ไม่ต้องนั่งรถเข้ากรุงเทพฯ ไม่ต้องเสียค่าที่พัก แค่เดินออกมาหน้าประตู ม.นเรศวร โอกาสระดับประเทศก็มารออยู่ตรงหน้าแล้ว !
เดินทางมาถึงจังหวัดที่ 5 ของซีซั่นนี้แล้ว สำหรับเวทีประกวดร้องเพลง “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” ภาพบรรยากาศอันคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า บริเวณ ซีเจ มอร์ สาขามหาวิทยาลัยนเรศวร ประตู 4 จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงแค่มหกรรมความบันเทิงและการชอปปิงสินค้าประหยัดค่าครองชีพเท่านั้น แต่คือ “สะพานเชื่อมความฝัน” ของผู้คนหลากหลายช่วงวัยถึง 82 ชีวิต ที่พกเอาความมั่นใจและเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ มาร่วมประชันกันบนเวทีนี้

การเดินทางมาปักหมุดในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นครั้งที่ 2 ของเวทีระดับประเทศนี้ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ในการเป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่พร้อมเติบโตร่วมกับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มอบพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้แสดงออกใกล้บ้าน โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางไกลไปตามหาความฝันถึงกรุงเทพมหานคร

โอกาสที่ไม่ต้องเดินทางไกล และความฝันที่จับต้องได้
ในบรรดาผู้สมัครทั้ง 82 คนครั้งนี้ แต่ละคนเดินทางมาพร้อมกับเรื่องราวและเบื้องหลังที่ต่างกัน ทว่าสิ่งที่มีเหมือนกันคือ “ใจที่รักในเสียงเพลง”
คู่แม่-ลูก นางปวรัตน์ และ น.ส.ประภาศิริ เมืองอินทร์ ที่ควงคู่กันมาร่วมงาน ได้ร่วมถ่ายทอดความรู้สึก โดยผู้เป็นลูกสาว วัย 18 ปี เผยว่า ปกติตนชอบร้องเพลงเล่นกับแม่อยู่แล้ว พอเห็นข่าวจากเพจเฟซบุ๊กของซีเจ มอร์ จึงอยากมาหาประสบการณ์

“หนูยังไม่เคยไปเวทีใหญ่ในกรุงเทพฯ เพราะมันไกลและติดเรื่องค่าเดินทาง ดีใจมากที่ซีเจเปิดโอกาสให้ ถึงวันนี้จะได้เข้ารอบหรือไม่ ผลจะออกมายังไง ก็จะไม่ยอมแพ้ต่อความฝันในการเป็นนักร้องแน่นอนค่ะ”
เช่นเดียวกับ นายสายัณห์ ผ่องนาค อายุ 49 ปี ชาวพิษณุโลก ซึ่งมีอาชีพขับขี่รถรับส่งผ่านแอปพลิเคชัน (Grab) ก็เล่าด้วยรอยยิ้มว่า
“ผมวิ่ง Grab อยู่ใน ม.นเรศวร และบริเวณรอบๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเห็นป้ายกิจกรรมที่หน้าร้านซีเจ มอร์ แฟนก็เชียร์ให้ลองสมัคร เพราะเห็นผมร้องเพลงทุกเช้า ถ้าต้องเดินทางไปประกวดที่กรุงเทพฯ มันเหมือนฝันไกลเกินจริง เพราะมีปัญหาเรื่องค่าเดินทางและการเก็บเงิน การที่ซีเจมาจัดให้ถึงที่เมืองพิษณุโลก รู้สึกดีมากครับ ให้คนที่อยากร้องเพลงได้มาโชว์ศักยภาพโดยไม่ต้องเดินทางไกล”
ไม่เพียงแต่คนในพื้นที่เท่านั้น เวทีนี้ยังต้อนรับนักล่าฝันจากจังหวัดใกล้เคียง อย่าง ด.ญ.กัลยรัตน์ ตรีอินทอง หรือ น้องปอย อายุ 11 ขวบ จาก จ.พิจิตร ลูกหลานครอบครัวรถแห่ ที่เติบโตมากับเสียงดนตรี ก็เดินทางมาคว้าโอกาสนี้เช่นกัน
“ตอนแรกกะว่าจะไปประกวดที่รายการไมค์ทองคำอยู่แล้ว แต่ที่บ้านทำธุรกิจรถแห่เลยยังไม่ได้ไปสักที การจัดงานวันนี้ดีมาก แสงสีเสียงครบ ขอบคุณซีเจที่จัดเวทีประกวดในพื้นที่พิษณุโลก ให้ทุกคนแถวนี้มีโอกาสได้มาประกวดค่ะ”
ขณะที่ น.ส.นุชจรีย์ สุวรรณ์ อายุ 25 ปี จากสุโขทัย ที่กำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน ก็ได้ก้าวขึ้นเวทีพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ เพื่อทำตามหัวใจอีกครั้ง และสามารถทะลุเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้สำเร็จ

“ถึงตอนนี้จะตั้งครรภ์ 7 เดือน เสียงอาจจะแน่นๆ ตื่นเต้นหน่อย แต่รู้สึกดีที่ได้มา อย่างน้อยครั้งนึงได้พาลูกในท้องมาร้องเพลงด้วย เวทีนี้ช่วยรองรับคนที่อาจจะไม่สะดวกเดินทางไปสตูดิโอที่กรุงเทพฯ หรือคนที่เคยพลาดโอกาส ให้ได้กลับมาลองอีกครั้ง ถึงวันนี้จะไม่ชนะก็ไม่ท้อค่ะ มีโอกาสข้างหน้าก็จะมาอีกแน่นอน”
วินาทีส่งต่อความฝัน:
เปิดใจ 2 ผู้ชนะ Fast Track มุ่งสู่หน้าจอเวทีระดับประเทศ
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการค้นหาผู้ชนะเลิศคว้าตั๋วพิเศษ Fast Track เพื่อผ่านเข้าสู่เวทีรายการ “ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่น 7″ ทางช่อง Workpoint 23 โดยครั้งนี้คัดเลือกจากผู้สมัครถึง 82 คน ซึ่งมีผู้สมัครหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยชรา จาก 82 คน คัดเหลือเพียง 10 คน ที่ต้องขึ้นเวทีประชันเสียงร้องเพลงกัน และคัดเลือกจนเหลือเพียง 2 คน ที่มีโอกาสคว้าตั๋วพิเศษ Fast Track ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ ซึ่งเมื่อรวมกับเหล่านักล่าฝันจากชุมชนซีเจ มอร์ ที่จะคัดเลือกผู้ชนะจาก 6 สาขาทั่วประเทศที่จัดงาน สาขาละ 2 คน ก็จะมีรวมถึง 12 คน ตลอด 1 ซีซั่น
และแล้ววินาทีสำคัญก็มาถึง เมื่อพิธีกรประกาศรายชื่อ 2 ผู้ชนะ ที่คว้าตั๋วพิเศษ Fast Track ผ่านเข้าสู่เวทีรายการ “ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่น 7” ทางช่อง Workpoint 23 เหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างลุ้นกันอย่างชนิดที่เรียกได้ว่านั่งไม่ติด โดยผู้ที่ได้รับชัยชนะเป็นตัวแทนจากเมืองสองแควครั้งนี้ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่

คนแรกคือ น้องอุ้ม – น.ส. วชิราภรณ์ ที่บ้านบ่อ วัย 25 ปี สาวพิษณุโลกที่เตรียมตัวซ้อมร้องเพลงมานานนับเดือน หลังจากเห็นประกาศทางเพจเฟซบุ๊ก
“ดีใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเป็นหนู หนูซ้อมฟังและร้องเพลงทุกวันมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พอรู้ว่าได้ตั๋วพิเศษเข้าไปในรายการไมค์ทองคำสามวัย บอกเลยว่าความพร้อมของหนู 100% จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณทางซีเจ มอร์ มากๆ ที่จัดงานดีๆ ให้พวกหนูได้เข้ามาประกวด ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ”
อีกหนึ่งดวงดาวดวงใหม่คือ น้องเฟรม – เด็กชาย พงศ์วรพัฒน์ เป้าสุวรรณ อายุ 13 ปี หนุ่มน้อยจากจังหวัดอ่างทอง ที่พกความมั่นใจและทักษะการร้องเพลงเกินวัย เดินทางมาถึงพิษณุโลก มาคว้าโอกาสไปได้อีกคน
“ผมเป็นนักร้องสายประกวดอยู่แล้ว อยากมาหาประสบการณ์ ครั้งนี้ผมเรียนร้องเพลงและฝึกฝนมาอย่างดี พอประกาศผลออกมา ผมดีใจและตื่นเต้นมากครับ ในรอบต่อไปจะทำให้เต็มที่ เชื่อว่าจะเข้าไปได้ถึงรอบลึกๆ แน่นอน ฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ”
แค่ก้าวออกมา ก็ได้ใจตัวเองไปแล้ว
นอกจากโอกาสในการประกวดแล้ว สิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้รับกลับไปคือ “ความมั่นใจและแรงบันดาลใจ” จากคำแนะนำของเหล่าคณะกรรมการและพิธีกรชื่อดัง นำโดย แซ็ค ชุมแพ, เปาวลี พรพิมล และ พงศ์ จักรพงศ์
เปาวลี พรพิมล ได้ส่งต่อพลังใจให้แก่ผู้ร่วมแข่งขันทุกคนว่า “สาขานี้คนมาประกวดเยอะมาก 80 กว่าคน อยากบอกทุกคนว่า ถึงจะได้หรือไม่ได้ ไม่เป็นไรเลย แค่เรามีความรู้สึกว่าเราได้ทำในสิ่งที่รัก ก็ได้ใจตัวเองไปแล้ว การก้าวออกมาหนึ่งก้าว ไม่ว่าจะวัยเก๋า วัยรุ่น หรือวัยเด็ก ขอแค่ได้ลอง ได้ทำตามความฝัน แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปหนึ่งก้าวแล้วค่ะ”
ขณะที่ แซ็ค ชุมแพ กล่าวขอบคุณ ซีเจ มอร์ ที่เข้าใจคนต่างจังหวัด “ขอบคุณซีเจ มอร์ ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีใจรักในเสียงเพลงได้มาโชว์ความสามารถ โดยไม่ต้องเดินทางไปประกวดไกลๆ อยากให้ทุกคนสนุกและเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่”

ปิดท้ายด้วย พงศ์ จักรพงศ์ ที่ฝากข้อคิดถึงผู้ที่ไม่ผ่านเข้ารอบว่า “ไม่อยากให้หยุดเดิน ตราบใดที่เรามีใจรักในเสียงเพลง จงเปล่งเสียงที่เราอยากร้องออกไปเรื่อยๆ เพราะมันคือความสุขของเรา ส่วนคนที่ได้ไปต่อ ก็ขอให้ทำออกมาให้เต็มที่ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องตื่นเต้น พวกเราพร้อมเป็นกำลังใจให้ครับ”
ซึ่งหลังจากประกาศรายชื่อผู้ชนะ กรรมการทั้งสามก็ได้ร่วมสร้างรอยยิ้มและเติมสีสันแห่งความสุขให้ชาวพิษณุโลกได้เต็มอิ่มกับเสียงเพลงเพราะๆ ที่แม้เม็ดฝนจะโปรยปรายในช่วงท้ายงาน แต่ชาวชุมชนก็ยังคงอยู่กันอย่างเหนียวแน่น ร่วมร้อง ร่วมเต้นกันอย่างถึงใจ ฟากนักร้องก็ร้องเพลงกับแฟนเพลงท่ามกลายสายฝนกันอย่างสนุกสนาน ให้ทุกคนได้หอบเอาความสุขกลับบ้านกันไปอย่างฉ่ำใจ
มากกว่าเวทีประกวด คือการเติมเต็มความสุขให้ชุมชน
นอกเหนือจากการสร้างสรรค์เวทีประกวดร้องเพลงระดับประเทศแล้ว ซีเจ มอร์ ยังคงตอกย้ำการเป็น “เพื่อนบ้านคนสนิท” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ภายใต้สโลแกน “ครบ ถูก คุ้ม” โดยร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ นำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำ 1 แถม 1 จำนวน 500 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงกิจกรรมบิ๊กเซอร์ไพรส์สำหรับสมาชิกสบายการ์ด เพียงซื้อสินค้าภายในร้านซีเจ มอร์ ครบ 300 บาท ก็รับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีรับรางวัลใหญ่ทันที อาทิ สร้อยคอทองคำ, บัตรกำนัล, พัดลม รวมถึงของสมนาคุณและของแจกพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้ทุกคนได้หอบความสุขและของรางวัลกลับบ้านกันถ้วนหน้า
นางลูกจันทร์ กันมา ลูกค้าประจำ ซีเจ มอร์ เล่าบรรยากาศการจับจ่ายในงานครั้งนี้ว่า “วันนี้ซื้อของไป 2,000 กว่าบาท เพราะมีโปร 1 แถม 1 เยอะมาก บ้านอยู่ไกล มาทีไรก็ขนทั้งข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาล ของใช้จำเป็นกลับไป ประทับใจมาก ซีเจมีของครบ ราคาถูก มาที่นี่ที่เดียวคุ้มสุดๆ”
ความพิเศษของงานนี้ยังส่งต่อโชคใหญ่ไปยังผู้เข้าแข่งขันอย่าง น้องลิลลี่ – ด.ญ.พิมพ์ชญานันท์ แก้วสุวรรณ สาวน้อยชุดแดง ที่แม้บนเวทีประกวดจะไม่ได้เข้ารอบ แต่ใบเสร็จจากการชอปปิงในงานกลับส่งให้น้องเป็นผู้โชคดีได้รับสร้อยคอทองคำหนักครึ่งสลึงกลับบ้านไปครอง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ครอบครัวอย่างถ้วนหน้า

สถานีต่อไป… ‘ระยอง’ เตรียมตัว !
มหกรรม “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” ณ ซีเจ มอร์ สาขามหาวิทยาลัยนเรศวร ประตู 4 จังหวัดพิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสำเร็จลงด้วยเสียงปรบมือและรอยยิ้ม แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตร่วมกันระหว่างซีเจ มอร์ กับชุมชน ใน 25 สาขาทั่วจังหวัดพิษณุโลก ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ขายของ แต่เป็นพื้นที่สร้างพลังท้องถิ่นและจุดประกายฝันให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
สำหรับใครที่มีฝันและพลาดโอกาสในรอบนี้ ซีเจ มอร์ พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้ล่าฝันทุกคนอีกครั้งในสถานีสุดท้ายของซีซั่นนี้ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ ซีเจ มอร์ สาขาวัดมาบยางพร จังหวัดระยอง เตรียมเสียงร้องและความมั่นใจของคุณให้พร้อม แล้วมาพบกัน !