ก่อนฟุตบอลโลก 2022 จะเริ่มต้นขึ้น หากมีคนบอกว่า “โมร็อกโก” จะเข้าถึงรอบตัดเชือกคงไม่มีใครเชื่อ

แต่โมร็อกโกได้สร้างผลงานหักปากกาเซียน โค่นทีมยักษ์ทั้งเบลเยียม, โปรตุเกส, สเปน, และกลายเป็นชาติจากแอฟริกาชาติแรกที่ผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือก

ด้วยสภาพทีมที่กรำศึกหนัก ทำให้เกมนัดชิงที่ 3 กับโครเอเชีย วาลิด เรกรากี มีตัวเลือกไม่มากพอขนาดต้องใช้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเลือกอันดับ 5 และจบที่อันดับ 4 ซึ่งก็ถือว่าเกินคาดสำหรับ “สิงโตแห่งคาซาบลังกา”

เรกรากี กุนซือโนเนมวัย 47 ปี เข้ามาทำทีมก่อนฟุตบอลโลกแค่ 3 เดือน หลังสมาคมฟุตบอลโมร็อกโกแยกทางกับวาฮิด ฮาลิลฮอดซิกเผยว่า “เราสู้จนนาทีสุดท้าย ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มเรามีโอกาสแค่ 0.01% ที่จะคว้าแชมป์โลก แต่ตอนนี้เราคือหนึ่งในสี่ทีมที่ดีที่สุดในโลก”

“ฟุตบอลทำให้ผู้คนมีความฝัน โดยเฉพาะกับเด็กๆ เราต้องให้พวกเขาได้สานต่อความฝัน และฝันในฟุตบอลโลกมันเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ มันมีความหมายมากกว่าการชนะด้วยซ้ำ เราหวังว่าสิ่งที่พวกเราได้ทำจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาติในแอฟริกา มันคือดีเอ็นเอแบบที่ชาติในยุโรปมี และเราหวังว่าเราจะพัฒนาดีเอ็นเอของพวกเราเพื่อวันหนึ่งเราจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก”

“เราอาจจะยังไม่ใช่นักเตะเจเนอเรชั่นที่ดีที่สุด มันยากเมื่อแอฟริกาได้โควตา 5 ทีมในฟุตบอลโลก หนหน้าเราจะได้ 9 ทีม ผมบอกกับนักเตะทุกคนว่าหากคุณจะสร้างประวัติศาสตร์ คุณต้องคว้าแชมป์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ให้ได้ ก่อนที่คุณจะเป็นราชาของโลกใบนี้ คุณต้องเป็นราชาของทวีปคุณก่อน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน