กทม. เกาะติดสถานการณ์น้ำ เร่งพร่องน้ำรับมือฝนระลอกใหม่ 5-6 และ 10–11 ต.ค.นี้ เร่งแก้ไขน้ำท่วมในพื้นที่ เผยเส้นทางที่ถนนยังถูกน้ำท่วมขัง

วันที่ 4 ต.ค.2569 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ประชุมอัปเดตสถานการณ์น้ำผ่านระบบออนไลน์ พร้อมด้วย นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝน และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ

สำหรับสถานการณ์ฝนในวันนี้ (4 ต.ค. 69) คาดการณ์ว่าจะมีฝนตก 40% ของพื้นที่ โดยช่วงบ่ายกลุ่มฝนจะเริ่มก่อตัวทางตะวันออก (ฉะเชิงเทรา) และช่วงเย็นเข้าทางฝั่งปทุมธานี นนทบุรี ส่วน กทม. จะส่งผลกระทบหลักในพื้นที่เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง และในช่วงดึกจะมีฝนตกครอบคลุมเต็มพื้นที่เกือบทั้งหมด

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. ปริมาณฝนอาจยังไม่มากนัก แต่ในช่วงวันที่ 10–11 ต.ค. นี้ อาจมีฝนตกหนักสะสมถึง 100–150 มิลลิเมตร กทม. จึงต้องใช้ช่วงเวลาที่ฝนเว้นช่วงเร่งพร่องน้ำ พร้อมประสานข้อมูลพยากรณ์อากาศโดยตรงจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อวางแผนรับมืออย่างใกล้ชิด

ด้านปริมาณน้ำเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยา (สถานี C.13) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที คาดการณ์ระดับน้ำวันนี้ น้ำจะขึ้นสูงสุดบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ที่ระดับ +1.76 ม.รทก. เวลา 20.42 น. คันกั้นน้ำของ กทม. ยังคงปลอดภัยและยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ ทั้งนี้ ประสานสำนักงานเขตแจ้งเตือนชุมชนนอกคันกั้นน้ำให้เตรียมพร้อม

ด้านการวางกำลังรถสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Unit) มีประจำจุด ได้แก่

  • เขตลาดกระบัง (ซอยร่มเกล้า 24)
  • เขตสายไหม (คลองถนน)
  • เขตคลองสามวา (หมู่บ้านธีรวรรณ) และหมู่บ้านพฤกษชาติ

นอกจากนี้ พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังและต้องช่วยเหลือ ได้แก่

  • เขตสะพานสูง (หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง และหมู่บ้านเคหะธานี)
  • เขตมีนบุรี (หมู่บ้านมีนบุรีการ์เด้น และซอยรามคำแหง 174 หมู่บ้านบัวขาวฝั่งใน)
  • เขตลาดกระบัง

พร้อมกันนี้ ได้เร่งพร่องน้ำในแก้มลิงต่าง ๆ เช่น บึงสีกันและหัวหมาก รวมถึงควบคุมการระบายน้ำผ่านอุโมงค์และบึงหนองบอนให้ได้มากที่สุด ตลอดจนนำข้อมูลเรื่องร้องเรียนจากระบบ Social Listening ใน 6 เขต มาใช้เป็นเป้าหมายเร่งเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่อาจตกสำรวจอย่างเต็มที่

โดยถนนที่แห้งและสัญจรได้ปกติ ได้แก่ ถนนพระยาสุเรนทร์, ถนนสุวินทวงศ์ (ตลอดสาย), ถนนสีหบุรานุกิจ และถนนสวนสยาม

ส่วนน้ำท่วมขังเล็กน้อย (5–10 ซม. สัญจรได้) ได้แก่

  • ถนนสายไหม (ซอย 27–35)
  • ถนนกรุงเทพกรีฑา (ซอย 13–15 และ 45–55)
  • ถนนสีหบุรานุกิจ (แยกเมืองมีนถึงคลองเจ๊ก)
  • ถนนสุวินทวงศ์ (แยกหทัยราษฎร์)
  • ถนนอ่อนนุช (ซอย 57–59)

สำหรับน้ำท่วมปานกลาง (10–20 ซม. สัญจรด้วยความระมัดระวัง) ได้แก่

  • ถนนพหลโยธิน บริเวณรอยต่อ กทม. หน้าสนามธูปะเตมีย์ ถึงซอยพหลโยธิน 60 (ท่วมสูง 15–20 ซม.)
  • ถนนฉลองกรุง ช่วงคลองลำมะขามถึงคลองลำกอไผ่ ช่วงแยกเจ้าคุณทหารตัดมอเตอร์เวย์ และ ช่วงทางรถไฟถึงถนนลาดกระบัง
  • ถนนหลวงแพ่ง ช่วงคลองทับยาวถึงคลองกาหลง และแยกวัดราษฎร์โกศา

น้ำท่วมมาก (20–30 ซม. ขึ้นไป รถเล็กควรหลีกเลี่ยง) ได้แก่

  • ถนนเจ้าคุณทหาร ขาเข้าท่วม 15–25 ซม. และขาออกท่วม 5–15 ซม.
  • ถนนฉลองกรุง ช่วงจุดตัดมอเตอร์เวย์ถึงทางรถไฟ
  • ถนนหลวงแพ่ง บริเวณหน้าโลตัสลาดกระบัง
  • ถนนลาดกระบัง ช่วงแยกสนามบิน, หน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง, ช่วงคลองตาพุกถึงแยกกิ่งแก้ว และแยกสนามบินสุวรรณภูมิ

    กทม.

    กทม. เร่งพร่องน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่ 5-6 และ 10–11 ต.ค.นี้ เผยเส้นทางที่ถนนยังถูกน้ำท่วม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน