เชื่อว่าสำหรับชาวพุทธทุกคนล้วนมีพระเครื่องติดบ้านไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นของพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าพระเครื่องที่มีอยู่เป็นของแท้หรือไม่ มีราคาเท่าไหร่ จะนำเอาพระที่มีไปให้เซียนพระช่วยดูก็กลัวว่าจะถูกหลอก เพื่อคลายทุกข้อสงสัยขอชวนทุกท่านไปรู้จักกับแอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณตรวจเช็กพระเครื่องออนไลน์ได้ง่ายๆ พร้อมออกใบรับรอง ด้วยมือของเซียนพระชื่อดัง รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมง ผ่านการพูดคุยกับ อาทิตย์ นวลมีศรี หรือ โอ๊ต บางแพ เจ้าของตลาดนัดพระเครื่องภาคตะวันตก (ตลาดกอบกุล) จ.ราชบุรี กับบทบาทล่าสุดในการยกระดับวงการพระเครื่องด้วยSK CHECK

จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางพระเครื่อง

ย้อนกลับไปยุค 90 ท่ามกลางยุคสมัยที่สื่อโทรทัศน์มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของเด็กมหาศาล เช่นเดียวกับเด็กชายโอ๊ต ที่เติบโตมาพร้อมกับละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่าง เกราะเพชรเจ็ดสี ซึ่งเรื่องราวล้วนมีส่วนเชื่อมโยงกับอภินิหาร คาถา เวทมนตร์ และพระเครื่อง อย่างแยกไม่ออก ผนวกกับความเป็นเด็กต่างจังหวัดที่มักเข้าวัด ทำบุญ สวดมนต์ ตามประเพณีปฏิบัติอย่างคุ้นเคย ด้วยเหตุนี้หนึ่งในสิ่งของสำคัญที่ไม่เคยห่างตัวเด็กชายโอ๊ตนั่นก็คือพระเครื่องที่แขวนอยู่ที่คออยู่เสมอ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจถึงเรื่องราวความเข้มขลังของพุทธคุณพระเครื่อง เกิดจากเหตุการณ์อุบัติเหตุสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ตนเล่าออกอย่างรสว่า

“ผมเคยประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนแล้วไม่ตาย ตอนเด็กๆ เราชอบเรื่องคาถเวทมนตร์ ดูละครแล้วก็อยากทำตาม จนวันหนึ่งคุณตาที่เป็นนักสะสมพระเครื่อง ท่านได้ให้พระเรามาองค์หนึ่ง ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าหรอกว่าพระเครื่องอะไร มีมูลค่าไหม จนกระทั่งมาเรียนมหาวิทยาลัย ปรากฏว่าเราถูกรถชนจนตัวลอยไปเกาะกลางถนน จำได้ว่าหน้ารถตู้ยุบเป็นรูปคนเลย ตอนนั้นคนบนรถตู้ต่างรีบออกมาดูอาการจะพาผมไปโรงพยาบาล แต่ผมกลับลุกขึ้นมาบอกทุกคนว่าผมไม่เป็นไร มีเพียงแผลถลอกเล็กน้อย สิ่งนี้เองทำให้เราเชื่อว่าพุทธคุณพระเครื่องมีจริง”

นอกจากอุบัติเหตุครั้งสำคัญ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้โอ๊ตเชื่ออย่างสนิทใจถึงพุทธคุณของพระเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ตนผันตัวมาเป็นพ่อค้าอาหารทะเลนับ 10 ปี ที่เมื่อวันไหนรู้สึกค้าขายไม่ดี อยากได้ที่พึ่งทางใจ เมื่อได้ยินว่าหลวงพ่อองค์ไหนช่วยเรื่องการค้าขาย ก็จะลองไปขอพร ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าขายได้ทุกครั้ง จากที่ขายไม่ดีอยู่ก็มักจะมีเรื่องราวให้ขายได้อยู่ร่ำไป ยิ่งทำให้ตนเริ่มหลงใหลในวงการพระเครื่องอย่างจริงจัง จึงเริ่มศึกษาและเก็บสะสมพระเครื่องเรื่อยมา

เมื่อเริ่มเก็บสะสมก็ทำให้ตนก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องไปโดยไม่รู้ตัว เริ่มมีสังคมมีเพื่อนที่สะสมพระเครื่องเช่นเดียวกัน ยามพบปะกันก็จะต้องนำพระที่ตนเช่าซื้อมาแลกเปลี่ยนพูดคุยอยู่เสมอ จนกลายเป็นความตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอพระเครื่อง และมีความสุขทุกครั้งที่ตนได้พระแท้ พระดีมาอวดเพื่อนๆ จุดนี้เองเป็นจุดที่เพื่อนๆ ในวงการจึงเริ่มชักจูงและชี้ให้เห็นถึงมูลค่าของพระเครื่องที่ตนสะสม จึงเริ่มนำเอามาขายแลกเปลี่ยน

“ผมเริ่มจากการไปหาพระตามบ้านกับหลานชาย ตอนนั้นผมได้พระมา 10 องค์ ในราคาไม่กี่พันบาท ตอนนั้นผมขายพระไป 9 องค์ ได้เงินมาทั้งหมด 74,000 องค์ที่เก็บไว้คือหลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วรุ่นแรก ลงทุนหลักพันได้ 7 หมื่นกว่า ตอนนั้นดีใจมาก แต่พอเราเริ่มเข้าสู่วงการพระ ก็ได้มารู้ภายหลังว่าราคานั้นแทบจะเป็นแค่ครึ่งเดียวของมูลค่าจริงเสียด้วยซ้ำ จุดนั้นเองทำให้เรารู้ว่าพระเครื่องสามารถสร้างรายได้ ได้จริง แต่รายได้นั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความโลภ จนทำให้เราลืมความศรัทธา เรารู้ว่าเราสามารถที่จะเก็บส่วนหนึ่งแบ่งเช่าส่วนหนึ่ง ให้เหลือทั้งความสุขและมีเงิน จุดนี้เองถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัว”

เซียนโอ๊ต บางแพ ศึกษาพระเครื่องด้วยกรรมวิธีการผลิต

พื้นเพของโอ๊ต เดิมทีเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยาศาสตร์ ทำให้ตนมีกระบวนการตรวจสอบหาความรู้ผ่านการตั้งสมมุติฐาน ค้นหาความจริงมาประกอบ หลังจากรับบทบาทใหม่ในฐานะ ‘เซียนโอ๊ต บางแพ’ ตนได้ประยุกต์เอาความรู้มาใช้ศึกษาพระเครื่องด้วยการศึกษากรรมวิธีการผลิตของพระเครื่ององค์นั้นๆ ผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ที่บันทึก ผนวกกับมีคุณตาที่เป็นเซียนพระเดิมคอยชี้แนะจนทำให้ตนเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

เซียนโอ๊ตชี้ให้เห็นว่ากระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญในการดูพระเครื่อง ตำหนิเป็นแค่รายละเอียดปลีกย่อยในการดู แต่ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการผลิต เช่น หูของเครื่องปั้นดินเผาต่ออย่างไร ขึ้นรูปอย่างไร ถ้าเราไม่รู้วิธีการผลิตเราก็จะไม่รู้ร่องรอยในนั้น เพราะตำหนิที่ใช้ดูแท้-เก๊ ต้องเกิดจากขั้นตอนในการผลิต ถ้าเป็นเครื่องมือคนละอย่างก็ต้องผลลัพธ์ที่ต่างกัน

“ในอดีตเรามีเครื่องมือในโรงกษาปณ์ คือเครื่องอัดกระบอก เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเหรียญโบราณจึงมีขอบเหรียญเกลี้ยงไม่มีร่องรอย เมื่อวิวัฒนาการพัฒนาทุกอย่างก็ต้องหาวิธีที่ดีขึ้นและเร็วขึ้น ทำให้กรรมวิธีและเครื่องมือการผลิตแตกต่างกัน จึงทำให้พระเครื่องแต่ละองค์มีธรรมชาติที่แตกต่าง คนชอบถามว่าเหรียญตีกระบอกมีถึงปีไหน เหรียญข้างเลื่อยมีถึงปีไหน ปั๊มตัดมีถึงปีไหน คำถามนี้ไม่ถูกต้อง

“ต้องเริ่มจากการถามว่าเหรียญข้างเลื่อยเริ่มขึ้นปีไหน ก่อนหน้านั้นจึงจะไม่สามารถมีได้ ทั้งหมดคือกระบวนการศึกษาของเซียนพระซึ่งคนไม่ได้ฟังจากเซียนพระ แต่คนฟังจากนักขายซึ่งนักขายไม่รู้เรื่องพวกนี้เขาอยากจะพูดอะไรก็พูด ง่ายๆ ก็คือเหรียญโบราณตีกระบอกหูต้องเชื่อม ทั้งหมดมันคือวิวัฒนาการในแต่ละยุค ดังนั้นจึงต้องรู้ว่าแต่ละเหรียญสร้างในปีอะไร ยุคนั้นเขามีเทคโนโลยีแค่ไหน นี่คือการวิเคราะห์จากร่องรอยเครื่องมือในแต่ละยุค ซึ่งเรามีความรู้และชำนาญในเรื่องนี้”

วงการพระเครื่องในมุมมองของโอ๊ต บางแพ

หลังจากประสบความสำเร็จในฐานะเซียนโอ๊ต บางแพ จนมีฐานะมั่นคง มีสังคมพระเครื่องที่ดี คนในวงการพระให้การยอมรับและรู้จักเราอย่างกว้างขวาง ซึ่งตนรู้สึกว่าวงการพระเข้ามาเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล รู้สึกโชคดีที่ตนได้ทำงานอยู่กับสิ่งที่ชอบ และมีรายได้กับสิ่งนี้

ทว่าปัจจุบันความสุขลดลงเมื่อเรื่องของมูลค่าพระเครื่อง ได้กลายมาเป็นเหตุผลให้คนต่างซื้อขายแย่งชิง ทำเรื่องผิดเป็นถูก ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่ตนจำไม่ลืมคือเหตุการณ์ที่มีลูกค้าท่านหนึ่งเข้ามาหาตน เพราะลูกประสบอุบัติเหตุ ต้องใช้เงินเร่งด่วน จึงนำพระเครื่องที่คิดว่าขายได้หลักแสนมาขายกับตน ทว่าพระทั้งหมดกลับกลายเป็นพระเก๊ซึ่งไม่สามารถขายได้

“แม้จะเป็นพระไม่แท้แต่เราก็อยากจะช่วยเขา เลยถามว่ามีพระทำบุญไหม เขาก็คิดว่าพระทำบุญจะช่วยได้สักกี่บาท เลยลองหยิบเอาพระทำบุญมาให้ผมสามกระป๋อง เชื่อไหมว่าผมซื้อทั้งหมดสามครั้งยังไม่หมดเลยสามกระป๋อง ซึ่งมูลค่าทั้งหมดประมาณสามแสน ฉะนั้นชาวบ้านมักจะไม่รู้คุณค่าเกี่ยวกับพระที่มี มักจะรู้จักแต่พระที่ดัง โดยที่ไม่รู้ว่าพระที่ไม่ดังก็มีราคาถ้าเป็นพระแท้ พระแท้มีราคาทุกองค์ ถามว่าพระแท้มาจากไหน พระแท้มาจากวัด มาจากที่เราทำบุญมา สำหรับผมวงการพระเครื่องที่มีความสุขจริงๆ สำหรับผมมันหายไปในระยะ 56 ปีที่ผ่านมา ด้วยกลุ่มของคนที่รู้ว่าพระเครื่องหาเงินได้ดี

“ผมเชื่อว่าวงการพระเครื่องมันต้องมีความสมดุล ระหว่างพุทธคุณควบคู่กับพุทธพาณิชย์ ที่ผ่านมามันเป็นแบบนั้น พระเครื่องไม่มีใครซื้อดินก้อนละล้าน ไม่มีใครซื้อดินก้อนละแสน เขาไม่ได้ซื้อโลหะ แต่เขาซื้อพุทธคุณและความเชื่อ”

ต้องยอมรับว่าพระเครื่องเติบโตมาด้วยคำว่าพุทธคุณ สิ่งเหล่านี้คือมูลค่าที่คนยอมจ่ายซื้อกัน แต่ทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้นักขายเขาไม่รู้ เพราะนักขายเขาไม่รู้จึงไม่สามารถให้ความรู้ได้ ก็เลยใช้เทคนิคการที่จะให้ขายได้สไตล์ของเขา แต่ในสไตล์ของเขามันดันทำลายวงการ แล้วการที่เขาเอาแต่ได้ ไม่ได้สนใจว่าพระจะแท้หรือเก๊ วงการพระเครื่องจึงสับสน บอกแท้เป็นเก๊ว่าแย่แล้ว แต่การทำเก๊เป็นเท๊กลับแย่ยิ่งกว่า

เซียนโอ๊ตยังชี้อีกหนึ่งปัญหาสำคัญ คือเรื่องของการออกบัตรรับประกันพระ ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน พระองค์เดียวกันส่งทำใบรับประกันกับได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน เมื่อไม่สามารถที่จะมั่นใจไปในทางเดียวได้ คนก็เบื่อไม่อยากเก็บ ซึ่งทั้งหมดล้วนทำลายระบบกลไกราคาตลาดพระเครื่อง

ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ทั้งคนถูกหลอกซื้อพระดีในราคาที่ถูกเกินความเป็นจริง ปัญหาคนซื้อพระเก๊พร้อมบัตรรับประกัน หรือซื้อมาแล้วเมื่อนำไปขายคนอื่นบอกไม่แท้ ทำให้เห็นว่าผู้เล่นหน้าใหม่สับสนจากผลที่ไม่ชัดเจน แล้ววงการพระเครื่องจะเดินไปทิศทางไหนต่อ คำถามข้างต้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ SK CHECK ขึ้นมา

พลิกวงการพระเครื่องผ่าน SK Check

เซียนโอ๊ต ในฐานะผู้ก่อตั้ง เปิดภาพ SK CHECK ให้ฟังเพิ่มเติมว่า SK CHECK คือ ไลน์แอปพลิเคชันสำหรับตรวจเช็กพระเครื่อง วัตถุมงคลครบวงจร โดยเซียนพระชื่อดังที่ได้รับการยอมรับจากวงการพระเครื่องทั่วประเทศ รู้ผลแท้-ปลอม รวดเร็วและแม่นยำง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว

“เราอยากทำให้คนที่ชื่นชอบพระเครื่องทุกคน รู้ว่าพระเครื่องที่ครอบครองแท้หรือเก๊ได้ ง่ายและสะดวกที่สุด ภายใต้ความเชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของมรดก เขาควรได้ราคาแบบสมเหตุสมผล ปัจจุบันปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าพระที่มีแท้หรือไม่ ทำให้เขาปกป้องทรัพย์สินตัวเองไม่ได้ เป็นหนี้มีรถขายรถก่อน เอาบ้านไปจำนำ เอาที่ไปจำนอง แต่พระเครื่องที่มีมูลค่าสูงไม่รู้ และเมื่ออยากรู้เอาออกมาสู่วงการพระ พระราคาหลักแสนก็โดนหลอกว่าเก๊ถูกซื้อไปในราคาถูก กลายเป็นโดนหลอก สุดท้ายมรดกภายในบ้านก็ไปตกอยู่กับเซียนพระ อยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เพราะฉะนั้นไลน์แอปพลิเคชันตัวนี้จะทำให้รู้ว่าแท้ หรือเก๊ เมื่อรู้ว่าแท้เขาก็จะสามารถเรียกราคาหรือปกป้องทรัพย์สินได้

SK CHECK ถูกทำขึ้นมาเพื่อพระทุกองค์ ที่อยู่ในบ้านของทุกคนเพื่อที่จะออกมาช่วยเขาในสภาวะที่คนต้องการมีเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้หนี้ โดยสภาพเศรษฐกิจเป็นแบบนี้คนจ่ายทุกอย่างยกเว้นพระไม่กล้าขาย เพราะไม่รู้ว่าแท้หรือเปล่า ถ้าเราทำให้เขารู้ว่าพระแท้หรือเก๊เขาก็จะเอาพระของเขาออกมาเปลี่ยนเป็นเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย”

นอกเหนือจากความแม่นยำถูกต้องแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือเรื่องของความสะดวกสบาย เนื่องจากระบบการออกใบรับรองพระแบบเก่า ต้องนำพระตัวจริงไปที่ศูนย์รับรองเพื่อออกบัตรรับประกัน ซึ่งทำให้หลายคนที่ต้องการออกบัตรรับรองแต่อยู่ห่างไกลกลับเสียโอกาส หรือต้องเสียค่าเดินทางเพื่อมาวัดดวงว่าพระที่ตนต้องการออกบัตรรับรองจะแท้หรือไม่ โดยแพลตฟอร์ม SK CHECK แก้ปัญหาเหล่านี้โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ซึ่งทำให้ง่ายต่อการออกบัตรรับประกัน

“การเช็กพระเครื่องมีบทเรียนจากใบรับประกันพระแท้รูปแบบเก่าๆ ทุกวันนี้เราพูดเสมอว่าใบรับรองพระคือส่วนหนึ่งทำให้วงการพระเครื่องมาถึงทางตัน แต่ในขณะที่เราต้องมาทำใบรับรองพระเองจะทำอย่างไร บัตรส่วนใหญ่จะเขียนว่าไม่รับผิดชอบทางกฎหมาย ออกแล้วแท้เก๊ก็แล้วแต่ชะตากรรม สิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงคือเมื่อผลมันไม่โอเค เราจะไปร้องเรียนที่ไหนได้บ้าง แอปพลิเคชัน SK CHECK ในราคาตรวจสอบ 100 บาท ต่อองค์สามารถตรวจได้

“เพราะเรามีกลุ่ม Facebook หากคุณสงสัยหรือผลการตรวจสอบยังคาใจสามารถนำพระองค์นั้นมาร้องเรียนได้ นอกจากนี้ตัวผมเองทำไลฟ์สดผ่าน Facebook Fanpage ‘พระเครื่อง สันขวาน’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.6 แสนคน ก็จะนำเอาปัญหาต่างๆ ออกมาอธิบายผ่านช่องทางนี้ด้วย สิ่งนี้เองมันก็จะทำให้วงการพระเครื่องมันจะกระจ่างในทุกเคสที่สงสัย

“เราอยากจะสะท้อนออกไปให้สำนักออกใบรับรองอื่นๆ ได้เห็นว่าเมื่อออกผลผิดพลาด จะต้องร้องเรียนได้ ค่าบริการ 100 บาท เป็นค่าบริการที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ รู้ผลแท้เก๊เป็นดิจิทัล เรามีเวลาที่ออกผล เรามีรหัสโค้ต เรามีหมายเลขต่อองค์ เราตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนั้นเรายังมีแอดมินบริการตลอดเวลาที่อยากร้องเรียนหรือสงสัยอะไร”

หลังจากเปิดบริการมาได้เพียง 3 เดือน SK CHECK มียอดการใช้งานสูงถึง 100,000 องค์ โดยเกิดข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบทั้งหมดไม่ถึง 50 องค์ ซึ่งทุกการผิดพลาดทาง SK CHECK สามารถชี้แจงได้ทั้งหมดผ่านการอธิบายที่หน้า Facebook Fanpage ‘พระเครื่อง สันขวาน’

ตรวจเช็กพระเครื่องได้ในไม่กี่ขั้นตอนด้วย SK CHECK

สำหรับผู้ที่สนใจตรวจเช็กพระเครื่องสามารถเริ่มต้นศึกษาได้จากการเข้าสู่เว็บไซต์ https://www.skcheck.net/ หรือช่องทาง Line เพียงเพิ่มเพื่อน @Skcheck เมื่อเพิ่มเพื่อนสำเร็จ ก็สามารถเข้าแอปพลิเคชันได้ โดยขั้นตอนการตรวจเช็กพระเครื่องมีขั้นตอนดังนี้

1.กดปุ่ม เริ่มใช้งาน – เข้าสู่แอปพลิเคชันและสมัครสมาชิกฟรี !! หลังสมัครแล้วสามารถส่งพระตรวจได้ทันที

2.อัปโหลดรูปภาพพร้อมระบุรายละเอียด – ถ่ายรูปหรืออัปโหลดรูปภาพของพระเครื่องและใส่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระเครื่อง เช่น ประวัติที่มา (ถ้ามี)

3.รอผลการตรวจสอบ – เซียนพระของเราจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบพระเครื่องของคุณอย่างละเอียดและรวดเร็ว

4.รับผลการตรวจ – คุณจะได้รับรายงานผลการตรวจพระพร้อมกับคำแนะนำข้อมูลเพิ่มเติม

ท้ายที่สุดเซียนโอ๊ตฝากถึงเซียนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้ามาในวงการพระเครื่องว่า “สำหรับคนที่กำลังอยากก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่อง ผมบอกเลยว่าวงการพระเครื่องไม่ได้ยาก ไม่ได้ซับซ้อน พระเครื่องดูง่ายถ้าอยากจะได้ความรู้ไปตามศึกษาได้ที่ Youtube ‘พระเครื่อง สันขวาน’ ซึ่งจะบอกวิธีการดูพระเครื่องทุกอย่าง สงสัยอะไรเข้าไปกดดูได้หมด ผมเชื่อว่าถ้าเข้าไปดูแล้วลองทำตาม ทุกคนก็สามารถดูพระแท้ แต่สิ่งที่สำคัญคือก่อนจะจ่ายตังอย่ารีบ ไม่เล่นพระวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่เป็นไร ดูให้เป็นแล้วค่อยเล่น ศึกษาก่อนสะสม คือปัจจัยที่จะทำให้คุณชนะในวงการพระ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน