โรงเรียน แถลงการณ์ประณาม พี่ชายควงปืนบุกทำร้ายนักเรียน ม.2 เจ็บหนัก โต้ปมอ้างน้องป่วย โดนแกล้งจนหมดสติ ยืนยันดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
กรณี นายอับดุลราชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี พี่ชายของนักเรียนชายชั้น ม.2 ถืออาวุธปืนเข้าทำร้ายเพื่อนของน้องชายในห้องเรียนพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ต่อหน้าเพื่อนนักเรียนที่วิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง
ขณะที่กล้องวงจรปิดในห้องเรียนได้จับภาพในขณะที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ต่อมาทางตำรวจออกติดตามตัวนายอับดุลราชิต ได้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน และให้การยอมรับว่า ที่ทำลงไปเพราะโกรธแค้นที่น้องชายโดนแกล้งทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้งจึงได้ไปก่อเหตุ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
- จับแล้ว! ที่แท้พี่ชาย ถือปืนบุกตื้บเด็ก 14 คาห้องเรียน รับเสพยา เผยสุดทน น้องเคยช็อกหัวใจหยุดเต้น
- สุดโหด ผู้ปกครองถือปืนบุกห้องเรียน ใช้ปืนจ่อเพื่อนลูกวัย 14 ตบ-เตะซ้ำ เด็กไหว้ขอชีวิตไม่หยุด
ล่าสุด วันที่ 12 พ.ย.2568 โรงเรียนมุสลิมสันติธรรมมูลนิธิ ปอเนาะทุ่งจีน ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โรงเรียนที่เกิดเหตุดังกล่าว
ออกแถลงการณ์ประณามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใจความว่า เด็กหยอกล้อกันจนบาดเจ็บและเคลียร์ปัญหาแล้ว และเด็กโทรให้พี่ชายมารับ จากนั้นนายอับดุลราชิต ไปที่โรงเรียนแล้วบอก รปภ.ว่ามารับน้อง แต่ปรากฏว่าน้องได้ชี้ตัวเด็กที่แกล้ง นายอับดุลราชิต จึงก่อเหตุดังกล่าวโดยผู้ปกครองจริงๆ ไม่ได้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนมีพนักงานสอบสวนมาบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

“และที่นายอับดุลราชิต ปล่อยข่าวว่า น้องชายป่วยต้องเข้ารับการรักษาเมื่อถูกแกล้งจนหมดสตินั้น ทางโรงเรียนได้สอบประวัติในโรงเรียนแล้วไม่พบว่าป่วย และไม่ได้รับแจ้งว่าถูกแกล้งเป็นประจำ โดยทางผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายในห้องเรียนได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับนายอับดุลราชิต แล้ว และทางโรงเรียนจะเข้าแจ้งความเช่นกันและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความปลอดภัยของเด็ก จึงขอชี้แจงถึงมาตรการรักษาความปอลดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อให้โรงเรียนมีความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน”

สำหรับอาการของเด็กที่ถูกทำร้ายในห้องเรียนขณะยังรักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เบื้องต้นทราบว่ายังอยู่ในการดูแลของแพทย์พยาบาลอย่างใกล้ชิด ล่าสุดทางศึกษาธิการจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเยี่ยมเด็กแล้ว
ส่วนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราชจะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้เช่นกัน ในขณะที่หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ไม่ว่าเด็กจะทะเลาะกันอย่างไร แต่ไม่ควรให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในสถานศึกษาอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

