ภูมิใจไทย ชงแก้ข้อบังคับการประชุมสภาฯ จ่อใช้เสียงข้างมากยึดเรียบประธานกมธ.ทุกคณะ เปิดช่อง ‘นายกฯ’ เลี่ยงตอบกระทู้
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 11 พ.ย. มีวาระการพิจารณาสำคัญคือ การพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขข้อกำหนดบางประการที่ไม่รองรับกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาฯ ในปัจจุบัน เพื่อให้การดำเนินการของสภาฯ รเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
โดยมีสาระสำคัญที่เสนอแก้ไขคือ 1.การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มหรือลดจำนวนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ตามข้อบังคับที่ 90 โดยให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาเพิ่มหรือลดจำนวนกมธ.ได้ตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่กำหนดให้มีกมธ.สามัญ จำนวน 35 คณะ
2.การแก้ไขเรื่องการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงต่อกมธ. จะต้องได้รับการเห็นชอบจากมติที่ประชุม กมธ.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกมธ.ทั้งหมดที่มีอยู่ และให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อประธานกมธ.
โดยในกรณีบุคคลที่ถูกเรียกมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ประธานกมธ.แจ้งต่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดรับทราบ และให้เป็นหน้าที่ของนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ สั่งการจะให้บุคคลนั้น มาให้ข้อเท็จจริงตามที่กมธ.เรียก จากเดิมที่กำหนดให้ประธานกมธ.ทำเป็นหนังสือเท่านั้น
3.การเลือกประธานหรือรองประธานกมธ. หากมีการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก
ถ้ามีคะแนนเท่ากันให้ลงคะแนนเลือกใหม่อีกครั้ง ถ้าผลคะแนนใหม่ยังมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก จากเดิมกำหนดตำแหน่งประธานกมธ.แต่ละคณะ ต้องมีจำนวนตามอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาฯ
4.การประชุมสภาฯ ย่อมเป็นไปโดยเปิดเผย เว้นแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือกมธ.จำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่มีอยู่ ร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ และกรณีประชุมลับ ผู้ที่เข้าฟังการประชุมได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม โดยได้รับอนุญาตจากประธานที่ประชุมกมธ. จากเดิมไม่มีการระบุไว้
5.การถ่ายทอดสดการประชุมกมธ. ต้องมีมติมากกว่ากึ่งหนึ่งของกมธ.ทั้งหมดที่มีอยู่ให้ถ่ายทอดสดการประชุม จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดไว้
6.การกำหนดให้นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องเข้าร่วมการประชุมสภาฯ เพื่อตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น มิอาจหลีกเลี่ยงได้ อาจขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม หรืออาจมอบหมายให้รัฐมนตรีอื่นมาตอบกระทู้แทนได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภาฯ ก่อนหรือในวันประชุมสภาฯ
ทั้งนี้ อาจยื่นหนังสือทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศได้ ตามระเบียบที่สภาฯ กำหนด โดยตัดข้อความตามข้อบังคับเดิมที่ระบุว่า นายกฯ หรือรัฐมนตรีต้องกำหนดเวลาว่าจะมาตอบกระทู้เมื่อใด ในกรณีการเลื่อนตอบกระทู้