อยุธยา ยูไนเต็ด แม้จะก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2007 ทว่าพวกเขาแค่ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่น หรือฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ยังไม่ได้ขยับเข้ามาสู่ลีกอาชีพ จนปี 2016 จากนั้นสโมสรใช้เวลาเพียง 3 ปี ในลีกภูมิภาค ขยับขึ้นมาเล่นไทยลีก 2 (ดิวิชั่น 1 เดิม) ได้ทันทีในปี 2019

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นสโมสรเล็ก ๆ งบประมาณไม่ได้สูงเหมือนทีมอื่น ทำให้ทรัพยากรลูกหนังมีจำกัดจำเขี่ย ไม่สามารถดึงผู้เล่นระดับซุป’ตาร์เข้ามาได้ ถึงกระนั้นพวกเขาอยู่ในลีกรองได้ด้วยระบบฟุตบอล และทีมเวิร์กที่ดี พวกเขาใช้ชีวิตไทยลีก 2 มากว่า 6 ฤดูกาล จนในปี 2024-25 อยุธยา สามารถตีตั๋วขึ้นสู่ไทยลีกเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยผลงาน “รองแชมป์”

  • เฟรชชี่ไทยลีก

หลังก้าวขึ้นลีกสูงสุด เป็นธรรมเนียมทุกปีที่สโมสร “น้องใหม่” จะถูกสื่อปรามาสว่าเป็นเต็ง “ตกชั้น” ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะความเข้มข้นการแข่งขันบนไทยลีก 1 นั้นสูงมาก หากคุณไม่มีงบประมาณ สปอนเซอร์ การจัดการที่เป็นมืออาชีพพอ หรือไม่สามารถหาผู้เล่นดีเข้ามาเติมเต็มทีมได้ ก็เตรียมกลับสู่ไทยลีก 2 ได้เลย แต่ อยุธยา กลับหักปากกาเซียน ด้วยการจบอันดับ 10 บนตาราง ในปีแรกได้ แน่นอนว่านอกจากผู้เล่นในทีม คนที่ควรคารวะมากกว่าใครคงหนีไม่พ้น “โค้ชกัส”

  • อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน

สูตรสำเร็จอย่างหนึ่งของ อยุธยา ยูไนเต็ด คือการทำทีมแบบรู้จักตัวเอง แม้การเสริมทัพ สภาพทีมแทบเป็นรองคู่แข่งในลีกเกือบหมด พวกเขาไม่ได้นำเงินก้อนที่มีไปทุ่มซื้อนักเตะชื่อดังระดับทีมชาติ แต่เลือกสรรหาขุมกำลังที่เคมีลงตัวกับสโมสรแห่งนี้ได้ แม้ชื่อชั้นจะไม่เป็นที่รู้จักก็ตาม

สโมสรจึงเน้นนักเตะไทยที่มีประสบการณ์สูงในไทยลีกมากก่อน ผสมรวมกับนักเตะแกนหลักชุดเลื่อนชั้น และดาวรุ่งฝีตีนดีที่ใช้วิธี “ยืมตัว” จากพาสเนอร์ลูกหนังเอา ส่วนผู้เล่นต่างชาติก็หาแข้งที่สร้างความแตกต่าง หรือยกระดับให้ทีมได้ (ในเรตราคาค่าเหนื่อยไม่สูงเกินไป)

ผลลัพธ์คือ ทีมได้วัตถุดิบที่ต้องการ และ “โค้ชกัส” ก็นำมาปรุงรสจนได้สูตรที่ลงตัว ผู้เล่นต่างชาติอย่าง เวลลิงตัน พริออรี, ไคเก เลเมส หรือ ฮวังฮยอนซู ตอบโจทย์ทีมได้อย่างดี เล่นได้ตามแท็คติกที่ได้รับ หรือผู้เล่นไทยอย่าง จักรกฤษ ลาภตระกูล, ณัฐพล วรสุทธิ์, พัสกร เบี้ยวทุ่งน้อย และสรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นแกนหลักช่วยทีมได้เป็นอย่างดี

  • แหล่งรวมช้างเผือก

แม้อยุธยา จะไม่ได้ถูกโลกลูกหนังมองเป็นเมืองฟุตบอล แต่พวกเขาก็มีดักแด้ที่รอวันเป็นผีเสื้ออยู่จำนวนหนึ่ง หลายสถาบันการศึกษาในจังหวัด คอยปลุกปั้นผู้เล่นดาวรุ่งขึ้นมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนอุดมศีลวิทยา, โรงเรียนท่าเรือ (นิตยานุกูล), โรงเรียนเสนาบดี รวมถึง โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย เป็นต้น

สถาบันเหล่านี้ เป็นแหล่งบ่มเพาะ หรือตลาดลูกหนังให้สโมสรระดับอาชีพ มาสเกาท์เพื่อคัดเลือกนักเตะท้องถิ่นเข้าสู่ทีมในอีกทางหนึ่ง

  • คนในจังหวัดกับส่วนร่วมฟุตบอล

เพราะมีสโมสรฟุตบอลเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด ทำให้ความชอบเรื่องลูกหนังครึกครื้นตามไปด้วย นอกจากไทยลีก 1 แล้ว อยุธยามีการจัดการแข่งขันฟุตบอลอย่างหลากหลายมากในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ไทยแลนด์ อะเมเจอร์ลีก (ลีกกึ่งอาชีพที่ส่งทีมเข้าแข่งชิงตั๋วขึ้นสู่ไทยลีก 3) หรือฟุตบอลนักเรียน ฟุตบอลระดับท้องถิ่นประจำจังหวัด เช่นฟุตบอล อบจ.พระนครศรีอยุธยา คัพ เป็นการประชันฝีเท้ากันระหว่างตัวแทนทีมฟุตบอลจากอำเภอต่าง ๆ ทั้ง 16 อำเภอ ในจังหวัด

ยังไม่นับรวม ฟุตบอลในเทศบาลเมืองต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกนักกีฬาเป็นตัวแทนไปแข่งระดับภาค หรือฟุตบอลเดินสาย ทัวร์นาเมนต์ท้องถิ่นเพื่อกระชับไมตรีความสัมพันธ์ในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยพัฒนาเยาวชนไปอีกทางด้วย

นอกจากนี้ยังมี “ฟุตซอล” ที่ท้องถิ่นอย่าง อบจ. เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นเยาวชน ไปจนถึงรุ่นประชาชนทั่วไป รวมถึงฟุตซอลเดินสายชิงเงินรางวัล ที่ดึงดูดเหล่านักฟุตบอลจังหวัดข้างเคียงมาเข้าร่วมอย่างมากมาย เมื่อมีผู้จัด มีเวที ท้องถิ่นมีส่วนร่วม ทำให้กีฬาฟุตบอลกับคนอยุธยา ดำเนินข้างกันไปอย่างเป็นธรรมชาติและลงตัว

#อยุธยายูไนเต็ด #PTTStationเติมฝันพลังแข้งจิ๋ว #PTTStation #MiniFootball #โออาร์#โออาร์เติมโอกาสดีดีดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน