ปิกอัพสุดโหด ขับชนตาวัย 84 ลากร่างไปกับถนนไกลกว่า 10 กม. สะบัดศพหลุดซิ่งหนีต่อ สุดท้ายจนไปมุม ญาติสุดช็อก เห็นขาโผล่จากใต้ท้องรถ ไล่ตามไม่ทัน เดือดถ้าจอดตาคงไม่ตาย
วันที่ 15 ธ.ค.67 ร.ต.อ.พลาญชัย ชัยชนะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี รับแจ้งพบศพอยู่บนถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้ทางลอดใต้ทางรถไฟปากซอยเจ็ดเสมียน 35 หมู่ 1 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.เจ็ดเสมียน สายตรวจตำบลเจ็ดเสมียน กู้ภัยสว่างราชบุรี และฝ่ายปกครองตำบลเจ็ดเสมียน
ที่เกิดเหตุพบศพ นายบุญชู อร่ามคง อายุ 87 ปี ชาว ต.หนองกลางนา อ.เมือง จ.ราชบุรี จากการสอบถามญาติของผู้ตายว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายออกมากวาดพื้นหน้าบ้าน และทำเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งมักจะเดินข้ามถนนเอาขยะไปทิ้ง ซึ่งระหว่างที่เดินข้ามถนนก็มีรถกระบะขับมาและชนผู้ตายพร้อมกับลากร่างติดใต้ท้องรถ
ญาติเห็นเหตุการณ์ได้ตะโกนบอกให้ลูกหลานช่วยกันตามรถคันดังกล่าว พร้อมโทรแจ้งรถกู้ชีพของเทศบาลหลุมดินให้ช่วยตามหาตามเส้นทาง แต่ไม่ทัน จนกระทั่งเห็นน้ำมันเครื่องของรถคนที่ชนหยดไปตามพื้นถนน จึงแกะรอยตามไปจนพบศพถูกสลัดทิ้งตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจากจุดที่ชนประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ไม่พบรถคันเกิดเหตุ จึงแจ้งตำรวจพื้นที่ให้มาตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน หลังตำรวจได้ข้อมูลก็ได้วิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม และกู้ภัยสว่างราชบุรี ออกติดตามแกะรอยน้ำมันเครื่อง โดยตัวผู้ต้องหาได้เลี้ยวขวาผ่านโรงพยาบาลเจ็ดเสมียน ออกถนนเพชรเกษม และไปเลี้ยวเข้าตรงแยกโพธาราม เลี้ยวซ้ายแยกบ้านเลือก ข้ามสะพานวัดไทร
ต่อมาได้รับแจ้งว่ารถคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าวัดม่วง ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม พบเป็นรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บย-5509 ราชบุรี ด้านหน้ามีรอยชน และพบ นายแพง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ชาว ต.มาบกรวด อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา รับเป็นคนขับ พร้อมกับให้การอ้างว่า ตนขับรถไปซื้อของที่ตลาดราชบุรี ขากลับมาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายข้ามถนนมาจึงชน ตอนนั้นตนตกใจเลยขับรถหลบหนี
ด้าน น.ส.อาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี หลานสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ตอนเช้าตาจะข้ามถนนไปทิ้งขยะ ซึ่งตาข้ามพ้นเส้นขาวไปแล้ว ส่วนรถคนที่ชนมาจากหนองหอย ก่อนจะได้ยินเสียงชน ตนมองไม่เห็นตา แต่มาเห็นรองเท้าตาตกจึงมั่นใจว่าตาถูกรถชนและร่างติดไปกับรถ ซึ่งปกติตาจะตื่นตี 4 ทุกวันออกมากวาดหน้าบ้านเป็นประจำ หลังจากกวาดแล้วก็จะเก็บขยะไปทิ้งฝั่งตรงข้าม
แต่วันนี้ตี 5 ก็ไม่มืด มันเริ่มสว่างแล้ว และรถไม่น่าจะขับเร็ว หรือว่าชนแล้วน่าจะจอด ไม่สมควรที่ชนแล้วหนี ส่วนรถคนที่ชนนั้นเห็นวิ่งมาไม่เร็วมากประมาณ 80 กม./ชม. ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเล็ก และเป็นถนนที่มีทางโค้งเล็กๆ ไม่ใช่โค้งหักศอก
หลังจากรู้ว่าตาถูกรถชนก็ได้ตะโกนร้องให้คนในบ้านออกมาช่วยกันตามรถดังกล่าว ส่วนการแกะรอยจนไปพบศพนั้น คือมีคราบน้ำมันผสมเลือดอยู่ที่พื้นถนนเป็นทางยาว บางจุดพยายามที่จะขับรถสะบัดให้ร่างหลุดจากใต้ท้องรถ และจุดที่ร่างตาหลุดจากใต้ท้องรถ เป็นร่องถนนซึ่งรถกระแทกร่างก็หลุดออกมา
อยากจะบอกถึงคนชนว่าต่อให้คุณชนจะผิดหรือไม่ผิด ขอให้มีสามัญสำนึกของมนุษย์ ชนแล้วควรจะจอด ตาอาจจะไม่เป็นอะไรเยอะมาก ลองให้มันเกิดเหตุการณ์นี้กับคนในครอบครัวคุณแล้วคุณจะรู้ อยากให้มาขอขมาศพ ที่คุณทำไปมันทำให้คนๆ หนึ่งที่สูญเสียชีวิต และทำให้ครอบครัวเสียใจ