‘เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบรนด์ควีน’ สินค้าขึ้นชื่อจากวิสาหกิจบ้านหาดไก่ต้อย จ.อุตรดิตถ์ สร้างเรื่องราวความสำเร็จจากผืนดินแห้งแล้งสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกยุคใหม่ ตอกย้ำมาตรฐาน-คุณภาพ หลังคว้าสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน เดินหน้าขยายตลาดสู่ร้านค้า-คาเฟ่-ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ

ชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องอพยพจากโครงการสร้างเขื่อนสิริกิติ์เมื่อหลายสิบปีก่อน และมาตั้งถิ่นฐานบนพื้นที่ภูเขาหินลูกรังที่เพาะปลูกได้ยาก หน่วยงานรัฐจึงส่งเสริมให้ปลูก ‘มะม่วงหิมพานต์’ ซึ่งทนแล้งได้ดี ทว่าช่วงแรกของการเพาะปลูก ชาวบ้านยังไม่รู้จักการแปรรูปและกะเทาะเปลือก ทำให้หลายคนมองว่าเป็นพืชที่ไม่สร้างรายได้ นำไปสู่การตัดต้นทิ้งไปจำนวนมาก จนกระทั่งนายบุญและนางบุญ ปิสา สองตายายในหมู่บ้านได้ทดลองกะเทาะเม็ดด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อนำไปชิมก็ได้พบกับรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสินค้าชุมชนที่สร้างชื่อในเวลาต่อมา

จากการขายให้พ่อค้าคนกลางซึ่งทำให้ราคาผันผวน ชาวบ้านจึงรวมตัวก่อตั้ง ‘วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย’ โดยมี นางวันทรา ผ่านคำ หรือ ป้าแอ๊ด เป็นหัวเรือหลักในการพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งด้านการแปรรูป การยกระดับมาตรฐาน และการตลาด พร้อมผลักดันให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของมะม่วงหิมพานต์อีกครั้ง

นอกจากนี้ยังจัดระบบรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกเพื่อให้มีราคาที่เป็นธรรม ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น ปัจจุบันกลุ่มมีผลิตภัณฑ์ถึง 14 รายการ ตั้งแต่เม็ดมะม่วงหิมพานต์รสดั้งเดิมและรสต้มยำ ปาปริก้า โนริสาหร่าย BBQ ไปจนถึงน้ำมะม่วงหิมพานต์ น้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รวมถึงงานหัตถกรรมจากเมล็ด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ควบคู่กับเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้กลุ่มยังพัฒนาโมเดลการใช้ทรัพยากรแบบครบวงจรหรือ Zero Waste ใช้ทุกส่วนของมะม่วงหิมพานต์ให้เกิดประโยชน์ เนื้อผลนำไปทำเครื่องดื่ม จมูกเม็ดและเม็ดป่นใช้ทำน้ำนม เมล็ดใช้เพาะกล้า เปลือกส่งให้โรงงานสกัดทำผ้าเบรก ขณะที่กิ่งและไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิงในชุมชน กระบวนการทั้งหมดช่วยลดของเสียในหมู่บ้านและทำให้เกิดรายได้เสริมเพิ่มขึ้นในหลายครัวเรือน

หนึ่งในแรงหนุนสำคัญที่ทำให้กลุ่มเข้มแข็งขึ้น คือการสนับสนุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่อเนื่องกว่า 10 ปี ตั้งแต่งานวิจัยด้านโภชนาการ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานการผลิต ตลอดจนการสนับสนุนการใช้ตู้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในกระบวนการอบแห้งแทนเตาถ่านแบบเดิม ทำให้ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยผลิตภัณฑ์ 1 ห่อ ขนาด 100 กรัม มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 0.119 กิโลกรัมเทียบเท่า ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนการผลิตแบบรักษ์โลกได้ชัดเจน

ด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มข้น ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบรนด์ควีนผ่านการตรวจวัดตามเกณฑ์ของกระทรวงพลังงาน และได้รับตราสัญลักษณ์ ‘ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน’ ส่งผลให้ชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อยสร้างรายได้เฉลี่ยปีละกว่า 2.5 ล้านบาท พร้อมผ่านมาตรฐานสำคัญ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ และ OTOP 5 ดาว นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลระดับประเทศหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ปี 2561 รางวัลสัมมาชีพต้นแบบปี 2567 และรางวัลจาก อย. ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วประเทศ

นางวันทรา ผ่านคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย

นางวันทรา ผ่านคำ ระบุว่า เป้าหมายของกลุ่มไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่ต้องการให้ชุมชนยืนได้ด้วยตัวเอง มีรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้าน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า พร้อมเผยแผนพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนารสชาติใหม่ ขนาดบรรจุภัณฑ์แบบพกพา การต่อยอดน้ำมะม่วงหิมพานต์ และการเปิดตัวปลาซิวปรุงรส ที่เตรียมยื่น อย. ในปี 2569 อีกทั้งมีการปรับดีไซน์สินค้าให้ทันสมัยยิ่งขึ้นภายในปี 2570 เพื่อแข่งขันในตลาดระดับประเทศ รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายสู่ร้านมินิมาร์ท ร้านกาแฟ ร้านค้าตามปั๊มน้ำมัน เพื่อให้สินค้าชุมชนเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีเรื่องราวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จของชุมชนหาดไก่ต้อยไม่ได้หยุดอยู่แค่ยอดขาย แต่ยังทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจรสชาติและเรื่องราวของสินค้าไทยพื้นบ้านมากขึ้น ทั้งในมิติของความอร่อย คุณภาพ รวมถึงการสนับสนุนชุมชนที่ยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้จึงกลายเป็นตัวอย่างสำคัญว่า ‘เมื่อรวมพลังกันอย่างมีระบบ ก็สามารถสร้างโอกาสใหม่ให้ท้องถิ่นเติบโตได้อย่างมั่นคง’

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน