หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

สุดารัตน์ ตั้งคำถาม ‘ชัชชาติ’ ผังเมืองฉบับใหม่ เอื้อนายทุนหรือไม่ หวั่นหายนะกทม.

6 ต.ค. 2569 - 17:13 น.

สุดารัตน์ ตั้งคำถาม ‘ชัชชาติ’ ผังเมืองฉบับใหม่ เอื้อนายทุนพวกพ้องหรือไม่ ย้ำหายนะคนกรุงเทพฯแน่ เมื่อแก้มลิง และ Flood Way ล่องหน

วันที่ 6 ต.ค.2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า หายนะคนกรุงเทพฯ เมื่อ แก้มลิง และ Flood Way ล่องหน จากผังเมืองฉบับใหม่

จากนี้ไปคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับความกดดันเรื่องน้ำท่วมอย่างถาวรและเรื้อรัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงเวลาที่ผู้รับผิดชอบต้องเอาจริง กับการหาวิธี ปกป้องเมืองหลวง จากปัญหาเมืองจมน้ำ
เครื่องมือที่สำคัญ คือการออกแบบผังเมืองให้รองรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และมีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ

แต่เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่ผังเมืองฉบับใหม่ของกรุงเทพฯที่กำลังจัดทำ ได้ลดขนาด Flood Way ฝั่งตะวันออกลงไปอย่างมาก จาก 240 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 100,000 ไร่ เหลือเพียง 50 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 30,000 ไร่เท่านั้น

ส่วนฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนไม่เหลือเลย รวมทั้ง“แก้มลิง”จากแผนเดิม 6 แห่ง ไม่ปรากฏในผังเมืองฉบับใหม่ ถ้ามีจะจุน้ำได้ถึง5-6ล้าน ลบ.ม.

ดังนั้น หากผังเมืองฉบับนี้ประกาศใช้ หายนะจะเกิดกับกรุงเทพฯทันที กรุงเทพจะจมน้ำหนักขึ้นไปอีก
ในฐานะที่ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้รับสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อครั้งที่ดิฉันเป็น รมช.มหาดไทย รับผิดชอบงานกทม. โดยทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ “โครงการแก้มลิง” เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ณ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

หลังจากนั้นดิฉันและผู้ว่าฯกทม.ในสมัยนั้น พร้อมการรถไฟ และกรมชลประทาน โดยมี เป็นผู้ประสานงานหลัก ได้ดำเนินโครงการแก้มลิง ตามพระราชดำริแห่งแรกใน กทม. คือ “บึงมักกะสัน” และได้ไปพัฒนาแก้มลิง“บึงหนองบอน”เป็นลำดับถัดมา

ดิฉันจึงขอยืนยันว่า แก้มลิง และ Flood Way ตามแนวพระราชดำริมีความจำเป็น และต้องทำให้ครบวงจร

คำอธิบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ว่าโครงการแก้มลิงใช้งบประมาณสูงไม่คุ้มค่า และมีโครงการขยายคลอง และทำอุโมงค์ยักษ์แทนแล้ว

จากประสบการณ์ ดิฉันขอค้าน ว่าเป็นสิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้ เพราะแก้มลิง เปรียบเสมือนขวดใส่น้ำ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำ เพื่อหน่วงไว้ในกรณีที่ระบายน้ำ ไม่ทัน จากฝนตกหนัก หรือน้ำ ทะเลหนุน แต่คลองและอุโมงค์ยักษ์เปรียบเสมือนหลอดดูดน้ำ ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำออกจากขวด จึงมีหน้าที่แตกต่างกัน จะมาทดแทนกันไม่ได้ฃ

ส่วน Flood way ซึ่งมีทั้งฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตกและทางใต้ของกรุงเทพ ใช้ระบายน้ำหลากจากทางเหนือ ช่วยคนกรุงเทพฝั่งตะวันออกที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำพระราชดำริ และคนฝั่งธนที่รับน้ำหลากจากนนทบุรี ไม่ให้ต้องจมน้ำเหมือนในปัจจุบัน

หากกรุงเทพฯ ไม่มีแก้มลิง และFlood Way ให้เป็นที่อยู่ของน้ำชั่วคราวขณะรอการระบาย น้ำก็จะเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านและชุมชนต่างๆแทน อย่างที่เกิดกับเคหะร่มเกล้า คลองจั่นและอีกหลายหมู่บ้าน
ดังนั้นสิ่งที่กทม. ควรจะทำคือการหาทางเพิ่มพื้นที่แก้มลิง และรักษาแนวFlood Way โดยทำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่เก้าอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยคนกรุงเทพไม่ให้จมน้ำ

จนหลายคนเริ่มออกมาตั้งคำถามผู้ว่าฯ ชัชชาติ ว่าผังเมืองฉบับใหม่ เอื้อนายทุนพวกพ้องหรือไม่
แต่ดิฉันขอให้ความเป็นธรรมกับผู้ว่าฯ

และให้โอกาสผู้ว่าฯได้แก้ผิด ให้เป็นถูก ด้วยการแก้ไขผังเมืองฉบับใหม่ที่กำลังทำประชาพิจารณ์ เอาแก้มลิงและFlood Wayกลับคืนมาให้คนกรุงเทพฯ


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

สุดารัตน์ ตั้งคำถาม ‘ชัชชาติ’ ผังเมืองฉบับใหม่ เอื้อนายทุนหรือไม่ หวั่นหายนะกทม.