นับเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน การที่รัฐบาลได้ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนคนไทย โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง หรือบัตร 30 บาท) สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถรับบริการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิได้ทุกที่
ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วม รวมถึงทางเลือกใหม่ที่สะดวกรวดเร็วขึ้น คือ การเข้ารักษาที่ร้านยา และคลินิกเอกชน ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกการพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด หรือคลินิกแพทย์แผนไทย ที่เข้าร่วมในระบบกับ สปสช. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ความสะดวกนี้ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทั่วถึง
เพื่อสานต่อความสำเร็จดังกล่าว ล่าสุดรัฐบาลเตรียมเปิดตัว 30 บาทรักษาทุกที่ ระยะที่ 4 ซึ่งเป็นเฟสสุดท้ายที่จะครอบคลุมทั่วประเทศในอีก 31 จังหวัดที่เหลืออย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ตึกสันติไมตรี ชูความสำเร็จการดำเนินงานตามเป้าหมายภายใน 1 ปี พร้อมประกาศแผนการปฏิรูประบบสาธารณสุขครั้งใหญ่เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนไทยทั่วประเทศ
ผลักดัน 30 บาทรักษาทุกที่สู่ความสำเร็จเพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า
30 บาทรักษาทุกที่ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อไทย โดยได้เริ่มต้นนำร่องใน 4 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2567 และขยายพื้นที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะที่ 1-3 ครอบคลุมไปแล้ว 46 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร
จนกระทั่งล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ได้เห็นชอบให้ดำเนินการ ระยะที่ 4 ครอบคลุมพื้นที่อีก 31 จังหวัดที่เหลือ เพื่อให้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่ ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้แก่คนไทย โดยยึดแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชน การออกแบบ ระบบใบส่งตัวดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และยกระดับระบบสุขภาพดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า และบรรลุเป้าหมายความครอบคลุมภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งพิธีเปิดตัวโครงการในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ จะมีการประกาศความสำเร็จในการขยายโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเน้นย้ำถึงการปฏิรูประบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยจากระดับปฐมภูมิไปสู่ทุติยภูมิและตติยภูมิ
“แนวทางนี้ เป็นการเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ อีกทั้งยังมีการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์รูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนไทยยุคปัจจุบัน”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากความสำเร็จในปีแรก รัฐบาลยังมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นการจัดระบบบริการ ดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ การยกระดับสถานบริการสุขภาพประจำชุมชน (สถานชีวาภิบาล) และการเชื่อมโยงระบบส่งต่อผู้ป่วยให้มีความรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
“ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไทยทุกคนร่วมติดตามการถ่ายทอดสดพิธีเปิดตัวโครงการนี้ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ NBT ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เพื่อรับทราบความสำเร็จของโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ และร่วมก้าวสู่ยุคใหม่ของการปฏิรูประบบสุขภาพไทย” นายสมศักดิ์ กล่าว
ประชาชนได้อะไรจากโครงการ ‘30 บาทรักษาทุกที่’
การขยาย 30 บาทรักษาทุกที่ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยผู้มีสิทธิบัตรทองหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุขในหน่วยบริการระดับปฐมภูมิที่เข้าร่วมที่เข้าร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั่วประเทศได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ ให้สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ที่ประชาชนมีการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น
สำหรับจุดเด่นของ 30 บาทรักษาทุกที่คือการเพิ่มทางเลือกประชาชนสิทธิบัตรทอง 30 บาท นอกจากรักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิ/ประจำตามสิทธิแล้ว ยังสามารถใช้บริการได้ที่ ร้านยาคุณภาพและคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช. โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ไม่ว่าสิทธิบัตรทองจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถใช้ได้ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนหาหมอหลังเลิกงานได้
หน่วยบริการนวัตกรรม คือ ร้านยาคุณภาพและคลินิกเอกชนแต่ละประเภทที่เข้าร่วมกับ สปสช. เพื่อให้บริการประชาชนตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ได้แก่
- ร้านยาคุณภาพ ดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 อาการ ปรึกษาเภสัชกรและรับยาตามอาการ
- คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น รับบริการทำแผล ล้างตา ล้างจมูก เปลี่ยนสายยางให้อาหาร ฉีดยาตามแผนการรักษาของแพทย์ ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น 32 กลุ่มอาการ เช่น เป็นไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะ ปวดท้อง เป็นต้น
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น ตรวจแล็บ 22 รายการ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ ตามใบสั่งตรวจจากแพทย์
- คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น บริการฟื้นฟูผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง สมองได้รับบาดเจ็บ กระดูกสะโพกหัก ไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ จะได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด
- คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน เคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟูลออไรด์ 3 ครั้งต่อคนต่อปี
- คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น ให้บริการตรวจรักษาโรคแบบผู้ป่วยนอก
- คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น นวด ประคบ อบสมุนไพร เพื่อการรักษา
ตรวจสอบรายชื่อร้านยาคุณภาพและคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมกับ สปสช. ได้ที่เว็บไซต์ สปสช.
https://www.nhso.go.th/page/Innovative-services-all-provinces
ในปี 2567 30 บาทรักษาทุกที่ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อระบบสาธารณสุขไทย ด้วยการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการให้บริการ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และมอบความสะดวกสบายให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง รัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพที่เข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน
ผลสำเร็จของ 30 บาทรักษาทุกที่
- ระยะเวลาใช้บริการ ลดลงกว่าครึ่ง จาก 127 นาที/ครั้ง เหลือ 56 นาที/ครั้ง (ระยะเวลาเริ่มวัดจากห้องบัตรจนถึงห้องรับยา)
- ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน (เฉลี่ยลดลง 160 บาทต่อครั้ง)
- ลดการขาดงานของญาติและผู้ป่วย
- สามารถใช้บริการที่หน่วยบริการนวัตกรรม ได้แก่ คลินิกเอกชนและร้านยาคุณภาพที่เข้าร่วมกับสปสช.
ผลลัพธ์ที่สะท้อนความสำเร็จ
- ประชาชนลดการเดินทางไปโรงพยาบาลใหญ่หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด
- ประชาชนไปรักษานอกเวลาราชการได้ที่หน่วยบริการนวัตกรรม (ร้านยาคุณภาพและคลินิกเอกชนในระบบ สปสช.)
- หน่วยบริการนวัตกรรมเป็นทางเลือกแรกของผู้ป่วย พบผู้ป่วยมากกว่า 1 ใน 4 (26.53%) เลือกใช้บริการในหน่วยนวัตกรรม
- ผู้ป่วยที่มาใช้บริการในหน่วยนวัตกรรมมากกว่า 6.5 ล้านคน 15 ล้านครั้ง ใช้เวลารอคอยไม่เกิน 30 นาที
การขยาย ‘30 บาทรักษาทุกที่’ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพที่เข้าถึงได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชนทุกกลุ่ม ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบดิจิทัลและบริการที่หลากหลาย ทั้งโรงพยาบาล คลินิก และร้านยาในเครือข่าย
ซึ่งดำเนินภายใต้วิสัยทัศน์ คนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า รัฐบาลมุ่งมั่นปฏิรูประบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ ด้วยเป้าหมายสุดท้ายคือ การมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้คนไทยทุกคน สู่อนาคตที่ยั่งยืนของระบบสุขภาพไทย
25 ธันวาคมนี้ ร่วมติดตามความสำเร็จครั้งสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ผ่านการถ่ายทอดสดพิธีเปิดตัว “30 บาทรักษาทุกที่ เฟส 4” ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NBT และก้าวไปสู่อนาคตที่คนไทยสุขภาพดีอย่างทั่วถึง ไม่มีข้อจำกัด