รู้เท่าทัน ส่งออกผลไม้ไทยอย่างไรให้ไม่ถูกตีกลับจากต่างประเทศ เพิ่มโอกาสทางการค้า สร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้าต่างประเทศ

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า การส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศ อาทิ จีน เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เรื่องการบรรจุและขนส่งเท่านั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้นั้น ปลอดเชื้อและปลอดภัยต่อผู้บริโภค อาจจะเคยได้ยินข่าวการตีกลับทุเรียนด้วยสาเหตุ พบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน หรือมีการพบด้วงงวงเจาะเมล็ดมะม่วงในมะม่วงที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ส่งผลให้เกาหลีใต้ระงับการนำเข้ามะม่วงจากแปลงปลูกที่พบด้วงงวงเจาะเมล็ดมะม่วง หรือสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ

สารกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในลำไยสดที่นำเข้ามาจากไทยซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้ตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อลำไยที่นำเข้าจากไทยเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผลไม้ถูกตีกลับหรือต้องทำลายทิ้ง ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก ทั้งจากการที่ไม่สามารถขายผลผลิตได้และต้องแบกรับต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ การระงับการนำเข้าในบางพื้นที่ยังทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดภายในประเทศและทำให้ราคาผลไม้ตกต่ำ อาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศลดลง ดังนั้นเกษตรกรและผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวและพัฒนามาตรฐานการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านการส่งออกในอนาคต

ทั้งนี้จึงได้มีการกำหนดมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ซึ่งเป็นมาตรการที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ที่ชัดเจน กำหนดโดยประเทศผู้นำเข้า เพื่อใช้ในการปกป้องสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และพืชจากความเสี่ยงที่เกิดจากศัตรูพืช สัตว์ และเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจปนเปื้อนมากับสินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะในกระบวนการนำเข้าและส่งออกสินค้า ซึ่งมาตรการเหล่านี้มักประกอบไปด้วย

1) การกำหนดมาตรฐาน เช่น การปราศจากสารเคมีตกค้าง การควบคุมการปนเปื้อนจากศัตรูพืช

2) การตรวจสอบและการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าไม่มีการปนเปื้อนจากเชื้อโรค ศัตรูพืช หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย

3) การออกใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองว่าสินค้านั้นได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด หรือแม้กระทั่ง

4) การกำหนดวิธีการควบคุมการปนเปื้อน เช่น การรมยาหรือการใช้สารเคมีต่าง ๆ ก่อนส่งออก

ซึ่งมาตรการ SPS มีความสำคัญมากสำหรับการค้าระหว่างประเทศ เพราะเป็นเหมือนการตรวจสุขภาพของสินค้าว่าปลอดภัยและสามารถวางขายได้ หากไม่ผ่านการตรวจสอบ สินค้าอาจถูกตีกลับหรือถูกสั่งทำลาย แต่อย่างไรก็ตามมาตรการ SPS เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในองค์การการค้าโลก (WTO) ดังนั้นเพื่อให้มาตรการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม ประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการ SPS ที่กำหนดขึ้นใหม่หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศคู่ค้าทราบ เพื่อป้องกันการกีดกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ยังช่วยให้สินค้าส่งออกของเรามีคุณภาพและขายได้ราคาดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้บริโภค ช่วยให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่จำเป็นในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น การใช้สารเคมี

อย่างเหมาะสม การจัดการแปลงปลูกที่ถูกสุขลักษณะ และการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร 02-9406468

และกลุ่มจัดการศัตรูพืชหลังการเก็บเกี่ยว กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร โทร 02-9406189

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน