กัมพูชา เรียกร้องไทย ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ชี้เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ดีกว่าการเผชิญหน้าทางทหาร
21 ต.ค. 69 – นายปรัก สุคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยดำเนินการตามมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจภายใต้กระบวนการประนอมระหว่างไทยและกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
นายปรัก กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตและกรอบการเจรจา เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ไม่ใช่การจัดการโดยการเผชิญหน้าทางทหาร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ กัมพูชาและไทยได้มีการตกลงกันที่จะให้ผู้แทนทางการทูตของแต่ละฝ่ายกลับเข้าประจำการ ณ สถานเอกอัครราชทูตของตน ในที่หารือ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ปีที่ผ่านมา
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศยืนยันเจตนารมณ์ดังกล่าวอีกครั้งในเดือน พ.ค. ปีนี้ พร้อมได้มีการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตในประเด็นนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งทางบก ทางทะเล กัมพูชาและไทยมีกรอบทางกฎหมาย ตลอดจนกลไกแก้ไขข้อพิพาทที่แตกต่างกัน โดยความตึงเครียดที่บริเวณชายแดนทางบกนั้น สามารถส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางเจรจาข้อพิพาททางทะเลได้
รมว.ต่างประเทศ กล่าวต่อว่า ประเด็นข้อพิพาททางบก-ทางทะเล ไม่ควรนำมาเชื่อมโยงเป็นเงื่อนไขกันและกัน ทั้งสองประเทศได้แก้ไขปัญหานี้โดยใช้กรอบกฎหมายและกลไกของแต่ละประเทศมาเป็นเวลาเกือบ 25 ปีแล้ว นอกจากนี้ ภายใต้มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ กัมพูชาและไทยต้องละเว้นการใช้กำลังทางทะเล รักษาการหารืออย่างสร้างสรรค์และเป็นสาธารณะด้วย
นายปรัก ยังเน้นย้ำความสำคัญการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง ที่กัมพูชาและไทยบรรลุเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา ตลอดจนการผลักดันการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน พร้อมระบุว่า การหารือภายใต้กระบวนการประนีประนอมที่กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ นำมาซึ่งความคืบหน้า ซึ่งเห็นได้จากการบรรลุมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการรับทราบถึงจุดยืนทางกฎหมายของแต่ละฝ่าย
สำหรับการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ครั้งที่ 3 มีกำหนดการจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย.
อ้างอิง : มติชนออนไลน์