DPU เสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด BRAND AMBASSADOR 2026 ดึง “ครูก้อง ปรีดิยุช รัตนงาม” ติวเข้มเทคนิคการนำเสนอการตอบคำถามบนเวที ปั้นตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างมั่นใจเกินร้อย
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยสโมสรนักศึกษา จัดกิจกรรมอบรมพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะการสื่อสารให้แก่ผู้เข้าประกวด DPU BRAND AMBASSADOR 2026 เพื่อเสริมศักยภาพด้านการนำเสนอตนเอง การสื่อสารความคิด และการแสดงทัศนคติอย่างมั่นใจ พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมเชิญ ครูก้อง ปรีดิยุช รัตนงาม อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสาร เป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคนิคการนำเสนอตนเอง การพูดแบบฉับพลัน และการตอบคำถามบนเวทีประกวด เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมสมภพ โหตระกิตย์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า การประกวด DPU BRAND AMBASSADOR 2026 มุ่งค้นหานักศึกษาที่มีศักยภาพรอบด้านเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวด 3 ประเภท ได้แก่ สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และ LGBTQ+ ภายใต้ชื่อ Miss Queen DPU ได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการสื่อสาร บุคลิกภาพ และการนำเสนอตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็น Brand Ambassador โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างความประทับใจแรกพบ (First Impression) ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ผ่านการใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากทักษะดังกล่าวไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะบนเวทีประกวดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการติดต่อสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการประกอบอาชีพในอนาคต
รองอธิการบดีฯ กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าประกวดมีทักษะที่จำเป็นอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยจึงเชิญ ครูก้อง ปรีดิยุช รัตนงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสาร ซึ่งมีประสบการณ์ดูแลและพัฒนาบุคลิกภาพให้แก่ศิลปิน นักร้อง อินฟลูเอนเซอร์ และผู้เข้าประกวดจากเวทีต่าง ๆ มายาวนานกว่า 30 ปี มาถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการนำเสนอตนเอง รวมถึงการตอบคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการอบรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบรรยาย แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากร เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงช่วยพัฒนาทักษะและสร้างความมั่นใจได้มากกว่าการศึกษาเนื้อหาจากสื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งจากการสังเกตบรรยากาศการอบรมพบว่า นักศึกษามีความกระตือรือร้นและให้ความสนใจในการฝึกปฏิบัติ รวมถึงร่วมซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง
ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาผู้เข้าประกวดที่มหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ในหลายด้าน เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากกิจกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้อย่างมั่นใจ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าประกวดทุกคนได้พัฒนาทั้งบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ความสามารถในการแสดงออก และการนำเสนออัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ และศักยภาพที่หลากหลายประกอบกัน
“ที่ผ่านมา นักศึกษาที่ได้รับตำแหน่ง DPU BRAND AMBASSADOR หลายคนสามารถนำประสบการณ์จากเวทีประกวดไปต่อยอดสู่การทำงานด้านสื่อและการนำเสนอ ทั้งการทำงานหน้ากล้อง การเป็นตัวแทนในสื่อประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการทำงานในแวดวงวิชาชีพภายนอกมหาวิทยาลัย จึงคาดหวังว่าผู้เข้าประกวดในปีนี้จะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองและนำทักษะที่ได้รับไปสร้างโอกาสในการทำงานเช่นเดียวกัน เพราะการเป็น Brand Ambassador ในปัจจุบันไม่ได้วัดจากความสวยงามหรือบุคลิกภาพภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ประกอบทั้งความรู้ ความสามารถ ทักษะการสื่อสาร และความมั่นใจที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย” ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ครูก้อง ปรีดิยุช รัตนงาม อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้มุ่งพัฒนาทักษะสำคัญที่ผู้เข้าประกวดจำเป็นต้องใช้บนเวที โดยเฉพาะการนำเสนอตนเองและการตอบคำถาม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทั้งการตอบคำถามจากคำสำคัญ (Keyword) และการตอบคำถามรอบสุดท้าย (Final Question) ที่ผู้เข้าประกวดต้องอาศัยไหวพริบ การคิดวิเคราะห์ และความสามารถในการเรียบเรียงความคิดภายในเวลาจำกัด เพื่อถ่ายทอดคำตอบได้อย่างชัดเจนและน่าประทับใจ
สำหรับการตอบคำถามจากคำสำคัญ ได้เน้นการฝึกทักษะการสื่อสารแบบฉับพลัน (Impromptu Communication) ผ่านกระบวนการ “เห็น คิด พูด” ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าประกวดสามารถรับข้อมูลที่ปรากฏบนเวที วิเคราะห์ความหมาย และเชื่อมโยงเข้ากับความคิดเห็นของตนเองได้อย่างรวดเร็ว โดยนำเสนอรูปแบบการจัดโครงสร้างคำตอบ 3 แนวทาง ได้แก่ PRA, PREP และ What–Why–How เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยจัดลำดับความคิด สร้างเหตุผลสนับสนุน และสื่อสารประเด็นสำคัญให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย แม้ต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้
ขณะที่การตอบคำถามรอบสุดท้าย ครูก้องได้ถ่ายทอดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ “ตรงประเด็น เน้นเหตุผล จบให้คนประทับใจ” โดยอธิบายว่า ผู้เข้าประกวดต้องเริ่มจากการตั้งใจฟังและวิเคราะห์คำถามให้ครบทุกประเด็น ก่อนเรียบเรียงคำตอบอย่างมีเหตุผล พร้อมสร้างบทสรุปที่สะท้อนมุมมองและคุณค่าของตนเอง เนื่องจากคำถามบนเวทีประกวดในปัจจุบันไม่ได้มุ่งวัดเพียงความถูกหรือผิดของคำตอบ แต่ให้ความสำคัญกับทัศนคติ วิธีคิด และความสามารถในการนำเสนอแนวคิดอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นว่าคำตอบนั้นสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น จุดประกายแรงบันดาลใจ และสะท้อนภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยได้อย่างไร
นอกจากนี้ ครูก้องยังกล่าวถึงศักยภาพของนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความกระตือรือร้น ความตั้งใจ และการมีส่วนร่วมตลอดการอบรม โดยนักศึกษาแสดงออกผ่านการตอบคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา สะท้อนถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของผู้เข้าประกวดที่ต้องการพัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่การเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การถ่ายทอดความรู้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ครูก้องยังเน้นย้ำว่า คุณค่าของการเข้าร่วมประกวดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการได้รับตำแหน่งหรือรางวัล แต่เริ่มต้นตั้งแต่การกล้าก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ โดยผู้สมัครทุกคนต่างแสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะท้าทายตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนคณะ หรือผู้ที่ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมการคัดเลือกด้วยตนเอง เพราะนอกจากพรสวรรค์แล้ว ความพยายามและการแสวงหาโอกาสถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตและความสำเร็จ
“แค่กล้าก็ชนะแล้ว” ครูก้องกล่าว พร้อมอธิบายว่า การตัดสินใจก้าวขึ้นสู่เวทีประกวดถือเป็นชัยชนะเหนือความกลัวและข้อจำกัดของตนเอง ขณะที่รางวัลเป็นเพียงผลตอบแทนเพิ่มเติมจากความพยายาม แต่ประสบการณ์ ความมั่นใจ และทักษะที่ได้รับจากการเตรียมตัวและการแข่งขันจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต
พร้อมกันนี้ ครูก้องได้ฝากแนวคิดสำคัญให้ผู้เข้าประกวดกลับไปค้นหาอัตลักษณ์และจุดเด่นของตนเอง ผ่านกระบวนการสร้างแบรนด์บุคคล (Personal Branding) เพื่อให้เข้าใจว่าตนเองมีบุคลิกภาพ คุณค่า และเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้อื่นอย่างไร เพราะเมื่อสามารถค้นพบตัวตนที่แท้จริงได้แล้ว จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการแสดงออกและทำให้ทุกครั้งที่ก้าวขึ้นเวทีเป็นการนำเสนอความสามารถอย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ ครูก้องทิ้งท้ายว่า การค้นพบตัวตนและการสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อการแข่งขัน DPU BRAND AMBASSADOR 2026 เท่านั้น แต่ยังเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต พร้อมอวยพรให้ผู้เข้าประกวดทุกคนประสบความสำเร็จ ได้รับประสบการณ์อันมีค่า และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตเป็นบุคคลที่มีความมั่นใจ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยได้อย่างภาคภูมิใจ
ผู้สนใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th



