หนักสุดในรอบ 30 ปี ชาวกาญจนบุรี ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย น้ำเอ่อท่วมยังคงอ่วม ปละกระชัง-ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายยับ เผยน้ำท่วมครั้งนี้หนักสุดตั้งแต่ปี 39
วันที่ 1 ต.ค.2569 สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี ยังคงไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย ที่น้ำยังคงเออล้นขึ้นมาท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร อย่างต่อเนื่อง
โดยที่บริเวณหมู่ 2 ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี พบว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำแควน้อยยังคงอื่นล้มเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่ง ปริมาณน้ำสูงจนเกือบมิดหลังคาบ้าน ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ต้องขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและไปอยู่ในศูนย์อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลกลอนโดจัดเอาไว้ให้
นอกจากบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลากระชัง ริมแม่น้ำแควน้อย ในพื้นที่ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย ก็ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและน้ำที่ไหลรุนแรง ส่งผลให้กระชังปลาหลายแห่ง ถูกกระแสน้ำซัดจนพังเสียหาย หลุดลอยไปตามน้ำ

นายสำรวย หนึ่งในกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมีกระชังปลาอยู่ประมาณ 100 กระชัง ถูกกระแสน้ำที่ไหลรุนแรง พัดกระชังปลาจนพังเสียหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง กระชังบางส่วนมีปลาที่กำลังเลี้ยงเอาไว้หลุดลอยไปด้วย สร้างความเสียหายมูลค่าหลายแสนบาท
ซึ่งนอกจากตนเองแล้ว กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังรายอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำ ที่ไหลรุนแรงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ตนยอมรับว่า เหตุการณ์อุทกภัยในปีนี้ ถือเป็นครั้งที่หนักที่สุดตั้งแต่ตนเริ่มเพาะเลี้ยงปลากระชังมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ไม่เคยเจอสถานการณ์อุทกภัยที่หนักหนาเช่นนี้มาก่อน ลึกๆก็หวังว่าจะได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อที่จะได้สามารถกลับมาเริ่มต้น ทำอาชีพเพาะเลี้ยงปลากระชังได้ใหม่ อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ตำบลวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมรวมทั้งหมด 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำหลากเข้าท่วมเสียหายมากกว่า 300 ครัวเรือน สะพานที่ชาวบ้านใช้สัญจรข้ามแม่น้ำแควน้อย ทั้ง 2 แห่ง ทั้งสะพานหนองหญ้า และสะพานวังเย็น ถูกน้ำท่วมระดับน้ำสูงกว่าสะพานกว่า 1 เมตร ทำให้ ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และคาดว่าจะยังคงเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายวัน
นายอาทิตย์ จันดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังเย็น กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลวังเย็นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่หนักสุดตั้งแต่ เมื่อปี 2539 ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 30 ปี ที่ชาวบ้านในตำบลวังเย็นไม่เคยพบเจอ ชาวบ้านที่มีอาชีพทำเกษตรกรรม ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เออล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร วัวที่เลี้ยงไว้ก็ต้องรีบขนย้ายหนีน้ำท่วมมาอยู่บนถนน

ส่วนชาวบ้านที่ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้าน ก็อพยพมาอยู่ในพื้นที่ศูนย์อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังเย็นจัดเอาไว้ให้ และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกาญจนบุรี มาช่วยทำข้าวกล่องแจกจ่ายให้กับชาวบ้านวันละกว่า 2,000 กล่อง