เมื่อกล่าวถึงองค์กรที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและความมุ่งมั่นในการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ย่อมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับองค์กรและชุมชน

วันนี้ข่าวสดจึงขอพาทุกท่านร่วมเดินทางไปสำรวจโมเดลโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนของ OR ที่บูรณาการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับการเติบโตทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้เป้าหมาย OR 2030 Goals ด้วยกลยุทธ์ OR SDG ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมในแบบฉบับของ OR ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวเป็นพลังเศรษฐกิจ ด้วยโมเดลวนเกษตรจาก OR ที่ Café Amazon Park

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของ OR ได้อย่างชัดเจน คือ Café Amazon Park ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.กล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 600 ไร่ โครงการนี้มีแผนที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมกาแฟที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ปลูกให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังจะเน้นการพัฒนาสายพันธุ์กาแฟคุณภาพสูงที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสามารถให้ผลผลิตอย่างยั่งยืน

ภายในโครงการ Café Amazon Park จ.ลำปาง 

ภายในโครงการ Café Amazon Park จ.ลำปาง

ภายในโครงการ Café Amazon Park มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกและแปรรูปผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและความเป็นอยู่ของเกษตรกรในชุมชน ซึ่งได้บูรณาการทั้งเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน แผนที่ OR จะดำเนินการไม่ใช่แค่เพียงเป็นต้นแบบการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรผ่าน ‘โรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon’

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะผู้บริหาร OR โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon เพราะนอกจากการพัฒนาโครงการ Café Amazon Park ที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมกาแฟแล้ว OR ยังได้ขยายความพยายามในการส่งเสริมเกษตรกรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ปลูกกาแฟ ผ่าน ‘โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน’ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการปลูกกาแฟควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติกว่า 10 จังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ และพื้นที่ห่างไกล เช่น อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ บ้านผาลั้ง บ้านปางขอน จ.เชียงราย เป็นต้น รวมถึง จัดตั้งโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon ใน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับซื้อเมล็ดกาแฟกะลาอะราบิกาจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือโดยตรงในราคาที่เป็นธรรมซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปีผ่านมา

โรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

โรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่แห่งนี้ OR ตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการผลิตกาแฟ เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจต้นน้ำของ Café Amazon เป็นต้นแบบในการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟภาคเหนืออย่างยั่งยืนตามแนวทาง OR SDG อีกด้วย

และนับตั้งแต่โรงแปรรูปแห่งนี้เปิดดำเนินการมาเมื่อมีนาคม 2567 มีการรับซื้อเมล็ดกาแฟกะลาจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือรวมแล้วกว่า 360 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ารับซื้อกว่า 55 ล้านบาท โดยซื้อขายผ่านระบบ KALA Web Application (กะลา เว็บ แอปพลิเคชัน) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก คุณภาพเมล็ดกาแฟ และปริมาณกาแฟกะลาที่รับซื้อ ปัจจุบันมีเกษตรกรกว่า 300 คนลงทะเบียนขายเมล็ดกาแฟ ทั้งจากเชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก และน่าน

อาจกล่าวได้ว่า โรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ Café Amazon ไม่เพียงตอบสนองความต้องการตลาดกาแฟ แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเกษตรกรและชุมชนให้เติบโตไปกับ OR ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ทั้งยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของ OR ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทยในระยะยาว

จาก ‘ขยะพลาสติก’ สู่ ‘โต๊ะเรียน’ ในโรงเรียนชนบท

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ OR เห็นได้ว่ามีการตระหนักถึงปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในแบรนด์ภายใต้การดูแลของ OR อย่าง PTT Lubricants ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จึงได้สานต่อภารกิจรักษ์โลก ผ่านโครงการที่ช่วยลดขยะพลาสติกและสร้างประโยชน์แก่ชุมชน โดยได้เล็งเห็นปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดจากแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วในศูนย์บริการ FIT Auto และได้ริเริ่มโครงการ ‘เซฟโลก เซฟรถ เพื่ออนาคตน้อง ๆ’ ซึ่งเป็นการนำแกลลอนพลาสติกเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการ Upcycling แปรรูปจากแกลลอนพลาสติกเป็นชุดโต๊ะเรียนที่แข็งแรงและทนทาน เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่ขาดแคลน

สำหรับโรงเรียนที่ได้รับบริจาคชุดโต๊ะเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ โรงเรียนวัดหลวงวิทยา และ โรงเรียนวัดพระเจ้านั่งแท่น ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.กล้วยแพะ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก แต่ยังช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กในชุมชนที่ขาดแคลน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการนี้ได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการส่งมอบชุดโต๊ะเรียนให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ทั้ง โรงเรียนบ้านผานัง จ.เชียงใหม่ และ โรงเรียนบ้านโตนดน้อย จ.เพชรบุรี ไปแล้ว โดยใช้แกลลอนน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ทั้งหมด 1,960 แกลลอน คิดเป็นปริมาณพลาสติก 480 กิโลกรัม

ด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้ปัจจุบัน PTT Lubricants ยังคงมุ่งมั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยลดการใช้พลาสติกใหม่ในการผลิตแกลลอนสำหรับผลิตภัณฑ์ Performa Synthetic Eco Car ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกรีไซเคิล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการใช้พลาสติกรีไซเคิลในการผลิตแกลลอนสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกประเภทของบริษัทในอนาคต ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ PTT Lubricants ในการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

‘ไทยเด็ด’ ยกระดับ ‘ข้าวแต๋นทวีพรรณ’ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชน

นอกเหนือจากการมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว OR ยังได้ส่งเสริมธุรกิจชุมชนผ่านโครงการ ‘ไทยเด็ด’ ซึ่งเป็นการริเริ่มสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยได้มีการเพิ่มช่องทางการจําหน่ายสินค้าชุมชนอย่าง ข้าวแต๋นทวีพรรณ ต้นตำรับขนมอร่อยพื้นบ้านจาก อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเดิมที เริ่มจากเป็นสินค้าที่รู้จักกันเฉพาะในท้องถิ่น แต่ทุกวันนี้กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อที่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนในท้องถิ่น

‘ข้าวแต๋นทวีพรรณ’ สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในชุมชน

‘ข้าวแต๋นทวีพรรณ’ สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในชุมชน

จากเมื่อก่อนที่ข้าวแต๋นทวีพรรณเคยมีกำลังการผลิตเพียง 50 ถุงต่อวัน แต่ขณะนี้เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3,000 ถุงต่อวัน หรือประมาณ 100,000 ถุงต่อเดือน การเติบโตนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อการสร้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านและผู้ที่ต้องการทำงานในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวมากขึ้น
ความสำเร็จนี้ทำให้ข้าวแต๋น ทวีพรรณกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่มีวางจำหน่ายในร้านขายของฝากทั่วประเทศ รวมถึงร้านไทยเด็ดทั่วประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

OR ส่งต่อน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาคเหนือ

ในยามช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตทางธรรมชาติ ดังเช่น สถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่ผ่านมา การแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง OR ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นเติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน จึงไม่รอช้าในการลงพื้นที่เพื่อมอบความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

โดย OR ได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท. สนับสนุนก๊าซหุงต้มกว่า 3,200 กิโลกรัม รวมทั้งได้มอบถุงยังชีพ 3,250 ถุง น้ำดื่มรวมกว่า 9,500 ขวด มอบเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 300,000 บาท และมอบน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants สำหรับรถมอเตอร์ไซค์จำนวน 400 ลิตร ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมให้กับพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างรวดเร็วและตรงจุด และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ OR มุ่งมั่นในการเติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกันกับทุกคน ผ่านการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร การสร้างโอกาสในการทำงานให้กับชุมชน ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ต่างๆ OR ตั้งใจเป็นพลังในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน โดยมุ่งหวังให้ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์ และร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน