ญาติสาวไทย ที่ถูกชายไต้หวันฆาตกรรม ยัดกระเป๋าเดินทาง วอนรัฐช่วยนำอัฐิกลับไทย ตั้งคำถามกรณีนี้สามารถเรียกค่าเยียวยาจากฝั่งผู้ต้องหาได้หรือไม่
21 ก.ย. 69 – ความคืบหน้า น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หายตัวไปติดต่อไม่ได้ ญาติได้โพสต์ประกาศตามหาตัว ต่อมาพบว่า น.ส.เอ ถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันทำร้ายจนเสียชีวิต เหตุโมโหที่ถูกฝ่ายหญิงบอกเลิก ก่อนนำร่างยัดไว้ในกระเป๋าเดินทางนาน 6 วันเต็ม ก่อนจะมีผู้มาพบ
ลูกพี่ลูกน้องผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ปกติผู้เสียชีวิตจะอยู่กรุงเทพฯเป็นหลัก ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย. ผู้เสียชีวิตขาดการติดต่อ ซึ่งถือว่าผิดวิสัย เพราะปกติจะติดต่อกลับทุกครั้งไม่เกิน 2 วัน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ติดมือถือ ชอบอัปเดตโซเชียลตลอดเวลา
กระทั่งผู้ใหญ่บ้าน มาแจ้งข่าวให้ทราบว่าพบร่าง น.ส.เอ เสียชีวิตอยู่ที่ไต้หวัน ส่วนเรื่องทรัพย์สินผู้เสียชีวิต คาดว่ามีมูลค่ามาก เนื่องจากเท่าที่ทราบมีการออมทองไว้หลายบาท มีเงินสด ของแบรนด์เนมหลายอย่าง ส่วนหนึ่งอยู่ที่คอนโดกรุงเทพฯ ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ทางไต้หวัน ทางญาติอยากติดตามเอาคืนกลับมาทั้งหมด ส่วนเรื่องกระดูก อัฐิ กลับประเทศไทย ให้ทางราชการประสานงานอยู่
นอกจากนี้อยากรู้ว่า ญาติสามารถเรียกร้อง “ค่าเสียหาย” เงินเยียวยาจากทางฝั่งผู้ต้องหาได้หรือไม่ ตนและญาติ ๆ ตั้งใจจะไปยื่นเรื่องด้วยตัวเองที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ เพื่อสอบถามข้อกฎหมายและแนวทางการเรียกค่าเสียหาย
ขณะที่ นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ คนไทยที่ถูกทำร้ายในต่างประเทศเสียชีวิต จะมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร ก็จะให้สถานทูตเป็นผู้ประสานงาน ว่ามีข้อกฎหมายหรือว่าข้อเรียกร้องอย่างไรในเรื่องค่าเสียหายที่ถูกกระทำจนถึงแก่ชีวิต ญาติต้องประสานกับทางสถานทูตหรือสถานกงสุล ในเรื่องการเยียวยา