ธปท. คาดเศรษฐกิจไทย ชะลอลากยาว ฉุดจีดีพีปี 69 โตได้ แค่ 1.7%
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนง. คณะกรรมการฯ มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี โดยมี 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งให้เหตุผลของการคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมคือ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า และให้ความสำคัญกับจังหวะเวลา
“จีดีพีครึ่งแรกของปี 2568 โตที่ 2.9% แต่หลังจากนี้ช่วงครึ่งหลังของที่เหลือเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแน่นอน ผลจากสงครามการค้าโลกที่เริ่มชัดเจนขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้คาดการณ์การโตของจีดีพีครึ่งปีหลังน้อยลง เพราะโมเมนตัมเทียบระหว่างไตรมาสต่อไตรมาสเทียบกันจะลดลงค่อนข้างแรง จากเดิมไตรมาส 1/2568 โต 0.6% ลงมาโตอยู่ที่ 0.1% ทำให้ทั้งปี 2568 โตที่ 2.3% ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลไปถึงปี 2569 ทำให้จีดีพีไทยปี 2569 โตเพียง 1.7% เท่านั้น แม้เศรษฐกิจในปี 2568 จะปรับคาดการณ์ขึ้นที่ 2.3% แต่ปีหน้าจะโตชะลอตัวลงค่อนข้างเยอะ” นายสักกะภพ กล่าว
นายสักกะภพ กล่าวว่า ประเมินภาพในอดีตทำให้มั่นใจว่าจีดีพีปี 2568 ไม่ต่ำกว่า 2% แน่นอน เพราะโมเมนตัมรายไตรมาส หากเศรษฐกิจจะโตต่ำกว่า 2% ได้ จีดีพีจะต้องติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้ง ได้แก่ ต้มยำกุ้งปี 2540 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 วิกฤตความไม่สงบทางการเมืองไทยปี 2556 และการระบาดโควิด-19 ปี 2563 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ที่มาเป็นผลจากต่างประเทศเข้ามาร่วมด้วย
นายสักกะภพ กล่าวว่า ความกังวลเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศไทย จะมาจากต่างประเทศที่เกิดภาวะดังกล่าวขึ้นก่อน ซึ่งโอกาสในตอนนี้มีน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะต้องมีวิกฤตใหญ่เกิดขึ้นมา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพแนวโน้มดังกล่าว รวมถึงปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังไม่ได้ถูกใส่รวมเข้าไป เพราะยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ