สงขลา หาดใหญ่โพล เผย ดัชนีความเชื่อมั่นประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ “ดิ่งเหว” ราคาน้ำมันแพง ภาระหนี้สิน พอกพูน ค่าครองชีพพุ่งสูงลิ่ว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ “โวย” โครงการโซลาร์ประชาชนคลุมเครือ หวั่น อาชญากรรม พุ่ง การแก้ปัญหาล้มเหลว รัฐบาล รีบปรับโครงสร้างหนี้รายย่อย

1 พ.ย. 69 – ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผย ผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคมเดือน ต.ค. พบว่า ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.ย. สาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง

ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เกิดจากปัญหาต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ต้องแบกรับภาระหนักและขาดสภาพคล่อง เมื่อประชาชนมีกำลังซื้อจำกัด ธุรกิจจึงต้องลดกำลังการผลิต ลดโอที หรือเลิกจ้างพนักงาน ส่งผลให้รายได้ของคนงานลดลง ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฝืดเคือง และกระทบต่อการฟื้นตัวของการลงทุนและการจ้างงานของประเทศในภาพรวม

ผศ.ดร.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยและสามารถเลื่อนออกไปได้ ภาระค่าครองชีพและค่าเดินทางสูงขึ้น ทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะงดการเดินทาง หรือเปลี่ยนมาเที่ยวใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร รถรับจ้าง และร้านขายของฝากขาดรายได้

“เผชิญกับความเครียดและดิ้นรนอย่างหนักจากปัญหาปากท้อง เนื่องจากกังวลว่า จะหาเงินไม่เพียงพอกับรายจ่ายประจำวัน ผู้นำครอบครัวต้องทำงานหนักขึ้นแต่เงินยังไม่พอใช้ รายได้เท่าเดิมหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งสวนทางกับรายจ่ายประจำที่พุ่งสูงขึ้น

ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินติดลบ เสี่ยงต่อการประสบปัญหาครอบครัว สินค้าและบริการที่ปรับราคาสูงขึ้นทำให้เงินจำนวนเดิมมีอำนาจซื้อลดลง ส่งผลให้ต้องลดปริมาณการซื้อ ส่งผลให้มาตรฐานการใช้ชีวิตตกต่ำลง และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น”

“ความยากจนและปัญหาเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดความกังวลต่อปัญหาอาชญากรรม เช่น การลักขโมยทรัพย์สิน หรือขโมยผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่ปลอดภัยและต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในยามวิกาล จึงส่งผลกระทบต่อร้านค้าและบริการขนส่งในเวลากลางคืน อีกทั้ง ความหวาดระแวงนี้ยังบั่นทอนด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวของชุมชน”

ผศ.ดร.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า ขาดความมั่นใจว่า ชีวิตในอนาคตจะดีขึ้น เมื่อยังไม่เห็นผลลัพธ์การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม จึงเลือกที่จะรัดเข็มขัดและชะลอการใช้จ่าย ส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนและการจ้างงานตามไปด้วย ซึ่งวงจรเหล่านี้นำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า จึงส่งผลต่อความเชื่อมั่นโดยรวม

“รัฐบาล ควรออกมาตรการช่วยเหลือค่าพลังงาน และค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ค้ารายย่อยที่เดือดร้อนจริง ควบคู่กับการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา เพื่อให้ประชาชนซื้อของจำเป็นได้ในราคาที่เป็นธรรม และผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้”

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า รัฐบาลควรสำรวจและเยียวยากลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ขาดรายได้จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจ่ายเงินชดเชยหรือจัดตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนช่องทางหางานและฝึกทักษะอาชีพระยะสั้น เพื่อให้แรงงานกลับมาพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่ม

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าการเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs และร้านค้ารายย่อย รัฐบาลและสถาบันการเงินควรสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนและการปรับโครงสร้างหนี้แก่ธุรกิจรายย่อยที่ยังมีศักยภาพ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดการต้นทุน รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดและการจัดซื้อของภาครัฐ เพื่อรักษากิจการและการจ้างงานให้คงอยู่

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและป้องกันหนี้นอกระบบ รัฐบาลควรประสานสถาบันการเงินให้มีช่องทางเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้จริงของประชาชน หนี้นอกระบบควรมีการไกล่เกลี่ยและคุ้มครองความปลอดภัย ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนรายรับรายจ่าย เพื่อไม่ให้ประชาชนกลับไปสร้างหนี้ซ้ำ

“รัฐบาลควรจัดแคมเปญส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนที่มีค่าใช้จ่ายเหมาะสม โดยเชื่อมโยงที่พัก ร้านอาหาร และสินค้าชุมชนเข้าด้วยกัน สนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนเข้าถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐได้ง่ายขึ้น

เพื่อให้เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง จัดระเบียบชุมชนด้วยการแก้ไขจุดเสี่ยง เพิ่มแสงสว่าง และจัดชุดสายตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยทั้งในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร ควบคู่กับการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิต”

ผศ.ดร.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมพร้อมรับมือและป้องกันอุทกภัยซ้ำซาก รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นต้องเร่งตรวจสอบระบบระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน จัดทำระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่ชัดเจนเป็นรายพื้นที่ หากเกิดน้ำท่วมต้องมีแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง จัดตั้งศูนย์พักพิงที่ได้มาตรฐาน และมีมาตรการเยียวยาหลังน้ำลดที่รวดเร็ว

“การสร้างความชัดเจนในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลควรชี้แจงเงื่อนไขของโครงการโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนเข้าใจง่าย เรื่องวงเงินกู้ ระยะเวลาคืนทุน และความคุ้มค่าของการลงทุน กำหนดมาตรฐานการรับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงาน” จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน