เปิดใจ “ป้าติ๋ม” แม่บ้าน รับมรดก 100 ล้าน “มาดามฝรั่งเศส” หลังตร.สรุปสั่งฟ้องคดีนอมินี ยันไม่แตะเงิน ใช้ชีวิตรับจ้างปกติ
วันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2567 นางแคทเทอลีน ชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตจากอาวุธปืน ภายในวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ในพื้นที่ ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากปัญหาสุขภาพ โดยก่อนเสียชีวิต ได้มีการทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ให้กับ “ป้าติ๋ม” แม่บ้านชาวไทยคนสนิท
ต่อมา ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐฯ กองทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจสอบจนพบความผิดปกติของการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจ จากการสืบสวนพบว่า นางแคทเทอลีนเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่ปี 2550
จากนั้นนำเอกสารไปให้สำนักงานทนายความจัดตั้ง บริษัท แม็กซิเคท จำกัด เมื่อปี 2555 โดยไม่มีคนไทยร่วมลงทุนจริง แล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน 1 ไร่ 2 งาน ราคา 2.7 ล้านบาท ก่อสร้างวิลล่าชื่อ “มะพร้าว” จำนวน 5 หลัง โดย บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด เพื่อขายและให้เช่าระยะยาว อย่างไรก็ตาม พบว่าบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนและไม่เคยเสียภาษี รวมถึงมีการเปลี่ยนตัวกรรมการจนเหลือเพียงนางแคทเทอลีนคนเดียว
ความคืบหน้าล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนคดีนอมินี ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้สรุปสำนวนความเห็นสั่งฟ้อง เสนอให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ลงนาม เพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย ในคดีอาญาที่ 399/2567 และคดีอาญาที่ 400/2567 ของ สภ.เกาะสมุย
คดีดังกล่าวกล่าวหา บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด กับพวกรวม 4 คน และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด กับพวกรวม 4 คน โดยคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็น ดังนี้
สั่งฟ้อง บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าที่ดิน (บริษัทนอมินี)”
สั่งฟ้อง นายทองใส อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 และ นางสาวรัชประภา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าที่ดินโดยผิดกฎหมาย”
สั่งไม่ฟ้อง นางแคทเทอลีน โจลี่ โรแล็นด์ เจอร์เมน ดิลาโคท อายุ 59 ปี สัญชาติฝรั่งเศส กรรมการบริษัท ผู้ต้องหาที่ 2 เนื่องจากเสียชีวิต
สำหรับสถานะมรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดทางกฎหมายและกระบวนการทางคดี ในส่วนของ “ป้าติ๋ม” แม้จะมีชื่อเป็นผู้รับมรดกและเพื่อนฝูงเรียกว่ามหาเศรษฐี แต่เธอยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย ออกไปทำงานรับจ้างเป็นแม่บ้านให้กับนายจ้างชาวฝรั่งเศสครอบครัวใหม่ทุกเช้า
ป้าติ๋ม ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นความผูกพันตลอด 17 ปีที่เคยดูแลกันมา เงินสดก้อนเดียวที่นำมาใช้คือ 500,000 บาทที่นางแคทเทอลีนทิ้งไว้ให้ก่อนเสียชีวิต ซึ่งเธอนำไปจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายดูแลวิลล่า ค่าน้ำ ค่าไฟเดือนละกว่า 10,000 บาท ดูแลสุนัข และทำบุญให้อดีตนายจ้างอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้แตะต้องมรดกส่วนอื่นแอย่างใด และต่อจากนี้จะไม่ขอให้ข้อมูลกับสื่อใดๆ เพราะต้องการอยู่แบบสงบไม่ให้ใครมารบกวน
