ก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยมีคุณสมบัติเป็นพลังงานสะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ ทำให้ก๊าซธรรมชาติกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า แม้ว่าในอดีตประเทศไทยจะสามารถจัดหาก๊าซธรรมชาติได้จากแหล่งในประเทศเป็นส่วนใหญ่แต่ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศ ทำให้การนำเข้าก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีบทบาทมากขึ้น ดังนั้น ราคา LNG ในตลาดโลก จึงส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาร่วมทำความเข้าใจ ปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคา LNG ในตลาดโลกผันผวนกัน

  • ปัจจัยด้านอุปสงค์

ความต้องการใช้ LNG ในตลาดโลกมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคา LNG และเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อมและเศรษฐกิจ เช่น ในช่วงฤดูหนาวที่ยุโรป และอเมริกาเหนือ ความต้องการใช้พลังงานทำความร้อนพุ่งสูงขึ้น ทำให้ราคาก๊าซ LNG สูงตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ฤดูร้อนที่ร้อนจัดในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็ทำให้ความต้องการใช้พลังงานสำหรับทำความเย็นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาก๊าซ LNG ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด – 19 ก็มีผลต่อความต้องการ LNG เช่นเดียวกันเพราะการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ราคาก๊าซ LNG ก็ลดลงตามไปด้วย นอกจากนั้นสถานการณ์ทางการเมือง เช่น สงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่ทำให้ยุโรปต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากขึ้น ก็มีส่วนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

  • ปัจจัยด้านอุปทาน

นอกจากปัจจัยด้านอุปสงค์หรือความต้องการใช้ LNG แล้ว ปัจจัยด้านอุปทานก็มีบทบาทสำคัญต่อราคาLNG ด้วยเช่นกัน การจัดหาพลังงานที่ถูกจำกัดหรือความล่าช้าในการพัฒนาแหล่งผลิตใหม่ๆ ของโลก ทำให้อุปทาน LNG มีจำกัดและกดดันให้ราคาสูงขึ้น เช่น สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน มาตรการ Sanction จากชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียล้วนส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย นอกจากนี้การพัฒนาโครงการ LNG Liquefaction (การแปรสภาพก๊าซธรรมชาติให้เป็นก๊าซธรรมชาติเหลว) ใหม่ๆ ที่ถูกเลื่อนออกไปจากผลกระทบของโควิด – 19 ก็ทำให้เกิดความตึงตัวในด้านอุปทาน ในทางตรงกันข้ามในปี 2015 เมื่อมีการพัฒนาแหล่ง Shale gas ในอเมริกาเหนืออย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคา LNG ลดลงเนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด

การวิเคราะห์แนวโน้มราคา LNG จากสถาบันต่างๆคาดการณ์ว่าราคา LNG จะเข้าสู่ภาวะเสถียรในปี 2028 เมื่อข้อจำกัดด้านอุปทานคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา ซึ่งอาจเกิดจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนสูง

ด้วยความต้องการก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยที่สูงขึ้น การทำสัญญานำเข้า LNG ระยะยาวและการสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน