สภาเดือด ตะเพิด ‘โรม’ ออกจากห้องประชุม หลังพาดพิง “สามี สส.สุชาดา” อ้างโยงสีเทาข้ามชาติ เจ้าตัวซัดกลับไม่แมน กล่าวหาเลื่อนลอย ท้าเปิดหลักฐาน

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามกระทู้ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เรื่องขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรีเป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งนายไชยชนกพาดพิงถึง สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเว็บพนัน

นายรังสิมันต์ จึงย้อนถามนายไชยชนกว่า สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ไม่น่ามี รัฐมนตรีน่าจะเข้าใจผิด ยืนยันว่าพรรคประชาชนยินดีให้มีการตรวจสอบ และไม่มีการปกป้อง แต่หากนายไชยชนกจะทำหน้าที่ให้เป็นธรรม ควรจะลงไปตรวจสอบ สส.ชัยภูมิ ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็น สส.ที่อาจจะมีสามีเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศหรือไม่

ทำให้ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงว่า สส.ชัยภูมิผู้หญิง มีเพียงคนเดียวคือตนเอง นายรังสิมันต์จะพูดจาเลื่อนลอยไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน หากพูดมาแบบนี้ พูดชื่อมาเลยจะดูแมนกว่า

“ดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอน ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชาย เพราะท่านพูดถึงดิฉันโดยตรง เพราะฉะนั้นเวลาจะพูดอะไรอย่าพูดเลื่อนลอย อย่าพูดด้วยอารมณ์ พูดอะไรต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่ท่านปลุกปั่นคนด้วยอารมณ์ มันไม่มีเหตุผลแล้วมาพูดพาดพิงถึงดิฉัน ดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอนหากท่านเป็นลูกผู้ชาย เพราะดิฉันเสียหาย”น.ส.สุชาดา กล่าวด้วยอารมณ์

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นที่ตนพาดพิง ตนได้บอกรัฐมนตรีว่า หากท่านจะปราบ ขอให้ไปดู สส.อีสานของท่าน ต้องไปดู สส.ชัยภูมิของท่านโ ดยเฉพาะสส.ที่เป็นผู้หญิง ตนไม่ปฏิเสธที่ตนพูดประโยคนี้ และหากท่านอยากได้หลักฐาน ไม่ต้องห่วง ไม่ช้า

ทำให้ น.ส.สุชาดา สวนขึ้นมาทันทีว่า “เปิดเลยค่ะ ถ้าท่านมีหลักฐานเปิดเลยค่ะ อย่าพูดจาเลื่อนลอย ดิฉันเสียหายไปแล้วจากคำพูดของท่าน หากไปค้นข้อมูล ก็เจอชื่อดิฉันเป็น สส.หญิงชัยภูมิเพียงคนเดียว มันไม่ใช่ว่าท่านจะเอาชื่อเสียงที่ท่านมีมาพูดให้คนอื่นเขาเสียหาย ท่านต้องถอน ดิฉันไม่ยอม“

นายรังสิมันต์ จึงเสนอให้นำข้อบังคับกาประชุม มาคุยกันว่าตนจะต้องนำพยานหลักฐานมาเปิดตอนนี้ในวาระที่ตนตั้งกระทู้ถามนายไชยชนก น.ส.สุชาดาจึงสวนขึ้นมาเรื่องข้อบังคับ ทำไมไม่ถอนคำพูด

ทำให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดบทว่า ประเด็นนี้ทำให้เสียหาย จึงขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด เพราะสส.ชัยภูมิผู้หญิงมีคนเดียว ทำให้คนฟังเข้าใจผิด เมื่อยังไม่มีหลักฐานก็อยากให้ถอนคำพูด

แต่นายรังสิมันต์ กล่าวขึ้นว่า หากท่านยืนยันเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ชี้แจง แต่หลักฐานมาแน่ แต่จะถอนหรือไม่ถอน ไม่ใช่เรื่องความแมน สภาฯควรจะพ้นจากเรื่องพวกนี้ไปได้แล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิงทั้งสิ้น ทุกคนเท่าเทียมกัน

น.ส.สุชาดา ตอบโต้ว่า มันเสียหายไปแล้ว ตนไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง เพราะไม่มีเหตุผลว่าตนผิดและไม่มีหลักฐาน และท่านต้องพิจารณาตนเอง มากล่าวหาว่าคนอื่นผิดโดยที่ไม่มีหลักฐาน

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานที่ประชุม ในการควบคุมการประชุม ตามข้อบังคับ ถ้ามีการประชดเสียดสีหรือใส่ร้ายกัน กลั่นแกล้งคนอื่น ประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกตนเสียหายจริง ตนยังตกใจที่นายรังสีมันต์ไปกล่าวพาดพิง สิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทู้ แล้วทำให้คนอื่นเสียหาย

ด้านนายรังสิมันต์ ยืนยันว่า ไม่ถอนคำพูด ทำให้ น.ส.มัลลิกา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายรังสิมันต์ออกไปนอกห้องประชุม พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาฯทุกประตู วันนี้ห้ามนายรังสีมันต์เข้ามาในห้องประชุม เพราะเป็นการวินิจฉัยของประธานแล้ว

นายรังสิมันต์จึงระบุว่า น้อมรับปฏิบัติและเดินออกจากห้องประชุมทันที

ขณะที่น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า เมื่อสมาชิกไม่เต็มใจไม่ถอนคำพูด เราก็ได้ลงบันทึกไว้ในรายงานการประชุมตามข้อบังคับ

ทั้งนี้ยังมีสมาชิกภาคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงไม่พอใจคำวินิจฉัยของประธาน ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวปทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอขอนับองค์ประชุม

ทำให้ น.ส.มัลลิกา เบรกว่าอย่าใช้วิธีนี้ วันนี้ต่างคนต่างว่ากัน และทุกคนก็อย่ามาใส่อารมณ์กัน

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นกล่าวว่า หากจะนับองค์ประชุม ก็ไม่มีปัญหา แต่รัฐมนตรีพร้อมที่จะมาตอบกะทู้ และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ พอเกมสภาเดินต่อไม่ได้แบบนี้ ท่านวอล์คเอาท์ แล้วเกิดอะไรขึ้น

ทำให้น.ส.มัลลิกาต้องไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย จนสุดท้าย นายณัฐวุฒิ จึงยอมถอนให้สภานับองค์ประชุม ทำให้ที่ประชุมสภาจึงเดินหน้าตามวาระต่อ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน