‘โรม’ จี้ ‘ไอเดียร์’ เปิดหลักฐานขายหุ้นเว็บพนัน ตั้งข้อสังเกตถือหุ้นช่วงนั่งเลขาฯ รมว.ดีอี หวั่นใช้อำนาจเอื้อเครือข่ายพนัน ลั่นไม่จบแค่นี้ อาจลามถึง ‘ไชยชนก’

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 20 ต.ค.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลัง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย พานายไท่หยาง ซาง สามี เข้าชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการถือหุ้นเว็บพนันของสามีว่า ตอนนี้มีข้อโต้แย้งว่าข้อมูลใหม่ที่มาจาก น.ส.สุชาดา ประเด็นแรกไม่ใช่การถือหุ้น 1% แล้ว แต่เป็น 1.47%

ประเด็นที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะปกติแล้วหากบอกว่าขายไปก่อนรับตำแหน่ง สส. ก็น่าจะเป็นประเด็นแรกๆ ที่ น.ส.สุชาดา น่าจะพูดเรื่องนี้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรจึงต้องรอให้นานเช่นนี้ จึงค่อยออกมาพูด ก็จะกลายเป็นว่าสุดท้ายเหมือนเพิ่งคิดออกหรือไปปรึกษาใคร หรือใครให้คำแนะนำมาหรือไม่ ทำให้สุดท้ายแล้วสังคมก็จะตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่มีการแจ้งกันล่าสุด

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากมีการขายจริงก็ต้องพิสูจน์กันอีกเยอะว่า ขายที่ว่านั้นขายให้ใคร วันเวลาเมื่อไหร่ โอนเงินกันตอนไหน รูปแบบของเงินที่โอนเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบกันเพิ่มเติม

แต่หากมีความพยายามปกปิดในเรื่องนี้ก็จะหนักกว่าเดิม ในส่วนของเรื่องบัญชีทรัพย์สิน สิ่งที่ตนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ ตัว น.ส.สุชาดา ปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี พยายามพูดกับสังคมตลอด คือ เรื่องการปราบเว็บพนัน ประเด็นคือ น.ส.สุชาดา ยอมรับว่าตอนที่เข้ารับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน แสดงว่าขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขานุการฯ เชื่อได้ว่าจะมีการครอบครองในเรื่องของหุ้นตัวนี้อยู่ ซึ่งเป็นเว็บพนัน

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นถัดมา คือ เว็บพนันที่สามารถเล่นได้ในไทยนั้น โดยหลักการต้องถูกปิดกั้นการเข้าถึงจากประเทศไทยหรือไม่ ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ไม่ได้ปิดกั้นการเข้าถึงก็อาจถูกตั้งข้อสังเกตได้ว่า เว็บพนันที่อาจจะผิดกฎหมาย แล้วกระทรวงดีอีไม่ได้ปิดกั้น แต่เว็บไซต์อื่นเกือบ 1 ล้านเว็บมีการปิดกั้น

แบบนี้เท่ากับมีการใช้อำนาจหน้าที่ในลักษณะที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีการใช้อำนาจหน้าที่ในการปกป้องเครือข่ายเว็บพนันที่เชื่อมโยงกับ น.ส.สุชาดา หรือไม่ ซึ่งก็จะผิดในเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ใช่ว่าจะจบแค่ น.ส.สุชาดา คนเดียว แต่อาจจะลุกลามบานปลายไปถึงนายไชยชนกด้วย ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง

“ดังนั้น สิ่งที่ น.ส.สุชาดา คิดว่าชี้แจงโดยบอกว่าขายไปแล้ว แล้วจะจบ มันไม่จบ จะกลายเป็นประเด็นที่ยืนยันว่า ในช่วงเวลาที่ น.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการของนายไชยชนก คุณเกี่ยวกับเว็บพนัน แล้วคุณมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการปิดเว็บพนัน คุณปิดเว็บอื่นที่อาจจะเป็นคู่แข่งหรือไม่ ไม่ทราบ แต่เว็บที่เชื่อมกับตัวเองคุณไม่ปิด” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นี่ก็จะเป็นกระบวนการถัดไปที่จะต้องตรวจสอบในเรื่องนี้ เพื่อพิจารณาว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ แต่มากไปกว่านั้น หากเว็บพนันผิดกฎหมาย สิ่งที่ตามมาคือการดำเนินคดีในข้อหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อหาสำคัญ เช่น ฟอกเงิน ทั้งในทางอาญาและทางแพ่งต่อไป

เมื่อถามว่า น.ส.สุชาดา เข้าไปให้ข้อมูลกับดีเอสไอว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือ แต่ก่อนหน้านี้หายไปข่วงหนึ่ง มองว่าถอยไปตั้งหลักหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ ตนไม่อยากวิจารณ์มาก เพราะ น.ส.สุชาดา พยายามจะพูดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมือง แต่ตนก็ต้องย้ำชัดว่า กระบวนการในการตรวจสอบนักการเมืองในทางการเมืองมันมีอยู่แล้ว

ฉะนั้น การที่จะชี้แจงว่าเป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่ ตนคิดว่าไม่เป็นประเด็น แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ เรื่องทางกฎหมาย ว่าตกลงแล้วเว็บพนันเป็นเว็บพนันที่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่

หากผิดกฎหมายสิ่งที่จะต้องตามมา คือ ต้องมีการดำเนินคดี และหากไม่มีการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ผิดในฐานการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มันจะตามกันมาเป็นรายกระทงๆ ไป ฉะนั้น เรื่องนี้จึงจะไม่จบแค่ น.ส.สุชาดา แต่จะยาวไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ นายไชยชนก ต่อไปด้วย

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้เปิดประเด็น อยากให้ น.ส.สุชาดา ชี้แจงเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตอนที่เป็นเลขานุการของนายไชยชนก ด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้สังคมเรียกร้องมา และยังมีอีกหลายคำถาม ตนคิดว่าอย่างไร น.ส.สุชาดา ก็ควรตอบคำถามเรื่องนี้

แต่ตนคงไม่สามารถบอกได้ว่า น.ส.สุชาดา ควรชี้แจงในรูปแบบไหน แต่เบื้องต้นหนึ่งในกลไกที่น.ส.สุชาดา น่าจะคุ้นเคย คือ กลไกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

โดยในวันที่ 22 ต.ค.ช่วงเช้า กมธ.เราได้เชิญดีเอสไอมาชี้แจงความคืบหน้าเรื่องนี้ ส่วน น.ส.สุชาดา และสามี เราก็เชิญมาเช่นกัน ซึ่ง น.ส.สุชาดา ก็อยู่สภาอยู่แล้ว ตนพร้อมที่จะรอ น.ส.สุชาดา และสามี มาให้ข้อมูล ซึ่งเราจะได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งในทางการเมืองและในทางกฎหมายต่อไป

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนก็ได้รับหนังสือจากดีเอสไอเช่นเดียวกัน โดยจะให้ตนไปชี้แจงในวันที่ 21 ต.ค. โดยปกติวันพุธตอนเช้า ตนต้องทำหน้าที่เป็นประธานกมธ. และในช่วงบ่ายก็จะมีการโหวตกฎหมาย หากจะไปก็ลำบากอยู่ แต่ตนยินดีให้ความร่วมมือ

เบื้องต้นได้ให้ฝ่ายเลขานุการกมธ.กฎหมายฯ พูดคุยกันว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะคุยกันในช่วงเย็นหรือเป็นในลักษณะที่ดีเอสไอมาที่สภาฯ เพื่อจะสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ ได้ หรืออาจจะขยับเป็นวันที่ 22 ต.ค.ที่ดีเอสไอจะต้องมาชี้แจงกมธ.อยู่แล้ว ตนก็ไม่ได้ติดอะไร และคิดว่าน่าจะสะดวกกับทุกฝ่าย

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวตนเห็นการริเริ่มของดีเอสไอในเชิงบวก ตนก็คิดว่าอย่างน้อยที่สุด การที่ตนออกมาตั้งคำถามถึงความพยายามและความคืบหน้าต่างๆ ของหน่วยงาน รวมถึงดีเอสไอด้วย แล้วดีเอสไอขยับตามที่เราตั้งข้อสังเกตนั้น สำหรับตนเป็นเรื่องที่ดี หวังว่าทุกหน่วยงานจะทำหน้าที่เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา

“ไม่ใช่เห็นว่าเป็นพวกสีน้ำเงินแล้วก็ปล่อยไป แล้วให้รอด ผมคิดว่าหากเราอยู่แบบนี้ ระบบกฎหมายของเราจะไม่สามารถคุ้มครองประเทศไทยและคนไทยได้ และประเทศไทยจะกลายเป็นแดนสวรรค์ของทุนเทาต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้มาพร้อมกับช่วงที่อธิบดีดีเอสไอคนใหม่เข้ามาพอดี นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีใครคำนวณได้ 100% ว่าอธิบดีจะมีใครเข้ามาอย่างไร แน่นอนว่าภายในดีเอสไอที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นั้น ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรตั้งคำถามว่า ข้าราชการดีเอสไอได้รับความเป็นธรรมหรือไม่

แต่เฉพาะประเด็นนี้จะเป็นบทพิสูจน์วัดใจว่า ตัวอธิบดีที่ถูกตั้งคำถามมากมายถึงความเชื่อมโยงกับระบอบสีน้ำเงินนั้น สุดท้ายท่านจะใช้อำนาจอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนคาดหวังกับข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยคนอื่นๆ ว่าจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สมกับสิ่งที่ประชาชนกำลังคาดหวังอยู่ในเวลานี้ หวังว่าจะไม่มีการใช้อำนาจในลักษณะที่บิดเบือนกฎหมายหรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

เมื่อถามกรณี น.ส.สุชาดา ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดเผยข้อมูลของนายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มองว่าเป็นเรื่องทางการเมืองจับแพะชนแกะมากกว่าการตรวจสอบ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นไหนที่ น.ส.สุชาดา บอกว่าเป็นการจับแพะชนแกะ หรือเพราะวิธีการมองเช่นนี้จึงทำให้ Shuffle ไม่ถูกปิดกั้นในการเข้าถึง เพราะการมองแบบนี้หรือไม่ จึงทำให้เว็บพนันไม่ถูกปราบ

ดังนั้น การจะบอกว่าเป็นการจับแพะชนแกะหรือเป็นประเด็นทางการเมืองนั้น เอาตรงๆ ตนคิดว่าหาก น.ส.สุชาดา มีพยานหลักฐาน มีข้อมูลอย่างไร สามารถเปิดมาได้เลย เช่น ประเด็นเรื่องการขายหุ้นที่บอกว่าขายไปแล้วก็ขอให้เปิดเอกสารมา ไม่ได้ยากเลย เพราะวันนี้อีกฝ่ายเขามีข้อมูล มีเอกสาร

“เมื่อเราบอกว่าเราต้องคุยกันบนพื้นฐานของข้อมูลและเอกสาร แต่ทำไม น.ส.สุชาดา จึงเลือกที่จะเงียบเรื่องนี้ ในทางกลับกัน ผมยังจำได้ว่าคุณสุชาดาพูดในสภาเองว่า เปิดมาเลยสิ เปิดมาเลย ตอนนี้เขาเปิดแล้ว แล้วเมื่อไหร่คุณสุชาดาจะเปิดบ้าง

ดังนั้น หากอยากให้เรื่องนี้จบ ผมคิดว่าสามารถที่จะนำข้อมูลต่างๆ มากาง เพื่อดูว่าความผิดของเรื่องนี้มีขอบเขตแค่ไหน ไม่ใช่แค่เว็บพนัน แต่ยังรวมไปถึงบัญชีทรัพย์สินอื่นๆ ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน