สุดรันทด พี่ชาย ป.ตรี ตกงาน พาน้องชายเพิ่งจบ ม.6 ไปคุ้ยถังขยะ หาอาหารประทังชีวิต 3 แม่ลูก เผยแม่ก็ถูกซาเล้งชนแล้วหนี จนทำงานไม่ได้ น้ำไฟก็โดนตัดไป 2 เดือนแล้ว ระบุไม่อยากให้มองว่าน่าสงสาร ถ้าได้งานทำก็ไม่ต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบครอบครัว 3 ชีวิตที่น่ารันทด เมื่อพี่ชายซึ่งจบปริญญาตรีนิติศาสตร์เกิดตกงานและหางานใหม่ทำไม่ได้ พาน้องชายวัย 19 ปี เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 ตระเวนหาคุ้ยถังขยะตามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอาหารกลับบ้านไว้ประทังชีวิต 3 แม่ลูก เนื่องจากทางครอบครัวนี้ไม่มีรายได้ และยังถูกตัดน้ำตัดไฟมาประมาณ 2 เดือน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก

ล่าสุด วันที่ 24 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยได้พบ นายบี (นามสมมติ) อายุ 19 นักเรียนชั้น ม.6 ผู้เป็นน้องชาย เปิดเผยเรื่องสุดรันทดว่า ที่บ้านของตนอาศัยอยู่กัน 3 คน คือ แม่ พี่ และตน สาเหตุที่ครอบครัวต้องประสบปัญหาเนื่องมาจากพี่ชาย ซึ่งเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเกิดตกงานและยังหางานใหม่ทำไม่ได้

ส่วนแม่ก็มาประสบอุบัติเหตุถูกรถซาเล้งเฉี่ยวชนทำให้ทำงานไม่ได้ ไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟจนถูกตัดมา 2 เดือนแล้ว แถมครอบครัวก็ไม่มีรายได้ ทำให้พี่ชายต้องตัดสินใจพาตนออกไปช่วยกันคุ้ยถังขยะตามร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งก็พอได้อาหารมาประทังชีวิตให้อยู่รอดในสภาวะที่ครอบครัวต้องเจอกับวิกฤตเช่นนี้

นายบี กล่าวต่อว่า แม้ชีวิตครอบครัวตนจะยากแค้นแบบนี้ แต่ตนมองว่าจะไปโทษเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ มันอาจเป็นช่วงที่เกิดสภาวะที่แย่กับครอบครัวตนพอดี ทำให้ตนกับพี่ชายต้องออกไปคุ้ยขยะกัน ซึ่งเพิ่งจะทำมาได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ลำบากกันขนาดนี้ ที่ทำไปก็เพื่อหาอาหารยังชีพไว้เพื่อรอให้มีงานทำ ซึ่งทั้งตนกับพี่ชายก็พยายามหางานทำกันอยู่

การที่ตนกับพี่ชายออกไปเก็บเศษอาหารเพื่อประทังชีวิตนั้น ก็อาศัยเดินไปเก็บตามถังขยะหน้าร้านอาหาร ร้านสะดวก ตามทางที่เดินย้าง ก็จะพบกับอาหารที่เหลือทิ้ง ซึ่งจริงๆ ใครก็มองดูว่าสกปรกแต่ตนกับพี่มองว่ามันเป็นอาหารที่สามารถใช้ยังชีพได้ เพื่อใช้พยุงชีพไปก่อนในตอนนี้เพื่อในอนาคตจะได้งานทำ ซึ่งเมื่อได้งานทำแล้วก็คงไม่ต้องมาคุ้ยหาอาหารแบบนี้อีกแล้ว

ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ไปขอข้าววัดกิน เพราะคิดว่าการทำแบบนี้ก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ซึ่งการเดินเก็บเศษอาหารก็สามารถหาได้ครบ 3 มื้อในแต่ละวัน แบ่งกันกินในครอบครัวได้ลงตัว

นายบี กล่าวอีกว่า ส่วนที่น้ำและไฟที่โดนตัดไป แรกๆ ก็เดือดร้อน แต่ตอนนี้เริ่มอยู่ได้ ชินกันแล้ว โทรศัพท์มือถือตนก็ไปชาร์ตข้างนอก เน็ตก็ไปหาใช้ไวไฟฟรี ส่วนน้ำก็ยังพอมีแทงค์ ใช้ดื่มกินได้ เรื่องเข้าห้องน้ำก็อาศัยเดินไปปั๊มแทน สำหรับคนทั่วไปอาจจะดูลำบากมาก แต่สำหรับครอบครัวตนมันปรับตัวได้แล้ว ตอนนี้แม้ว่าตนจะยังไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็มองว่าการศึกษาไม่ได้สายเกินไปที่จะเรียน หากมีโอกาสก็จะพยายามจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถาม นายบี ว่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง นายบี ตอบว่า ถ้ามีผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยต่อน้ำต่อไฟให้ก็คิดว่าชีวิตน่าจะดีขึ้น บ้านตนค้างค่าน้ำไว้หลายเดือนประมาณ 3-4 พันบาท ส่วนค่าไฟฟ้าประมาณ 7-8 พันบาทเท่านั้น ถ้ามีคนมาช่วยก็ขอบคุณมากๆ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะไม่อยากไปรบกวนใคร ตอนนี้ถือว่าทางครอบครัวตนกำลังปรับสภาพเพื่อให้อยู่กันได้ ซึ่งตนก็ไม่ได้อยากเป็นข่าวให้เป็นเรื่องราวอะไรเพราะกลัวจะผู้คนที่ไม่เข้าใจในชีวิตครอบครัวตนมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน