ฉนวนกาซ่า ดินแดนภายใต้การปิดล้อมของทางการอิสราเอลที่ได้รับการขนานนามจากนักสิทธิมนุษยชนว่าเป็น “คุกแบบโอเพ่นแอร์” ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนสภาพเป็นนรกบนดินหลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารเพื่อสร้าง “สันติภาพที่ยั่งยืน”ผ่านการกวาดล้างกลุ่ม อิซเซลดิน อัล กัสซัม บริเกดส์ กองกำลังติดอาวุธของ“กลุ่มฮามาส” ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 ถือเป็นพัฒนาการดำดิ่งถึงขีดสุดระหว่างอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ในความขัดแย้งที่กินเวลายาวนานมากว่า 75 ปี

สงครามระหว่างกองกำลังติดอาวุธของฮามาสกับกองทัพอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายรวมกว่า 2 หมื่นราย บาดเจ็บทะลุครึ่งแสน และครึ่งหนึ่งของอาคารบ้านเรือนภายในกาซ่าถูกอิสราเอลถล่มเหลือเพียงซากปรักหักพัง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาคมโลกส่วนใหญ่ให้มีการหยุดยิงทันทีเป็นรอบที่สอง เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมหลั่งไหลเข้าสู่กาซ่า แม้อิสราเอลจะยืนยันว่า พยายามปกป้องชีวิตพลเรือนอย่างสุดความสามารถแล้ว และฮามาสถือเป็นองค์กรก่อการร้ายที่ถูกขึ้นบัญชีโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

ทหารอิสราเอลล่านักรบฮามาส

ทหารอิสราเอลล่านักรบฮามาส

 

ปฏิบัติการของอิสราเอลเกิดขึ้นหลังนักรบฮามาสบุกฝ่าแนวคอนกรีตที่อิสราเอลสร้างล้อมกาซ่าเอาไว้ร่วมกับการปิดล้อมทางอากาศและทะเลตลอด 17 ปีที่ผ่านมา (หลังฮามาสคุมกาซ่า) เข้ามาโจมตีและเข่นฆ่าผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า มีทหาร พลเรือน และชาวต่างชาติถูกสังหารกว่า 1,200 ราย บางส่วนถูกจับไปเป็นตัวประกันหลายร้อยคน รวมถึงคนไทยที่ทั้งถูกสังหารอย่างเลือดเย็นและยังไม่ได้รับการปล่อยตัวจากนักรบฮามาสนับตั้งแต่สงครามเริ่มเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

นักรบฮามาสถือว่า การปิดล้อมดังกล่าวเป็นหนึ่งในรูปแบบของการกดขี่ข่มเหงชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า แม้อิสราเอลจะถอนกำลังทหารและอพยพผู้ย้ายถิ่นฐานชาวอิสราเอลออกไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่อิสราเอลยังคงควบคุมการเข้าออกทั้งทางบก อากาศ และทะเล ของกาซ่า นำไปสู่การโจมตีตอบโต้กันไปมาหลายครั้งระหว่างฮามาสที่ยิงจรวดโจมตีข้ามเข้ามา

ความสูญเสียในกาซ่า (รอยเตอร์)

ความสูญเสียในกาซ่า (รอยเตอร์)

 

พิธีศพทหารอิสราเอลท่ามกลางความโศกเศร้า (รอยเตอร์)

พิธีศพทหารอิสราเอลท่ามกลางความโศกเศร้า (รอยเตอร์)

 

และอิสราเอลที่เปิดปฏิบัติการทางทหารเพื่อจัดการกับกลุ่มฮามาสมาแล้วหลายรอบ อาทิ ยุทธการ Cast Lead (2551-2552) ยุทธการ Pillar of Defense (2555) ยุทธการ Protective Edge (2557) ยุทธการ Guardian of the Walls (2564) และยุทธการ Breaking Dawn (2565) ซึ่งวงจรอุบาทว์ข้างต้น ทางการอิสราเอลเรียกสั้นๆ ว่า “ตัดหญ้า” มีพลเรือนในกาซ่าสังเวยชีวิตกว่า 4,000 ราย และชาวอิสราเอลเสียชีวิตกว่า 100 ราย กระทั่งสงครามล่าสุด

กองทัพอิสราเอลระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นนั้นเพื่อกวาดล้างนักรบฮามาสให้ราบคาบเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนของอิสราเอล และช่วยเหลือตัวประกัน ทว่า นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลางจำนวนมากตั้งคำถามว่า เป้าหมายดังกล่าวเป็นไปได้หรือไม่ และจะนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ได้ จริงหรือ

ทหารอิสราเอลทลายอุโมงค์นักรบฮามาส (รอยเตอร์)

ทหารอิสราเอลทลายอุโมงค์นักรบฮามาส (รอยเตอร์)

 

แคสเปี้ยน รีพอร์ต ระบุว่า สนามรบภายในกาซ่านั้นแตกต่างจากสมรภูมิในสงครามทั่วไป เพราะนอกเหนือไปจากการเป็นหนึ่งในชุมชนที่หนาแน่นที่สุดในโลก มีพลเมืองกว่า 2.3 ล้านคน นักรบฮามาสยังใช้ยุทธวิธีการรบแบบกองโจร ตลอดจนการเคลื่อนกำลังผ่านอุโมงค์ใต้ดินหลายแห่ง ความยาวร่วมกันกว่า 500 กิโลเมตร ทำให้แสนยานุภาพและเทคโนโลยีทางอาวุธที่เหนือกว่าของอิสราเอลถูกบั่นทอน สร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของทหารอิสราเอลและพลเรือน มีแนวรบที่ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดชัดเจนเหมือนสงครามในยูเครนปัจจุบัน

ความเสียหายต่อพลเรือนจึงหลีกเลี่ยงได้ยากยิ่งและอิสราเอลถูกโหมกระหน่ำด้วยข้อครหาอาชญากรรมสงครามจากการทิ้งระเบิดต่อเป้าหมายอย่างไม่แยกแยะ ไปจนถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ไม่เว้นแม้แต่ฮิวแมนไรต์สวอตช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนที่กล่าวหาอิสราเอลถึงการใช้ความหิวโหยเป็นอาวุธ หลังพบฝ่ายอิสราเอลเผาทำลายพื้นที่การเกษตรในกาซ่าและสกัดกั้นการลำเลียงความช่วยเหลือเข้าไปในกาซ่าของหน่วยงานทั่วโลกนำมาสู่สมรภูมิการเมืองทั้งในและนอกประเทศนอกเหนือจาก บททดสอบด้านการทหารที่อิสราเอลกำลังเผชิญ

ภาพสะท้อนชัดเจนจากการลงมติรอบสองเมื่อ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ซึ่งเป็นการประชุมของรัฐสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ ในจำนวนนี้ มีชาติสมาชิกถึง 153 ประเทศ สนับสนุนให้หยุดยิงทันทีระหว่างอิสราเอลกับนักรบฮามาส มีเพียง 10 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย ในจำนวนนี้คือ สหรัฐและอิสราเอล มีชาติงดออกเสียงถึง 23 ประเทศ รวมถึงอังกฤษและยูเครน บ่งชี้ถึงแรงสนับสนุนของอิสราเอลนั้นลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความเสียหายต่อพลเรือนมหาศาลแม้สงครามจะเพิ่งผ่านมาไม่ถึง 3 เดือน

นักรบฮามาส (cradle)

นักรบฮามาส (cradle)

 

จากรายงานของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติ (UNRWA) ณ วันที่ 16 ธ.ค. พบว่า มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1.9 ล้านคน คิดเป็นประชากรร้อยละ 85 ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นไร้ที่อยู่อาศัยหลังอิสราเอลถล่มตอนเหนือของกาซ่าและล่าสุดขยายขอบเขตมาถล่มตอนใต้ต่อทำให้ชาวกาซ่าไร้ที่ปลอดภัย ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น สังเวยชีวิตแล้ว 135 ราย นับเป็นความสูญเสียสูงสุดในประวัติศาสตร์ของยูเอ็น รวมถึงผู้สื่อข่าวในกาซ่าเสียชีวิต อีก 60 ราย ถือว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่อันตรายต่อสื่อมวลชนที่สุดในโลกด้วย

ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ แซช นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การกวาดล้างฮามาสนั้นเป็นไปได้ยากมากและสันติภาพไม่สามารถสร้างได้ด้วยการเข่นฆ่า โดยเฉพาะการโจมตีของอิสราเอลที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อพลเรือนมหาศาลก็ไม่ส่งผลดี เพราะเป็นการสร้างบาดแผลในระยะยาวต่อชาวปาเลสไตน์ ตอกย้ำความเกลียดชังที่มีต่อกันทั้งสองฝ่าย และไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ

ผู้อพยพในกาซ่า (รอยเตอร์)

ผู้อพยพในกาซ่า (รอยเตอร์)

 

“เป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าอย่างที่สุดและเป็นเวลาที่ทุกคนต้องหาทางออกผ่านการเจรจาทางการเมืองไม่ใช่สงคราม รากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืนของอิสราเอลต้องมาจากการตกลงกันทางการเมืองด้วยการเปิดทางให้ชาวปาเลสไตน์มีสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพเป็นของตัวเองเทียบเท่ากับชาวอิสราเอล ทั้งในแง่สังคมและเศรษฐกิจ”

ทำให้นึกเทียบกับคำกล่าวของนางแองเกลา แมร์เคิล อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมัน เคยระบุไว้หลังเกิดสงครามในยูเครนว่า หากทุกคนจะมัวมานั่งมองย้อนกลับไปในอดีตนับพันๆ ปี ว่าแผ่นดินตรงนี้ควรเป็นของใคร โลกนี้ก็คงมีแต่สงคราม

สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลและฮามาสจึงเป็นการสร้างบาดแผลและความเกลียดชังให้เพิ่มมากขึ้น รังแต่จะนำมาซึ่งการตอบโต้ที่เลวร้ายกว่าเดิม กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการสร้างสันติภาพ บนความย่อยยับด้วยกันทั้งสองฝ่าย อย่างไม่มีวันจบสิ้น..

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน