แม้ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะมาจากน้ำมือมนุษย์ แต่ด้วยความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่บนโลก คนจำนวนไม่น้อยต่างพยายามอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติคงไว้ให้นานที่สุด ด้วยการใช้ทั้งแรงกาย แรงใจ ในการทุ่มเทและเสียสละปกป้อง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพียงเพื่อเป้าหมายที่จะรักษาธรรมชาติ เหล่านี้ไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง

ด้วยเหตุนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงผสานความร่วมมือกับพันธมิตร มอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคล เยาวชน ชุมชน ที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง ผ่าน “รางวัลลูกโลกสีเขียว” พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนในชุมชน มีแนวคิดใส่ใจรักษ์โลก รวมถึงเผยแพร่องค์ความรู้ที่สามารถ นำมาพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อมได้

ล่าสุด ปตท. ผนึกกำลัง สถาบันลูกโลกสีเขียว จัดพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “จุดพลังเปลี่ยนโลก” โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมด้วย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว คณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว และเครือข่ายลูกโลกสีเขียวทั่วประเทศ เข้าร่วม

นายอรรถพล กล่าวว่า ปตท. ในฐานะองค์กรพลังงานของไทยที่ดำเนินภารกิจ เพื่อสร้างความมั่นคง ด้านพลังงานแก่ประเทศ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมีส่วนร่วมสำคัญต่อการผลักดัน ประเทศไทยและโลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

เพื่อรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ปตท. เดินหน้าผลักดันให้ทุกคนตระหนัก และหันกลับมาดูแลสิ่งแวดล้อม อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ โดยสนับสนุนการดำเนินงานของ “สถาบันลูกโลกสีเขียว” ร่วมค้นหา ผู้ที่มีอุดมการณ์มั่นคงต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นบุคคล เยาวชน หรือชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบความดี พร้อมมอบรางวัลลูกโลกสีเขียวเพื่อเป็นกำลังใจแก่กลุ่มคนเหล่านั้น

“รางวัลลูกโลกสีเขียวถือเป็นการเชิดชูบุคคลและชุมชนที่รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ รวมถึงป่า ที่ถือเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางธรรมชาติที่ดีที่สุด ดังนั้น การผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อฟื้นฟู รักษา และการปลูกป่า ถือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตโลก ได้อย่างยั่งยืน” นายอรรถพล กล่าว

ขณะเดียวกัน ปตท. ยังคงเร่งดำเนินธุรกิจให้มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 ด้วยการมุ่งเน้น 3 มิติ คือ เร่งปรับ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เร่งเปลี่ยน เพิ่มการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน

รวมถึงเร่งปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนไทย เพื่อเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จากชั้นบรรยากาศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนประสานความร่วมมือกับกลุ่ม ปตท. ในการเพิ่มพื้นที่ป่า รวม 2 ล้านไร่ ด้วยหวังว่าการดำเนินงานนี้ จะช่วยแก้ไขและบรรเทาวิกฤต ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ วิกฤตทางธรรมชาติที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและเร่งแก้ไข คือปัญหาป่าถูกทำลาย เนื่องจากการขยายตัวของประชากรโลกอย่างรวดเร็ว จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าไม้ เพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกินและลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะประเทศไทยที่ป่าถูกบุกรุกติดต่อกัน มายาวนาน เป็นผลให้เกิดภัยพิบัติตามมาอย่างรุนแรง และกว้างขวาง ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ

ดร.สุเมธ แสดงความคิดเห็นประเด็นนี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์ป่าไม้ของไทยได้ถูกทำลาย ทำให้สมดุลของธรรมชาติหายไป สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง รวมถึงส่งผลให้เกิดภัยพิบัติตามมา อย่างรุนแรง ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ต่างประสบกับปัญหา ที่ถาโถม เช่นเดียวกัน จนก่อให้การดำเนินชีวิต เป็นไปด้วยความยากลำบาก และส่งผลกระทบต่อเนื่องในอนาคต

จากผลกระทบที่กล่าวมา ปตท. จึงผนึกกำลังสถาบันลูกโลกสีเขียว จัดโครงการลูกโลกสีเขียว ผสานความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ อาทิ องค์กรพัฒนาเอกชน นักอนุรักษ์ นักวิชาการ นักเขียน และสื่อมวลชน เพื่อทำหน้าที่ในการค้นหา ยกย่อง ชื่นชม รวมถึงส่งกำลังใจให้กับบุคคล กลุ่มคน ชุมชน ที่ร่วมกันดูแลรักษาป่าไม้ไทยและสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่รับรู้ของสังคมในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวแล้วกว่า 807 ผลงาน

โดยหนึ่งในรางวัลลูกโลกสีเขียวอันทรงเกียรติ คือรางวัลสิปปนนท์ เกตุทัต เป็นการมอบกำลังใจให้ชุมชนที่เคย ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวมาแล้ว 5 ปีขึ้นไป และยังคงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเข้มแข็ง ตลอดจน มีนวัตกรรมในการดำเนินงานเป็นความรู้ใหม่ ที่เหมาะกับกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

“ขอชื่นชมผู้ที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวทุกท่านที่ได้สละเวลาเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จนเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ ยิ่งในสถานการณ์โลกรวนและภัยธรรมชาติอันเลวร้าย ผลงานทั้งหลายนี้แสดงให้เห็นถึงทางออก ทางรอด และความหวังที่ช่วยจุดพลังเปลี่ยนโลก” ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว กล่าว

นอกจากนี้ ได้จัดกิจกรรมประกวดข้อเขียนและโครงการอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนก้าวสู่การประชากร คุณภาพของประเทศ นำไปสู่การจุดประกายเคลื่อนไหว และลงมือทำจริง พร้อมสานต่อแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ ต่อส่วนรวม และก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ดร.สุเมธ กล่าวเสริมว่า ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ทางสถาบันฯ พยายามให้ทุกผลงาน เป็นห้องเรียนเพื่อถ่ายทอดความรู้ไปยังบุคคลรอบข้างและพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความพยายามนี้ ถือเป็นการสร้างความหวังของประเทศไทยให้ดำรงรักษาพื้นที่ป่าส่วนที่เหลือ และสามารถฟื้นฟูพร้อมส่งต่อ ทรัพยากรเหล่านี้ให้คนรุ่นต่อไปได้

ในปีนี้ มีผลงานอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศ ทั้งหมด 44 ผลงาน ประกอบด้วย รางวัลประเภทชุมชน 8 ผลงาน รางวัลประเภทบุคคล 3 ผลงาน รางวัลประเภทกลุ่มเยาวชน จำนวน 8 ผลงาน รางวัลประเภทงานเขียน 3 ผลงาน รางวัลประเภทความเรียงเยาวชน 8 ผลงาน รางวัลประเภทสื่อมวลชน 1 ผลงาน และรางวัลประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน 13 ผลงาน

โดยทุกผลงานที่ได้รับรางวัล “ลูกโลกสีเขียว” สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลง ในโลกปัจจุบันและจัดการกับ วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความเข้าใจว่า ป่านั้นมีความสำคัญอย่างไร ตลอดจนความสมัครสมานสามัคคีเพื่อลงมือทำ นำมาสู่เกิดการพัฒนา รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และส่งต่อไปให้คนรุ่นใหม่ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน