มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยรู้ว่าเมื่ออายุมากขึ้นจำนวนไข่ในรังไข่ของตนเองจะลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อการวางแผนมีบุตร รวมทั้งไม่ทราบว่าสามารถทำการตรวจจำนวนของไข่ที่มีอยู่ได้ด้วยหลากหลายวิธี แต่วิธี AMH Test for Fertility จะเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก สามารถนำผลที่ได้ไปปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนมีบุตรด้วยวิธีอื่น ๆ เช่นการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือการแช่แข็งไข่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ต่อไป นพ. ปภากร มิ่งมิตรพัฒนะกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการมีบุตรยาก สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ เล่าเรื่องการการตรวจจำนวนไข่คืออะไร ใครควรตรวจ และจำเป็นหรือไม่
การตรวจ AMH Test for Fertility คืออะไร มีความสำคัญ และประโยชน์อย่างไร
ในอดีต เทสต์ AMH ไม่ได้มีความสำคัญมากสำหรับผู้หญิงที่มาตรวจทางนรีเวช ต่างจากการอัลตร้าซาวด์ดูมดลูกรังไข่เพื่อดูว่า มีชอคโกแล็ตซีส มีเนื้องอก หรือแม้กระทั่งมะเร็งปากมดลูก ซึ่งทุกคนจะบอกว่าไปตรวจกันสิ ดังนั้นการตรวจ AMH หาจำนวนไข่ที่มีอยู่ ไม่ใช่เทสต์ที่เป็นระดับปัจจัยสี่ แต่เป็นเทสต์เพิ่มเติมที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการ และวางแผนจะมีบุตร
การตรวจ AMH คือการตรวจจำนวนไข่ที่ยังมีเหลืออยู่ในร่างกาย และเป็นจำนวนไข่ที่จะมีการ function คือมีการทำงานที่จะมีการตกไข่ไปเรื่อย ๆ จริง ๆ การตรวจหาจำนวนไข่นั้นนอกจากจะตรวจ AMH แล้วยังสามารถใช้การอัลตร้าซาวน์ดูจำนวนฟองไข่ในรังไข่ได้ ซึ่งการอัลตร้าซาวน์มักจะทำในช่วงต้นรอบเดือนคือช่วงที่กำลังมีประจำเดือน หรือก่อนจะมีประจำเดือนแค่นิดเดียว
ทั้ง 2 เทสต์ มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในเรื่องความแม่นยำทั้ง 2 วิธีก็ใกล้เคียงกัน แต่เราพบว่าพอเราเอา 2
เทสต์มาใช้พร้อมกัน กล่าวคือทั้งอัลตร้าซาวน์และเจาะเลือดดู AMH ด้วย ประกอบกัน จะได้ความแม่นยำในการประเมินจำนวนไข่ในผู้หญิงดีที่สุด แต่ว่าการจะใช้ทั้ง 2 แบบเลยหรือไม่นั้น หรือใช้อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น แล้วแต่แพทย์ประเมินและให้ความเห็นอีกครั้งว่าแค่ไหนดี
อย่างไรก็ตาม การอัลตร้าซาวน์ทางหน้าท้องนั้นจะมองเห็นฟองไข่ได้ไม่ชัดนัก ความแม่นยำก็จะต่ำมากถ้าดูทางหน้าท้อง ต้องดูทางช่องคลอด แต่หากเป็นผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ยัง virgin อายุ 35 มีแฟน เตรียมแต่งงานแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อาจจะไม่อยากตรวจภายใน ดังนั้นในกลุ่มนี้เราก็จะไปใช้วิธีการตรวจ AMH อย่างเดียวดูก่อน นี่เป็นเรื่องของการประกอบโรคศิลป์ คือต้องมีศิลปะในการปรับแผนการตรวจรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
เมื่อได้ค่าออกมาแล้วจึงจะนำข้อมูลที่ได้มานั่งอธิบายเขาว่า กลุ่มอายุ 35 ปีหากพยายามมีบุตรตอนนี้เลย จะมีคนไข้ประมาณ 15-20% จะมีบุตรยาก แต่ถ้าคุณรอไปอีกสัก 2 ปี ซึ่งจำนวนไข่ตอนนี้มันน้อยอยู่แล้วมันอาจจะน้อยลงจนถึงจุดวิกฤติ ถึงเวลานั้นจากการพยายามเองได้ง่าย ๆ คุณอาจจะต้องไปทำเด็กหลอดแก้วนะ คุณพร้อมจะเดินทางนี้ไหม อันนี้เป็นการยกตัวอย่างว่า เราสามารถเอาผลเทสต์ที่ได้มาเนี่ยมาช่วยวางแผนอย่างไรบ้าง นี่คือการวางแผนก่อนที่จะมีน้อง

ทำไมต้องตรวจ AMH—ปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้มีหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือจำนวนไข่ที่ลดลง
โดยหลักการคือ ในยุคปัจจุบันคนแต่งงานกันช้าลงดังนั้นเรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้น ทำไมถึงสำคัญมากขึ้น ต้องย้อนกลับที่ที่จุดเริ่มต้นคือไข่ในผู้หญิงของคนเรานั้นถูกกำหนดตั้งแต่วันที่เรา เกิดมา และเราไม่สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ไข่ได้หลังจากที่เราเกิดมาแล้ว แปลว่าถ้าเราเกิดมาแล้วมีเท่าไหร่ เราก็จะค่อยๆ ทยอยใช้ไปจนกระทั่งมันหมด ซึ่งไม่มียาที่สามารถเพิ่มจำนวนไข่ได้ และผู้หญิงทุกคนจะมีไข่มาตั้งแต่เกิดจำนวนไม่เท่ากัน มีงานวิจัยจากหลายแห่งพบว่าโดยเฉลี่ยผู้หญิงจะมีไข่ต่ำๆ จะอยู่ที่คนละประมาณ 200,000 – 400,000 ใบตั้งแต่เกิด
ในแต่ละเดือนเมื่อเริ่มเข้าวัยเจริญพันธุ์ คือมีไข่ตกนั้น Process ของการเลือก ขั้นตอนการตกไข่นั้นจะมีไข่ประมาณ 500-1,000 ใบเข้าไปในระบบ selection หรือระบบคัดเลือก ดังนั้นหมายความว่าไข่ 500-1,000 ใบเหล่านั้นจะฝ่อหายไปเพราะเอาชนะคนอื่นไม่ได้สุดท้ายจะเหลือแค่ใบเดียว
ในหนึ่งรอบการตกไข่จะมีไข่ที่สูญหายไประหว่างทาง ดังนั้นจะเห็นว่าหลักแสนใบไม่ได้เยอะ เพราะในหนึ่งเดือนจะมีไข่ที่ถูกเอามาคัดเลือกประมาณ 500-1,000 ใบ ดังนั้นถ้าใครมีไข่น้อย พออายุยังไม่ถึง 45 ก็อาจจะไข่หมดแล้ว
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านอื่นอีก เช่น เดี๋ยวนี้การสูบบุหรี่ในผู้หญิงก็พบมากขึ้น โดยที่ไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่ทำให้ไข่ลดลง และลดลงถาวร หมายความว่าถ้าเลิกสูบบุหรี่แล้วกลับมาบำรุงร่างกายจะยังสามารถกลับมามีจำนวนไข่เยอะขึ้นได้ไหม คำตอบคือไม่ค่อยได้

อีกกรณีที่ทำให้ไข่ลดลงคือผู้หญิงที่เป็นชอคโกแล็ตซีสต์และต้องทำการผ่าตัดเลาะถุงน้ำรังไข่ หลังจาการผ่าตัดเลาะถุงน้ำแล้ว ไข่ก็จะลดลงเพราะมีการเสียหายเกิดขึ้น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นโรคเรื้อรังที่รอยโรคถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศหญิงอยู่เรื่อยๆ ยิ่งมีรอบเดือนมานานเท่าใด รอยโรคก็จะค่อยขยายพื้นที่ในอุ้งเชิงกรานมากขึ้น จนบางครั้งกลายเป็นชอคโกแล็ตซีสต์ ถ้าอายุน้อยๆ ก็อาจจะมีเป็นแต่ไม่มาก แต่พอไปถึงอายุ 30 ซีสต์ก็ใหญ่ขึ้น ทุกอย่างก็เป็นมากขึ้น แต่ฉันยังไม่มีลูกไง ก็กลายเป็นว่าคนที่ยังไม่มีลูกและอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ มีโอกาสจะโดนผ่าตัดก่อนจะตั้งครรภ์มากขึ้น แต่ในขณะที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรานี่อายุประมาณ 20 กว่าท้องแล้ว ยังไม่ทันเป็นชอคโกแล็ตซีสต์เลย ท้องก่อน
แต่ในปัจจุบันนี่รอจนเป็นโรคเยอะ ยกตัวอย่างเช่นขอทำงานก่อน ก็มักจะมีโรคมาก่อน ต้องทำโน่นทำนี่เสร็จก่อนแล้วค่อยมีลูก จากที่พูดมาจะเห็นว่าไข่ลดลงนั้นเกิดทั้งจากองค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ บวกกับสังคมสมัยใหม่ที่ทำให้ผู้หญิงมีลูกช้าลง ทั้งสองก้อน รวมทั้งไลฟ์สไตล์ด้วยจึงบวกรวมกันทำให้มีแนวโน้มที่ “ในเวลาที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องการจะมีลูกจำนวนไข่อาจจะไม่ได้มากอย่างที่เราคาดเอาไว้ เวลาที่เราจะสามารถมีลูกได้มันจะสั้นลงมาก” ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนให้ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่ในโซนอายุช่วง 35 แต่งานกำลังรุ่ง ขอเวลาสัก 2 ปีก่อนได้ไหมแล้วค่อยมีลูก มันอาจจะได้ในคนที่มีจำนวนไข่เยอะแต่อาจจะไม่ได้ในคนที่มีจำนวนไข่น้อย เพราะว่าคนที่อยุ 35 เท่ากันคนหนึ่งอาจจะมีไข่เท่ากับคนอายุ 35 จริง ๆ แต่อีกคนหนึ่งเคยสูบบุหรี่มา เคยผ่าตัดเลาซีสต์รังไข่มาอาจจะมีไข่เหมือนคนอายุ 42 ไปแล้ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร การตรวจ AMH ก็จะสามารถเข้ามาช่วยได้
การตรวจ AMH เหมาะสำหรับใคร คนทั่วไปอยากรู้ว่าตัวเองมีไข่กี่ใบ สามารถเดินไปหาหมอที่ รพ แล้วขอตรวจเลยได้ไหม
ประเด็นคือ คนที่จะแปลผลคือใคร ต้องใช้วิธีคิดของหมอมีบุตรยากเข้ามาประเมิน เพราะมันคือความชำนาญเฉพาะด้าน ดังนั้น ถ้าเดินมาขอจำนวนไข่ได้ไหม ตอบว่าตรวจจำนวนได้ แต่จะได้เพียงการแปลผลเบื้องต้น แต่หากอยากรู้ลึกกว่านั้น และจะเอาค่า AMH ไปทำอะไรบ้างนั้น ต้องเอาผลไปให้ specialist หมอมีบุตรยากดู ในต่างประเทศตรวจแบบนี้เยอะ ซึ่งคนไข้มีบุตรยาก ทุกคนจะมีผลตรวจ AMH มาเรียบร้อยเลย
ในมุมของประชากรทั่วไป ผมว่าน่าจะมีประโยชน์ในเชิงว่า ในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มผู้หญิงที่เคยสูบบุหรี่จัด ตอนอายุน้อยๆ ตอนนี้อาจจะยังมี่อยากมีลูก แต่ก็วางแผนว่าจะมีนะ หรือคนที่เคยผ่าตัดส่องกล้องเลาะชอคโกแลตซีสต์ มาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีแฟนแล้วแต่อาจจะอยากรออีกสักหน่อย การตรวจ AMH ก็จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการมีบุตร ก็ลองดูว่าที่พูดๆ ไปเนี่ยเหมาะกับใคร ก็ใช้วิจารณญาณดู
แม้ว่าจะไม่มีผลเสียในการตรวจ แต่ส่งผลต่อเงินในกระเป๋าสตางค์ มันไม่ใช่ common test สำหรับทุกคนเช่นหากเป็นคนกลุ่มที่ไม่ได้ต้องการมีบุตรแน่ๆ อยู่แล้ว อาจจะไม่จำเป็นต้องตรวจ โมเดลบางแบบจึงไม่เหมาะกับ general population อย่างแท้จริง ถ้าผู้หญิงที่ไม่ได้วางแผนจะมีลูกเลย ก็จะเจาะไปเพื่ออะไร มีไข่เยอะหรือไข่น้อยแล้ว ก็ไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพใดๆ ในช่วงที่ยังมีประจำเดือนอยู่
“AMH มีประโยชน์ค่อนข้างมากในกลุ่มที่ต้องการวางแผนชีวิตให้พร้อม ให้สมบูรณ์ อย่างยุคสมัยนี้ชอบใช้คำว่าเพียบพร้อม ซึ่งอาจจะไม่มีจริง แต่ก็ให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ให้มากที่สุด “Bucket List บางตัวคุณอาจจะไม่มีวันได้จับมันถ้าคุณช้า” คนที่จะมาตรวจ AMH อาจจะเป็นคนที่ในครอบครัวหมดประจำเดือนค่อนข้างเร็ว ถ้าอยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหมดประจำเดือนเมื่อไหร่ให้ย้อนไปถามคุณแม่ของผู้หญิงคนนั้นว่าหมดประจำเดือนเมื่อไหร่ หรือเป็นผู้หญิงที่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้จำนวนไข่ลดลงเร็วกว่าปกติ และไม่สามารถกู้กลับคืนได้ด้วยยาหรือวิตามินบำรุงใดๆ
ข้อสังเกตุ เมื่อไหร่ที่ไข่ในผู้หญิงน่าจะน้อยลง รอบเดือนของผู้หญิงคนนั้นจะเริ่มสั้นลง เช่นจากเดิมผู้หญิงจะมีรอบเดือนทุก ๆ 28 วัน อาจจะลดเหลือ 26 วัน หรือ 25 วัน อันนี้เริ่มสั้นลงละ อาจจะควรลองเข้ามาตรวจก่อนดีไหม หากเป็นแบบนี้มาสักครึ่งปี ถึงหนึ่งปี ให้เอะใจก่อน ให้มาตรวจก่อน อีกกลุ่มอาจจะเป็นกลุ่มที่เคยเป็นโรคร้ายและได้รับเคมีบำบัด พวกนี้อาจมีผลต่อเซลล์ที่เป็นเซลล์ไข่ ทั้งนี้ความเครียดไม่เกี่ยวกับจำนวนไข่เลย แต่อาจจะทำให้รอบประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอมากกว่า”
AMH ประเมินจำนวนไข่ได้แต่บอกคุณภาพของไข่ไม่ได้
เช่น หากผู้หญิงอายุสัก 30 ปี อัตราการท้องต่อเดือนสำหรับไข่ตก 1 ใบก็จะอยู่ที่ประมาณ 20% ต่อเดือน ดังนั้นหมายความว่าจะต้องใช้ไข่ประมาณ 5 ใบสำหรับการท้องสัก 1 ครั้ง ดังนั้นหากต้องการเก็บไข่เพื่อเตรียมท้องควรเก็บไข่ 10 ใบสำหรับการท้อง 2 ครั้งเป็นต้น และยังต้องเผื่อจำนวนสำหรับบางส่วนที่ไม่สามารถปฏิสนธิหลังการละลายออกมา และเผื่อสำหรับโอกาสการแท้งบุตรด้วย
แต่พออายุ 40 อัตราการท้องอาจจะลดลงไปเหลือแค่ 10 หรือไม่ถึง 10% หมายความว่าต้องใช้ไข่อย่างน้อยๆ 10 ใบต่อการท้อง 1 ครั้ง และยังต้องชดเชยอัตราการแท้งของคนอายุ 40 อีกประมาณ 10% เข้าไปอีก ก็อาจจะต้องใช้ไข่ประมาณ 15 ใบขึ้นไปต่อการที่จะตั้งท้อง 1 ครั้ง กว่าจะได้เด็กมา 1 คน
ดังนั้นหมายความว่า เปรียบเทียบกับลูกเต๋า 6 หน้า ลูกเต๋า 6 หน้าก็เหมือนคนอายุประมาณ 30 นิดๆ ถ้าผมมีลูกเต๋า 6 หน้า 1 ลูกแล้วผมโยนไปทีหนึ่ง ถ้าเมื่อไหร่โยนได้ เลข 1 เราชนะ และให้โอกาสคุณโยน 3 ที เท่ากับว่ามีโอกาสชนะ 50/50 เท่ากับ 3 ใน 6 แต่ถ้าหมอให้คุณโยน 6 ที หรือให้ลูกเต๋าคุณ 6 ลูกในมือแล้วให้โยน โอกาสที่จะมีสักใบที่เป็นเลข 1 ก็มากขึ้น ถูกไหมครับ เหมือนเรามีไข่อยู่พร้อมกันในมือ 6 ใบ ก็น่าจะมีโอกาสที่ซักใบในนั้นจะทำให้เราชนะได้
หลักการเดียวกันหากผมอายุ 32 แล้วมาเจาะ AMH แล้ว พอคาดการณ์ได้ว่าตัวเองมีไข่อยู่ประมาณ 12 ใบ กระตุ้นแล้วเก็บ 12 ใบเลย ไม่จำเป็นต้องเก็บรอบ 2 ดังนั้นจำนวนและ ratio ที่น่าจะได้เด็กนั้น ต้องเอามาคำนวนกันดูว่าน่าจะต้องเก็บกี่ใบ อันนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นว่า AMH มีประโยชน์ยังไง ที่เหลือจะเป็นงานของหมอผู้มีบุตรยากที่จะประเมินต่อไป
การตรวจ AMH อีกหนึ่งตัวช่วยวางแผนการมีบุตรด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว และแช่แข็งไข่
การทำเด็กหลอดแก้วไม่ได้เป็นการสร้างเด็กที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ท้องง่ายขึ้น โดยใช้เทคนิคโกงธรรมชาติเล็กน้อย คือการเอาไข่ที่เดิมตกเดือนละ 1 ใบ แต่เราทำให้ออกมาพร้อมกันอาจจะ 10 ใบในเดือนเดียว แล้วปกติการที่ไข่ตกเดือนละใบ ซึ่งอยู่ในร่างกายผู้หญิง ผสมหรือเปล่าเราไม่เห็น ปฏิสนธิแล้วแบ่งตัวไหม เราก็ไม่เห็น แบ่งตัวได้ดีเป็นตัวอ่อนที่สวยไหม เราก็ไม่เห็น แต่ถ้าเราเอามาทำข้างนอก เราเห็นหมดเลย อันนี้ไม่ผสม อันนี้ผสมแล้ว อันนี้โตไม่ดี ตัวที่ไม่ผสม ตัวที่โตไม่ดี เราเลือกที่จะไม่ใส่กลับเข้าไปในมดลูก เพราะโอกาสตั้งครรภ์ต่ำและเสี่ยงแท้ง ดังนั้นระบบการทำเด็กหลอดแก้วก็เหมือนระบบ selection เช่น มีข้อสอบมา 10 ข้อแต่บอกให้ทำสัก 2 ข้อ แล้วถ้าได้ 2 ข้อนี้ก็ได้ 100 เต็ม ถ้าเป็นทั่วไปเราก็จะคละและส่งข้อสอบให้ทัน นึกออกไหมครับ แต่นี่เหมือนกับโกงนิด ๆ คือขอเอาทั้ง 10 ข้อมาเปิดดูก่อน ข้อไหนยากไม่ทำ ข้อไหนง่ายฉันจะทำ ดังนั้นคนกลุ่มนี้ก็จะได้คะแนนสอบดีกว่าคนอื่น แต่ถามว่าจะได้ 100 เต็มไหมก็ไม่แน่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ก็ใกล้เคียง การทำเด็กหลอดแก้วจึงเป็นการช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่คุณภาพดี ตัวอ่อนที่มีแนวโน้มจะท้องสูง ดังนั้นเมื่อเราตรวจ AMH แล้วเรารู้ว่าคนๆ นี้น่าจะได้ไข่จำนวนมาก ก็สบายๆ โอกาสที่จะได้คัดเลือกตัวอ่อนดีๆ มีสูง แต่คนมีไข่น้อยก็ต้องกระตุ้นหลายรอบกว่าจะได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีพอ และเวลานานไป จำนวนไข่อาจจะลดลงจนรู้สึกไม่คุ้มค่าที่จะพยายามต่อ
ดังนั้นจึงสามารถเอาผล AMH มาวางแผนได้มากมายหลายอย่าง รวมทั้งคนไข้ที่ต้องการแช่แข็งไข่ จะมีช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม คนที่เก็บไข่ไว้แล้วยังไม่สามารถการันตีนะว่าเมื่อเก็บไปแล้วจะท้องแน่นอน มันแปรผันอยู่กับ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1. จำนวนไข่ที่มี 2. อายุตอนที่เก็บ เพราะอายุจะบ่งบอกถึงคุณภาพไข่ อายุน้อยคุณภาพไข่ก็จะดี อายุมาก คุณภาพไข่ก็แย่ ดังนั้นพอเราตรวจ AMH แล้ว เราก็พอจะอธิบายคนไข้ได้ว่าคุณมีโอกาสท้องมากแค่ไหน เช่นหากวัดออกมาแล้วมีไข่สัก 5-6 ใบ ที่อายุ 39 นี่จะเหนื่อยละเพราะคุณภาพไข่ก็น้อย ได้ไข่ก็น้อย อาจจะต้องเก็บไข่หลายๆ รอบ
ทำให้หมอจะพอบอกได้ว่า หากต้องการเปอร์เซ็นต์ท้องในช่วงประมาณสัก 60-70% คุณต้องมีไข่ประมาณสักกี่ใบ ก็สามารถแพลนได้ว่าต้องทำกี่รอบ พอหรือไม่ ทำให้คนไข้มองเห็นภาพรวมก่อนการกระตุ้นไข่ ซึ่งเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะชัดเจน ทำให้คนไข้ประเมินและวางแผนได้ หรือถ้าฉันไม่เก็บปีนี้ยังไม่พร้อม รอไปเก็บปีหน้า ก็อาจจะได้ถ้าตรวจ AMH แล้วพบว่ายังมีไข่เยอะอยู่ แต่ถ้ามีไข่น้อยก็อาจจะรอไม่ได้แล้วก็ต้องค่อยๆ พิจารณาตัดสินใจให้ดี
ยกตัวอย่างคนไข้ที่ตรวจ AMH เพื่อวางแผนมีบุตร จนประสบความสำเร็จ
เคสประทับใจ มีหลายรายที่มาปรึกษาเฉยๆ พอทราบผลว่า AMH ต่ำ มีไข่น้อยก็รีบเปลี่ยนแผนอย่างรวดเร็ว รีบรักษา จนกระทั่งได้น้องไปก่อน 1 คน ซึ่งเคสนี้ตอนหลังเค้าก็หมดประจำเดือนเร็วจริงๆ ก็คือเราใช้เครื่องมือนี้ปรับชีวิตเราให้เป็นไปตามแผนเหมือนการปรับ priority ของชีวิตผู้ป่วยใหม่
บางบ้านมองว่า แต่งงานแล้วไม่ได้อยากมีลูก แต่บางบ้านก็ชัดเจนว่า ฉันอยากมีลูกสัก 1 หรือ 2 คน แต่ตอนนี้ขอทำงานก่อน แต่พอมาตรวจ AMH ปุ๊ป ก็ต้องปรับ Priority ใหม่ เรื่องงานอาจจะต้องให้สามีดูแลไปก่อนแล้ว อาจจะต้องทิ้ง priority เรื่องงานก่อน แล้วมาจับ priority ลูกก่อน เพราะไม่อย่างนั้รสุดท้ายอาจจะได้แต่งานแต่ไม่มีลูก สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็น impact ต่อคนไข้ แต่หมอก็เห็นจริงๆ ว่าพอเขาได้ลูกไปแล้ว เค้าก็หมดประจำเดือนตอนอายุต่ำกว่า 45

การตรวจ AMH เปรียบเหมือนการแอบเปิดเฉลยข้อสอบนะ ดูว่ามันยากหรือเปล่า ถ้ายากฉันขอไปอ่านตรงนี้เพิ่มแล้วค่อยมาทำข้อสอบ มันก็ช่วยได้ ในปัจจุบันที่หมอได้พบเจอคู่ สมรสที่มาปรึกษา มักจะเตรียมมีบุตรกันหลังอายุ 35 ปี เยอะขึ้นมากๆ การรู้จำนวนไข่ ช่วยตัดสินใจ สำหรับคนที่ไม่ท้องสักที พยายามตามวิธีธรรมชาติแล้ว พอรู้จำนวนไข่ที่เหลืออยู่ ก็รีบเข้าสู่กระบวนรักษาผู้มีบุตรยากเลย เพราะกลัวไม่ทันเดี๋ยวไข่หมดแล้วจะแก้ไขไม่ได้ หรือบางกรณียังแก้ไขได้แต่ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นหลายเท่า เพราะอาจจำเป็นต้องทำเด็กหลอดแก้ว และจำนวนไข่ที่น้อยก็ทำให้ต้องกระตุ้นหลายรอบกว่าจะได้ตัวอ่อนที่สามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
บทความ ภาวะมีบุตรยาก ปัญหาชวนปวดใจของคนอยากมีลูกhttps://www.bangkokhospital.com/content/infertility-problems-for-people-wanting-to-have-baby