นายกอิ๊งค์ อัดฉีด 5 แสนล้าน ลงทุนโครสร้างพื้นฐานเอไอ เร่งอัพมูลค่าเศรษฐกิจไทย

รัฐบาลได้กำหนดแนวทาง 3 แนวทางสำหรับอนาคตของ AI ในประเทศไทย ประการแรก เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจจาก AI เช่น ช่วยให้เกษตรกรใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แพทย์ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น และทำให้ครูสามารถให้การเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ประการที่สอง บังคับใช้การกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการใช้ AI อย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ Deepfake และเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณะ

ประการที่สาม เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน AI แม้ว่าเอไออาจเข้ามามีบทบาทในงาน แต่ต้องถูกใช้เพื่อสนับสนุนคนงาน ไม่ใช่เพื่อทดแทนพวกเขา และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนลงทุนในการปรับปรุงทักษะและปกป้องศักดิ์ศรีของแรงงานมนุษย์

ประเทศไทยยังผลักดันยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติผ่านคณะกรรมการ AI ระดับชาติ เป้าหมายของรัฐบาลคือการใช้ AI เป็นเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแปลงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และพื้นฐานจริยธรรมที่แข็งแกร่ง ภายในปี 2027 ประเทศมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 4 พันล้านบาท ผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI

ส่วนหนึ่งที่สำคัญของแผนนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำเช่นนี้จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเสริมว่า ในฐานะเจ้าภาพของฟอรั่มยูเนสโกโลกครั้งที่ 3 เรื่องจริยธรรมของ AI 2025 การจัดงานนี้นำไปสู่การยกระดับขีดการเเข่งขันของประเทศ ทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ในเวทีย่อยต่างๆ

“เรามีการร่วมมือกับ UNESCO จัดตั้งศูนย์ AI Practice เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเเข่งขันเอไอ ให้ความรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ ศูนย์กลางภูมิภาค ให้ประเทศอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วม”

เราไปประกาศสร้างคนด้านเอไอเพิ่มเติมอีกกว่าแสนคนในปีนี้ เทรนด์หน่วยงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์เอไอที่เปลี่ยนไป ตามแนวทางของ คณะกรรมการปัญญาประดิษฐแห่งชาติ ซึ่งมีแผนการลงทุนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2568-2570 วงเงินลงทุน 15.4 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 5แสนล้านบาท

งานนี้ สุดท้าย ที่เราจะได้รับคืแ คือมาตรฐานสำหรับการกำกับดูแล เพื่อให้เอไอที่มีมาตฐาน มีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่การยกขีดความสามารถในการแข่ฃขันของประเทศ

นายประเสิรฐกล่าวว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี การขับเคลื่อนงานด้านเอไอ สามารถขับเคลื่อนได้ปกติ ไม่มีอุปสรรคในตอนนี้ ด้วยมีแผนมีคณะกรรมการขับเคลื่อนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดการประชุมทวิภาคีกับ นางออเดรย์ อาซูลาย ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก ในการประชุมนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะตั้ง AIGPC (ศูนย์ปฏิบัติการด้านการกำกับดูแล AI) เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอแนะของยูเนสโกเกี่ยวกับจริยธรรมของ AI ความร่วมมือนี้จะเพิ่มศักยภาพของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในการนำแนวทาง AI ที่มีจริยธรรมมาใช้

ขณะเดียวกันยังเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น การฉ้อโกงที่เกิดจาก AI การให้ข้อมูลที่ผิดพลาด และการหลอกลวงออนไลน์

AIGPC จะเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาศักยภาพ โปรแกรมการรับรอง และศูนย์วิจัยและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ AI

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน