ค่ายรถขายดีอันดับหนึ่ง ‘โตโยต้า’ จัดงานใหญ่ฉลองครบรอบ 60 ปีในไทย เผยวิสัยทัศน์และพันธกิจผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการผลิตรถยนต์ ควบคู่การเป็นกลางทางคาร์บอน มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

นับจากเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2505 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีส่วนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ทั้งในด้านการลงทุนขยายธุรกิจและการผลิตรถยนต์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเติบโตไปด้วย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 12% ของจีดีพี จึงนับว่าามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านยอดขายเมื่อรวมยอดผลิตและจำหน่ายสะสม มีจำนวนถึงกว่า 7 ล้านคัน และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในฐานะฐานการผลิตเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลกด้วยยอดการส่งออกกว่า 5 ล้านคัน

เป็นที่มาของการจัดงานฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบ 60 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น บินมาร่วมขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จ

เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวขอบคุณพร้อมเน้นย้ำวิสัยทัศน์และพันธกิจที่จะยังคงผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีเป้าหมาย ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ (Carbon Neutrality) ผ่าน ‘ต้นแบบนวัตกรรมยานยนต์ยุคหน้า’

“ในฐานะองค์กรแห่งการขับเคลื่อน ที่มุ่งมั่นในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ (electrification full line-up car maker) ด้วยการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดปรัชญา ‘ผู้นำพาการขับเคลื่อนสำหรับทุกคน’ ด้วยการคำนึงถึงบริบทและปัจจัยที่หลากหลายในการเลือกใช้งานรถยนต์

กรรมการผู้จัดการใหญ่ของโตโยต้าประเทศไทย ยังได้เผยถึงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกต่างๆ เพื่อมอบทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด (HEV) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV)

ด้วยแนวคิดนี้ ยังส่งผลให้ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของโตโยต้าสะสมในประเทศไทยมีมากกว่า 150,000 คัน มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 800,000 ตัน เทียบเท่ากับปลูกป่าบนพื้นที่ขนาด 97,000 ไร่ หรือ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 2.4 ล้านต้น

สำหรับการขับเคลื่อนรถยุคหน้าภายใต้แนวทาง ‘Multi-Pathway’ ในงานนี้ก็ได้รับรู้จากต้นแบบยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (HICEV : Hydrogen Internal Combustion Engine Vehicle) ซึ่งเผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกทางหนึ่ง

รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ก็เป็นอีกเซ็กเมนต์ที่ได้รับความนิยมเกินครึ่งของตลาดรถในไทย โตโยต้าจึงมีแผนพัฒนารถกระบะพลังงานไฟฟ้า พร้อมกับนำรถต้นแบบ (IMV BEV Concept) มาจัดแสดง ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีรถกระบะในอนาคต

และยังเป็นครั้งแรกของการเปิดตัวต้นแบบรถกระบะอเนกประสงค์ ‘IMV-O Concept’ ที่มุ่งเน้นความสะดวกในการปรับรูปแบบการใช้งานเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สานต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ‘เมืองหลวงศูนย์กลางรถกระบะโลก’

ย้ำที่มาและความสำเร็จของการเป็นรถขายดีจาก อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อครั้งแนะนำรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ ภายใต้โครงการ IMV ยังคงเป็นอีกความทรงจำประทับใจที่สุดครั้งหนึ่ง เป็นที่มาของการสร้างรถ IMV แบบใหม่ เพื่อให้เป็นรถกระบะสำหรับประเทศไทย ได้แก่ รถต้นแบบใหม่ล่าสุด IMV O และรถต้นแบบไฮลักซ์ รีโว่

“IMV O พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ส่วนไฮลักซ์ รีโว่ ออกแบบเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งคู่ทำงานในระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า แสดงถึงแง่มุมที่แตกต่างในเชิงยนตรกรรม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนละกลุ่ม”

ผนึกกำลังพันธมิตรใหม่ ร่วมกันลดคาร์บอนไดออกไซด์

เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โตโยต้าประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์’ หรือซีพี ที่จะช่วยกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต ขนส่ง และการใช้พลังงาน ขณะเดียวกัน โตโยต้าจะยกระดับความพยายามของซีพีในการผลิตไฮโดรเจนสะอาดจากชีวมวลด้วย

นอกจากซีพีแล้ว พันธมิตรใหม่ของโตโยต้ายังประกอบไปด้วยสมาชิกอื่นๆ ของกลุ่ม CJPT ได้แก่ ไดฮัทสุ ซูซูกิ อีซูซุ และฮีโน่ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ด้วยการเฟ้นหาความเป็นไปได้ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกัน

ไม่หยุดเติบโตเคียงคู่สังคมไทย

‘โตโยต้า ถนนสีขาว’ เป็นแคมเปญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่คนไทยคุ้นชินมากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบของธุรกิจ แต่โตโยต้ายังมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอีกมากมาย เช่น ‘โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์’ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย

มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาสผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย รวมถึงการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 2050 (Toyota 6 Environment Challenge 2050) ว่าด้วยความท้าทาย 6 ประการในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life cycle assessment)

รวมถึงขยายผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคม ภายใต้โครงการ ‘โตโยต้า เมืองสีเขียว’ และการศึกษาแนวทางการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการคมนาคมในยุคหน้า ผ่านโครงการการจัดตั้งเมืองที่ยั่งยืนโดยปราศจากมลภาวะ เป็นต้น

ตลอดเวลา 60 ปี โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและความทนทาน สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และยังคงพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ดีเพื่อพี่น้องคนไทยต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน