‘อนุทิน’ แจงกินข้าว ‘ธรรมนัส’ เป็นเพื่อนคบกันมาตั้งแต่เป็นผู้กอง กั๊กกระแสกล้าธรรมร่วมรัฐบาล-ยุบรวมภูมิใจไทย ลั่นอย่าสมมติ ขอให้รออีกไม่นาน หัวเราะลั่นไม่ตอบปมแบ่ง กระทรวงริมน้ำ-บทบาท ‘ศุภจี’
เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 20 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นได้กำชับอะไรรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า
ตัวนายกรัฐมนตรีก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายด้วย ฉะนั้นทุกกระทรวงก็ต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจง รัฐบาลชุดนี้ทำงานเป็นทีมเวิร์กอยู่แล้ว เพราะในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียงสองพรรคการเมือง ดังนั้นการประสานงานและความร่วมมือต่างๆ จึงไม่ยาก
ส่วนมีความกังวลกระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ
เมื่อถามถึงความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น เนื่องจากมีหลายกระแสข่าวทั้งการเข้าร่วมรัฐบาล และการยุบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายกฯ กล่าวว่า มันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะไปพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อนบ้าง มันยังไม่มีความหมายอะไร
เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวเลี่ยงว่า ถามเรื่องงานดีกว่า วันนี้อนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหลายเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสพรรคกล้าธรรมจะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี ได้แต่ยิ้ม โดยไม่ได้ตอบคำถาม
เมื่อถามว่าสังคมมองว่าขณะนี้รัฐบาลเข้มแข็งแล้ว จะเติมความเข้มแข็งเพิ่มหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องอภิปรายก็เป็นกระบวนการทางรัฐสภา เป็นเรื่องกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมชี้แจงตอบข้อสงสัย รวมถึงชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆอยู่แล้ว เรื่องการทำงานของรัฐบาลเราก็ยังต้องทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามแสดงว่ามีความมั่นใจการชี้แจงของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยมีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ถ้าถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในก็มั่นใจ แต่จะมาบอกว่ามั่นใจมาก แบบนี้พูดไม่ได้
เมื่อถามว่ามั่นใจจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าถามก็ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อย แต่ตอนนั้นไม่มีการอภิปราย แค่เกือบมี แต่ยุบสภาไปก่อน พอมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาฯ วันนี้มีเกือบ 300 เสียง ผู้สื่อข่าวก็ไปคำนวณเอา
เมื่อถามว่าหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง จะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การลงมติทุกอย่างถือเป็นเอกสิทธิ์
เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตให้จะมีผลต่อการตัดสินใจในการดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เอาไว้ให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะไปหารือกับวิปของสภา ว่าช่วงที่รัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ และจะได้ฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลภารกิจอื่นๆ คือช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. และวันที่ 30 ต.ค. เป็นวันโหวต นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล
แต่สุดท้ายจะเป็นวันไหนหรือกี่วันก็ขึ้นอยู่กับการหารือ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่รัฐบาลบอกว่าจะเสนอแบบนี้ เราถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่ต้องเป็นการหารือของวิป 3 ฝ่าย รวมถึงประธานสภาด้วย ฉะนั้นก็ต้องขออภัยที่รัฐบาลอาจจะใช้คำพูดผิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ โดยที่ไม่ได้พูดคำว่าเราเสนอ ต้องขออภัยด้วย
เมื่อถามว่าตอนนี้มีการมองข้ามช็อตไปถึงหลังการซักฟอกว่ารัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินถึงกับร้อง “หึ่ย” พร้อมกล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย ซักฟอกเสร็จก็ต้องชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ต้องลงมติ กว่าจะรู้ว่าเสียงจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ต้องรอตรงนั้นก่อน แล้วค่อยมาถาม
เมื่อถามย้ำว่าเท่ากับไม่ได้ปฏิเสธและปิดประตูตายพรรคกล้าธรรม นายอนุทินกล่าวว่า “ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่ผมโดน แต่เป็นรมว.สาธารณสุข และรมว.มหาดไทย ถามว่ากำกับได้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน ผมนก็นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือเปล่า มันไม่มีอะไรที่จะบอกว่าแบบนี้ผ่านชัวร์ๆ เพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารประเทศแบบนี้ เราต้องมั่นใจข้อมูลที่เราตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียว รัฐมนตรีอีก 17 คนก็ต้องตอบ”
เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายจะมีการปรับ ครม. หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “โอ๊ย อย่าเพิ่งถาม”
ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีภาพการไปรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่าได้พูดคุยอะไรกันบ้าง นายกฯ หัวเราะ พร้อมถามกลับว่า “ต้องบอกด้วยเหรอ คนเป็นเพื่อนกัน”
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คือกระแสไง เชื่อว่า แล้วทำไมไม่คิดว่าตนกับ ร.อ.ธรรมนัส คบกันมาตั้งแต่เป็นผู้กองจริงๆ เลย เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาตลอด มีการพบปะกันมาอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ในรัฐบาลล่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องมิตรภาพก็ยังดีที่ผมกับท่านธรรมนัสดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้” พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการแบ่งกระทรวงริมน้ำให้พรรคกล้าธรรม นายกฯ ถามกลับว่า “กระทรวงริมน้ำคืออะไร” ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ากระทรวงพาณิชย์ และยังจับตาบทบาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย นายกฯ จึงหัวเราะเสียงดัง พร้อมบอกว่า “อย่าสมมติ ขอให้รอ”
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล จะเกลี่ยโควตาของพรรคภูมิใจไทย หรือโควตาของพรรคเพื่อไทย นายกฯ ย้ำว่า “ยังสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปราย ยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประเทศอย่างเต็มที่ ตรงนี้จะไม่เสีย”