ตำรวจไซเบอร์จับเจ้าพ่อเงินกู้ดอกโหด พื้นที่นครสวรรค์ พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 1 ล้าน เจ้าตัวรับสารภาพเมื่อก่อนเป็นลูกทีม เห็นรายได้ดีเลยผันตัวมาทำเอง
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บํารุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอม.4 ช่วยฯกก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 นำหมายค้นศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ ค359/2568 ค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่4 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เข้าจับกุมนายชินวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมตรวจยึดของกลาง สมุดบัญชีรายชื่อลูกค้ากู้เงิน 1 เล่ม และนามบัตรเงินทุน ชักชวนให้ลูกค้ากู้เงินจำนวนหนึ่ง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.4 ตรวจพบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์โชว์รูปนามบัตรเงินทุน ซึ่งเป็นการโฆษณาให้บริการเงินทุนด่วน โดยมีการชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้ามากู้เงิน ในวงเงินคนละตั้งแต่ 1,000 – 100,000 บาท
โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน ซึ่งเป็นอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น ถ้าผู้กู้เงินในยอด 10,000 บาท ผู้กู้จะต้องชำระหนี้ วันละ 500 บาท เป็นเวลา 24 วัน รวมเป็นเงิน 12,000 บาท พบมียอดเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 1 ล้านบาท
โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าและชาวรากหญ้า ที่ต้องการใช้เงินด่วน หากสนใจกู้เงิน จะมีทีมงานเข้าไปติดต่อ เพื่อถ่ายบัตรประชาชน ปักหมุดที่บ้านผู้กู้ และถ่ายภาพบ้าน ประกอบการพิจารณา โดยจะเน้นให้ที่อยู่ตามบัตรประชาชนตรงกับที่อยู่ตามบ้านที่ลูกค้าพักอาศัย เพื่อป้องกันการหลบหนี ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลศาลออกหมายค้นบ้านพักและเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายชินวัตร ให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบปล่อยเงินกู้มานานกว่า 1 ปี โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจริง โดยก่อนหน้านี้เคยเป็นลูกทีมเก็บเงินกู้มาก่อน พบว่าให้ผลค่าตอบแทนดี และสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับรู้วิธีดำเนินการ จึงผันตัวมาทำเอง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ออกเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ,ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยหาซึ่งเงินทุนให้ผู้อื่นกู้ยืมโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป