พ่อวีรบุรุษตาควาย ยันไม่ได้เก็บดินที่เปื้อนเลือดลูกชายที่เป็นกระแสข่าว แค่ปักธูปเชิญวิญญาณลูกกลับบ้าน ไม่เห็นในตัวปราสาทว่าเป็นทหารไทยหรือเขมร
กรณีที่มีกระแสข่าวและภาพของครอบครัวของทหารกล้า ว่าในช่วงที่ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของหทารกล้าผู้เสียสละ และโกยเลือดจากดินตรงจุดที่ทหารเสียชีวิตกลับด้วยตามที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ ส.อ.กฤษฎา น้อยโคตร ที่ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับคุณพ่อ และครอบครัวของ ส.อ.กฤษฎา น้อยโคตร เกี่ยวกับภาพที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในขณะนี้ พบกับ นายเสพสรรค์ อายุ 55 ปี พ่อของ ส.อ.กฤษฎา
นายเสพสรรค์ เปิดเผยว่า กลุ่มบุคคลที่อยู่ในรูปที่เป็นกระแสข่าวอยู่นั่นใช่คนในครอบครัวของตนจริง มีพ่อ แม่ และญาติพี่น้อง 2 คน ที่เดินทางไปที่จุดที่เกิดเหตุ ที่ทางฝั่งเขมรทิ้งระเบิดมาตรงจุดที่ลูกชายของตนประจำการอยู่จนทำให้เสียชีวิต ซึ่งตนก็จำไม่ได้ว่าเดินทางไปวันที่เท่าไหร่ แต่เดินทางไปในช่วงหลังจากที่ได้เจรจาให้สงบศึกและหยุดยิง
จุดที่เดินทางไปนั่นเป็นจุดที่อยู่ในฝั่งของไทย ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาควายประมาณ 4-5 ร้อยเมตร แต่ตนก็มองไม่เห็นตัวปราสาทเนื่องจากมีป่ารกทึบ และไม่แน่ใจว่าช่วงนั่นทหารไทย หรือทหารเขมร เป็นที่ควบคุมพื้นที่เอาไว้ได้ในตัวปราสาท
นายเสพสรรค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ว่ามีการโกยเลือดจากดินที่จุดดังกล่าวนั่น ตนและครอบครัวไม่ได้โกยดินกลับมาแต่อย่างใด คาดว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะตอนนั่นในรูปตนกำลังปักธูปลงพื้นที่ เพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณของลูกชายให้เดินทางกลับบ้านพร้อมกับครอบครัว ที่เดินทางมาอัญเชิญดวงวิญญาณ โดยพระประกอบพิธีต่างๆ หลังจากประกอบพิธีเสร็จ ตนก็จุดธูปเพื่อบอกกล่าวลูกชายให้กลับบ้านด้วยกัน ก็เท่านั่น ไม่ได้โกยดินกลับมาแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่ว่าปราสาทตาควายยกคืนให้เขมรนั่น ตนเองก็ไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าประชาชนคนไทยหลายคนก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน และยิ่งครอบครัวของทหารที่สละชีวิตปกป้องบ้านเมือง ปกป้องประเทศก็คงไม่เห็นด้วย เนื่องจากทหารทุกคนที่ยอมสละชีพ ก็เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยเอาไว้ ตนเองก็รับไม่ได้ถ้าต้องเป็นแบบนี้




