ใครจะคิดว่าศาสตร์บัลเลต์ตะวันตก พอจับมามิกซ์กับวัฒนธรรมตะวันออกแล้วจะออกมาดูโมเดิร์นและทรงพลังได้ขนาดนี้ ซึ่งล่าสุดแฟนๆ ชาวไทยก็ได้ชมกันเต็มอิ่มกับ ‘GAT’ (กัต) บัลเลต์ร่วมสมัยสัญชาติเกาหลี โชว์ระดับโลกที่เพิ่งแลนดิงถึงไทยเพื่อเปิดฉาก ‘เทศกาลวัฒนธรรมเกาหลี 2026’ (Korea Season 2026) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
งานนี้ต้องปรบมือให้ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศเกาหลี (KOFICE) ในฐานะผู้จัดงานหลัก พร้อมได้รับความร่วมมือครั้งสำคัญจาก ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย ที่แท็กทีมพา คณะบัลเลต์ยุนบยอล (Yunbyul Ballet Company) มาเปิดการแสดง ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
วันงานบอกเลยว่าบรรยากาศคึกคักมาก มีทั้งผู้ชมชาวไทย ชาวเกาหลีใต้ คอศิลปะการแสดง รวมถึงเซเลบจากหลากหลายวงการที่ตบเท้าเข้ามาร่วมชม แล้วไลน์อัปนักบัลเลต์ยอดฝีมือเกือบ 30 ชีวิตบนเวทีก็เล่นใหญ่ใส่เต็ม ซึ่งตลอดการแสดงทุกคนต่างโชว์ลีลาร่ายรำสะกดทุกสายตาจนคนดูอินตาม และพร้อมใจกันปรบมือให้ดังสนั่นโรงละครหลังจบโชว์

ถอดรหัส ‘GAT’ (หมวก) จิตวิญญาณโบราณสู่ท่วงทำนองร่วมสมัย 9 ชุด
หัวใจหลักของการแสดงชุดนี้คือการหยิบยก ‘Gat’ (กัต) หรือหมวกแบบดั้งเดิมของเกาหลีในสมัยราชวงศ์โชซอนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี มาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราว ผ่านการแสดงที่ถูกร้อยเรียงและแบ่งออกเป็น 9 ชุด ตามประเภทของหมวกโบราณที่สะท้อนถึงชนชั้น วิถีชีวิต และอารมณ์ที่แตกต่างกัน
เรื่องราวส่วนหนึ่งถูกถ่ายทอดผ่านตัวอย่างหมวกโบราณชิ้นสำคัญ อาทิ ฮึงนิป (หมวกกัตสีดำ) หมวกที่สื่อถึงความสง่างามของสุภาพบุรุษเมื่อต้องเข้าร่วมพิธีการหรือออกสู่สังคม ซัตกัต (หมวกไม้ไผ่ทรงกรวย) ที่สะท้อนวิถีอันเรียบง่ายของไพร่ฟ้าหรือพระสงฆ์ในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง จกดุริ (มงกุฎเจ้าสาว) ตัวแทนความงดงาม อ่อนหวาน และความศักดิ์สิทธิ์ในพิธีแต่งงานของหญิงสาว หรือ จูริป (หมวกกัตสีแดง) หมวกอันทรงเกียรติของข้าราชการระดับสูงยามสวมคู่กับเครื่องแบบทหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นท่วงท่าที่งดงามและสอดรับกันอย่างลงตัว

จากแรงบันดาลใจในซีรีส์ย้อนยุค สู่โจทย์หินบนเวทีที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะถึง 3 ปี
การเดินทางมาเปิดการแสดงที่ประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการเดินสายทัวร์ต่างประเทศแบบเต็มคณะครั้งแรกของคณะบัลเลต์ยุนบยอล ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมทางศิลปะชิ้นนี้ขึ้นมาก็คือ ยุน บยอล ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และ พัค โซยอน ผู้ออกแบบท่าเต้น
พัค โซยอน เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของผลงานชิ้นโบแดงนี้ว่า ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาบ่มเพาะและพัฒนายาวนานถึง 3 ปีเต็ม เริ่มแรกได้รับแรงบันดาลใจมาจากความแปลกใหม่และพลังของซีรีส์แนวซอมบี้ย้อนยุคชื่อดังอย่าง ‘Kingdom’ กระบวนการทำงานเริ่มต้นตั้งแต่การทำรีเสิร์ชข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และการประพันธ์เพลงขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับท่วงทำนองที่ต้องการจะสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม การจับคู่ระหว่างบัลเลต์และรำดั้งเดิมของเกาหลีไม่ใช่เรื่องง่าย พัค โซยอน อธิบายว่า “ในทางเทคนิค บัลเลต์เป็นศาสตร์ที่เน้นท่วงท่าแนวตรง การยืดตัว และการกระโดดพุ่งขึ้นสู่ด้านบน แต่ในทางกลับกัน การร่ายรำแบบเกาหลีดั้งเดิมจะเน้นการย่อตัวลงต่ำ มีความหนักแน่น และผ่อนลมหายใจลงสู่เบื้องล่าง มันคือขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ฉันทำคือการบาลานซ์ให้ท่อนล่างของนักเต้นผ่อนปรนตามลมหายใจแบบเกาหลี แต่ท่อนบนยังคงความสง่างามและเทคนิคที่คมชัดของบัลเลต์ เกิดเป็นเส้นสายลายโค้งที่สวยงามลึกซึ้ง”
พัค โซยอน ยังเล่าถึงอุปสรรคสำคัญในการฝึกซ้อม นั่นคือ ‘หมวกกัต’ ในเชิงบัลเลต์คลาสสิก นักเต้นต้องหมุนตัวและใช้แขนอย่างอิสระ แต่เมื่อต้องสวมหมวกกัตที่มีปีกกว้าง มันกลายเป็นข้อจำกัดที่ท้าทายมาก ถ้ายกแขนผิดจังหวะหมวกจะหลุดทันที นักเต้นทุกคนต้องปรับตัวและซ้อมหนักมากเพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน
“ข้อจำกัดนี้กลับสร้างออร่าที่ทรงพลัง เพียงแค่สวมหมวกและยืนอยู่นิ่งๆ พลังงานจากภายในก็แผ่ออกมาได้โดยไม่ต้องเล่นใหญ่ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์ในแบบ K-Ballet หรือ K-Hip Ballet ที่เราอยากนำเสนอ”

ยุน บยอล ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ (ซ้าย) และ พัค โซยอน ผู้ออกแบบท่าเต้น (ขวา)
ปรัชญา ‘Back to the Basic’ และพลังแห่งศิลปะที่ไร้พรมแดน
ด้าน ยุน บยอล ร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับการรักษามาตรฐานและการส่งต่อวัฒนธรรมในระดับสากลว่า แม้การแสดงชุดนี้จะประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในเกาหลีใต้ ถึงขั้นบัตรขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 1 นาที แต่สำหรับการมาทัวร์ต่างประเทศครั้งแรก พวกเขาเลือกที่จะยึดมั่นในคติ ‘Back to the Basic’ หรือการกลับสู่จุดเริ่มต้นด้วยความจริงใจ
“เรามีสโลแกนว่า ‘การดูได้ลึกซึ้งแค่ไหน สำคัญกว่าการดูได้มากเท่าไหร่’ ในการเดินทางมาทัวร์ครั้งนี้ เราไม่ได้มุ่งเน้นว่าจะต้องอัปเกรดโปรดักชันให้หวือหวาเพื่อเอาชนะใจคนดู แต่เลือกที่จะรักษาจิตวิญญาณและความตั้งใจดั้งเดิมของผลงานชิ้นนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด ด้วยการพานักแสดงชุดดั้งเดิมมาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกที่บริสุทธิ์ที่สุดส่งตรงถึงผู้ชมชาวไทย”
ยุน บยอล กล่าวต่อด้วยรอยยิ้มว่า พวกเราไม่ได้โด่งดังหรือมีชื่อเสียงในระดับโลก แต่ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะการแสดง หากผลงาน ‘GAT’ ชิ้นนี้ สามารถเข้าไปสั่นสะเทือนอารมณ์ มอบความสุข หรือสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้ชมสักคนหนึ่งได้ เพียงแค่นั้นก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราแล้ว และนี่คือพลังของศิลปะที่สามารถสื่อสารเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาเดียวกันเลย

ส่งต่อความประทับใจสู่สถานีต่อไป กับโชว์ที่ตั้งใจมาเพื่อ ‘ฮีลใจ’ ผู้คน
คิกออฟความปังที่ไทยเป็นที่แรกพร้อมกระแสตอบรับแบบถล่มทลาย สถานีต่อไปของคณะบัลเลต์ยุนบยอลคือการเดินสายโชว์เสน่ห์ K-Ballet ให้ผู้ชมที่เวียดนาม ฮ่องกง และฝรั่งเศสได้ชมกันต่อ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ค่อนข้างตึงเครียดและวุ่นวาย ทางคณะเลยตั้งใจอยากให้โชว์นี้เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ช่วยฮีลใจและเป็นที่พักใจให้กับทุกคน
ส่วนใครที่ไม่อยากพลาดอีเวนต์ดีๆ และอยากอัปเดตกิจกรรมสนุกๆ ของ ‘เทศกาลวัฒนธรรมเกาหลี 2026’ (Korea Season 2026) ที่จะมีมาให้ร่วมสนุกกันตลอดทั้งปี สามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://koreaseason.co.kr อินสตาแกรม koreaseason_official และเพจเฟซบุ๊ก korea season