‘ทนายแจม’ ลุยถาม เหตุเปิดประตูระบายน้ำไม่ได้ หลังเขตสายไหม 4 วัน น้ำยังไม่ลด ก่อนได้คำตอบว่า ผู้บริหารต้องการให้ถนนรอบนอกแห้งก่อน
29 ก.ย. 69 – เป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้โซนไหนในกรุงเทพฯ สำหรับ “สายไหม” เขตที่มีประชากรสูงเป็นอันดับ 2 ในกรุงเทพมหานคร ที่ต้องอยู่กับ “น้ำท่วม” ติดต่อกันมาเป็นวันที่ 4
อย่างไรก็ตาม ขณะที่หลายพื้นที่ในเมือง หรือโซนกรุงเทพชั้นในระดับน้ำได้ทยอยลดลงแล้ว แต่ที่เขตสายไหมเกือบทั้งหมด ระดับน้ำยัง “เท่าเดิม” ไม่มีทีท่าว่าจะลด หลายหมู่บ้านเริ่มประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจนส่งกลิ่นเหม็นแล้ว
แม้ สส. ส.ก. หรือ ผู้อำนวยการเขต ต่างเร่งช่วยเหลือประชาชนเท่าที่ตัวเองจะทำไหว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ขณะที่ “ความช่วยเหลือ” จากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับยังไม่มาถึงที่เขตสายไหม
ล่าสุด “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. เขตสายไหม พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ไปยังประตูน้ำคลองสองซึ่งถูกปิดอยู่ โดยได้เข้าไปพูดคุยกับ คุณวีระยุทธ ผู้ดูแลประตูระบายน้ำ ว่าหากเปิดประตูระบายน้ำบานนี้ จะช่วยทำให้ระบายน้ำได้มากหรือไวขึ้นหรือไม่
ใจความที่ คุณวีระยุทธ อธิบาย ได้ความว่า ผู้บริหารต้องการทำให้ระบบถนนแห้งก่อน เพื่อให้ประชาชนสัญจรหรืออกไปทำงานได้ จึงทำให้ต้องปิดไว้ก่อน ส่วนระดับน้ำก่อนหน้านี้ด้านนอก + 2.03 ม. ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 2.00 ม. (ลดมา 3 ซม.) ด้านในบวก 1.60 ม. ปัจจุบันลดมาเหลือ 1.50 ม. (ลดมา 10 ซม.)
“เขตสายไหม เหมือนปี 54 แหละ ของเราท่วมคนอื่นแห้ง แห้งเป็นเขตสุดท้าย” คุณวีระยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คุณวีระยุทธ ยืนยันต่อว่าระดับน้ำความเสียหายจะไม่เท่ากับปี 54 อย่างแน่นอน และชาวสายไหมอาจจะไม่ถึงขั้นอยู่กับน้ำท่วมเป็นเดือน ๆ ถ้าน้ำเหนือไม่ลงมาเติม ซึ่งตอนนี้ยังตอบไม่ได้
ทนายแจม กล่าวเสริมว่า เรา (สายไหม) เป็นลำดับบ๊วยโดยธรรมชาติ เราเป็นประตูระบายน้ำสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร ก่อนจะไปทางรังสิต สายไหมเป็นโซนสุดท้าย เพราะฉะนั้นโดยกายภาพแล้วน้ำจากทุก ๆ เขตจะมาลงที่คลองนี้ ฉะนั้นอาจต้องใช้ระยะเวลา แต่ที่เป็นสัญญาณที่ดีคือปริมาณน้ำลดลามา 10 ซม. แล้ว ถ้าปลายทางลดลงด้านในอาจจะค่อย ๆ ดีขึ้น