โคนัน ตั้ม ขับรถสปอร์ตบุกสภา ทวงโควตาสลากผู้พิการ แฉกลโกงฟอกเงินให้เว็บพนัน-สแกมเมอร์ เปิดตัวลูกพี่ ลั่นวันนี้มาไม่กลัวใคร ยันไม่มีใครเป็นแบ็ก ชี้เลิกคบ “บิ๊กโจ๊ก” ไปแล้ว
วันที่ 24 ด.ย.69 ที่รัฐสภา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางมาให้ข้อมูลกับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง สภาผู้แทนราษฎร โดยทนายตั้มแต่งตัวเป็นยอดนักสืบจิ๋วโคนัน การ์ตูนดังของญี่ปุ่น ซึ่งมาพร้อมกับแว่นขยายของโคนัน โดยขับรถสปอร์ต Nissan GT-R(R35) สีแดง ล้อเลียนรถสปอร์ตหรู ลัมโบร์กินี ของกัน จอมพลัง
ก่อนการให้สัมภาษณ์ ทนายตั้ม ได้เปิดตัวลูกพี่ คือหยิบกระป๋องแป้งเด็กแคร์สีฟ้าออกมาจากเสื้อสูท โชว์ต่อสื่อมวลชน ก่อนที่จะระบุว่า ตอนนี้ลูกพี่ผมน่าจะว่างอยู่ เพราะฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ใช่ ก่อนจะบอกว่าลูกพี่ของผม ”ชื่อแป้ง“ เป็นลูกพี่ที่คุ้มครองกะลาหัวผมอยู่ทุกวันนี้ และหอมแป้งโชว์สื่อมวลชน
ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตอนมาในลุคของโคนัน เพื่อตามหาความจริง ใครขโมยสลากผู้พิการต้องมีการค้นหากัน และอย่างที่เห็นว่าวันนี้ตนมาด้วยรถคันสีแดง ถึงจะไม่ใช่ลัมโบร์กีนี แต่รับรองว่าชุดแต่งไม่ใช่ของปลอมแน่นอน ไม่เหมือนลัมโบร์กีนีของใครก็ไม่รู้ ที่ใช้ชุดแต่งปลอม และถูกอายัดทะเบียน
ทนายตั้ม กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเดินทางมาคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง มาพูดในเรื่องของสลาก ไม่อยากให้มีอินฟลูเอนเซอร์รับบริจาคทำเท่อยู่คนเดียว อยากจะแก้ปัญหาในเชิงระบบโครงสร้าง หากเราแก้ในเรื่องระบบได้ ทางผู้พิการก็ไม่จำเป็นไปแบมือขอรับเงินบริจาคใคร สามารถประกอบอาชีพด้วยตนเองได้ เขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ตนคุยกับผู้พิการที่มาร่วมกับตน 500 คน เขาอยากจะทำงานด้วยตัวเอง อยากให้เขาได้โควตาสลากในการดำรงชีพ
”วันนี้ผมจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง เกี่ยวกับ รปภ.คนหนึ่ง ขโมยสลากของคนพิการ งวดหนึ่งประมาณ 2 แสนฉบับ 1 เดือน 4 แสนฉบับ โดยจะไปร่วมมือกับคนขายลอตเตอรี่ออนไลน์ โดยที่เจ้าของสลากออนไลน์ก็จะนำเงินสดไปให้ เสร็จแล้วเขาจะได้สลากมา รปภ.จะนำสลากแม่เร่ขายกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ ที่ต้องการจะฟอกเงิน โดยไปขายต่อเพิ่มอีก 20% จาก 60 ล้านบาท จะกลายเป็น 72 ล้านบาท ได้ส่วนต่าง 12 ล้านบาท โดยจะเอาเศษเงินกระดูกนิดหน่อย ไปช่วยเหลือคน ไปบริจาคตรงนั้นตรงนี้ ผมบอกเลยเมื่อก่อนคนเขาเกรงใจ ไม่ได้เกรงใจ รปภ.คนนี้ แต่เขาเกรงใจคุณหนุ่ม กันภัย แต่วันนี้คุณหนุ่ม กันภัย หลุดจากสายสนิท วันนี้มันถึงโดนอ้วกขนาดนี้“ ทนายตั้ม กล่าว
เมื่อถามว่า การเปิดตัวพูดถึงแป้ง ซึ่งสังคมรับรู้ว่าหมายถึงใคร แสดงว่ามีข้อมูลเชิงลึกหรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า ไม่มีอะไรมาก เข้ามาที่สภาผู้ทรงเกียรติ จะเข้ามาโดยที่ไม่มีใครเป็นแบ็กไม่ได้ เดี๋ยวจะเหมือนทนายธรรมราช ที่ให้ สก.แรบบิท จ้างคนไปตบเขา ตนก็กลัวเหมือนกัน จึงต้องให้ลูกพี่มาด้วย อยู่ใกล้ตัวมันอุ่นใจ จะได้ไม่มีใครจ้างคนมาตบระหว่างสัมภาษณ์
เมื่อถามว่า แล้วใครเป็นลูกพี่อยู่เบื้องหลัง ทนายตั้มได้หยิบกระป๋องแป้งจากกระเป๋าเสื้อสูทมาโชว์ผู้สื่อข่าวและบอกว่า ”นี่แหละ ลูกพี่ทนายตั้มบ้าพลัง คือคนนี้เลย แต่วันนี้เค้าใส่ชุดสีฟ้ามา ปกติใส่ชุดสีเขียว ตอนนี้เขากำลังคิดอยู่ว่า เดี๋ยวจะไปรวมกับสีน้ำเงิน มันจะเป็นสีอะไรดี หรือเป็นสีฟ้าดี เขายังสับสนกับชีวิตอยู่ รอเขาหายสับสน เขาจะรู้“
เมื่อถามว่า สิ่งที่ทนายตั้มพูด เชื่อมโยงกับการเมือง มีวาระอะไรซ่อนเร้นอยู่ ทนายตั้ม กล่าวว่า ไม่มี แต่เหมือนเป็นพรรครอ ยังไม่มีอะไรมาก รอร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า การที่ออกมาพูดแบบนี้ ไม่กลัวหรือ ทนายตั้ม กล่าวว่า ถ้ากลัวก็ไม่ออกมา เมื่อถามย้ำว่า มีพระดี มีแบ็กดี หรือมีเรื่องอะไรๆ อยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า ”พูดแบบไม่ติดตลก ผมไม่มีแบ็กสักคน กับบิ๊กโจ๊กผมก็เลิกคบไปแล้ว ตอนนี้แบ็กผมใครรู้ไหม เป็นคนพิการทั่วประเทศ ให้กำลังใจและส่งกำลังใจให้ผม รวมถึงประชาชนที่เห็นด้วย“
ทนายตั้ม กล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานกับกระทรวงแรงงาน ให้ผู้พิการมีงานทำ โดยวันนี้ตนไม่ได้มาร้อง กมธ. แต่ช่วยเหลือพูดคุยเรื่องปัญหาโควตาสลากผู้พิการ ซึ่งวันนี้จะมีการเชิญองค์การทหารผ่านศึกมาด้วย
เมื่อถามว่า จะมีความหวังให้ รปภ.คนนั้นคลายโควตาสลากลอตเตอรี่หรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้มาพูดเรื่องปลาสลิดดีกว่า ซึ่งคนไทยอยากกินปลาสลิดแน่นอน แต่เรื่องต่อจากปลาสลิด คนไทยจะกินไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของอิฐ หิน ปูน ทราย ที่มาเข้าหูผม
เมื่อถามถึงกรณีมีผู้เสียหายไปร้องเรียนกับ นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ว่ามูลนิธิกันจอมพลัง ขอปลาดสลิด 1.2 ตัน เพื่อไปช่วยเจ้าหน้าที่ ในช่วงเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม เพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดี ที่ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อ ทนายตั้ม กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องนี้กับ นายธนกฤตมา บางส่วน แต่ต้องบอกด้วยว่า นายธนกฤต ยังเห็นกันเป็นน้อง จึงรู้สึกไม่อยากโจมตีอะไรกัน แต่เมื่อมีคนมาร้องเขาก็ต้องช่วยเหลือประชาชน โดยพาไปหน่วยงานต่างๆ ที่น่าจะช่วยเหลือได้ ซึ่งตนรู้มาว่าหลังจากไปขอร้อง ก็มีสายมาข่มขู่ป้าคนนั้นที่ไปร้องเรียน ก่อนจะพูดว่า ”ให้ไปถาม นายธนกฤต จะดีกว่า“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการให้สัมภาษณ์ทนายตั้ม ได้เดินไปที่ห้องอาหารสภาชั้นB2 ฝั่ง สส. ซึ่งมีเด็กนักเรียนมาเยี่ยมชมอาคารรัฐสภากรี๊ดและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ก่อนจะเดินไปดูฝ้าโรงอาหารของสภาที่เคยถล่มลงมา หลังจากนั้นได้หยิบไมค์ของนักศึกษาที่มาร้องเพลงเปิดหมวก เอามาร้องเพลง โดยได้ร้องเพลง “ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน” ของดา เอ็นโดรฟิน ก่อนจะระบุว่าจำเป็นต้องร้องแบบนี้เพื่อหลบลิขสิทธิ์
โดยก่อนที่จะขึ้นไปประชุมกับ กมธ. ได้จับมือพูดคุยทักทายกับ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ