันพิพากษา
“ในมุมมองของผมเอง อยากให้เอาเวลาที่หมดไปกับเรื่องคดี สว. มาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่วันนี้บอกเลยว่าอยู่สภาพที่หนักหนาสาหัสมาก โดยเฉพาะปัญหาปากท้องที่ถึงขั้นไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ
รวมถึงปัญหาอื่นที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการถูกแย่งอาชีพ รวมถึงกรณีกลุ่มทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ และการปล่อยน้ำเสีย และขยะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนในชุมชน”นายบุญรวี กล่าว