แม่ร้อง ลูกสาววัย 9 ขวบ ถูก นักศึกษา ม.ดัง ลวงขึ้นเก๋งดำ พาไปที่เปลี่ยวหมายกระทำอนาจาร แต่เด็กร้องไห้ แฟนผู้ก่อเหตุอ้าง แค่จะพาไปกินข้าว

วันที่ 13 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เจ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 9 ปี ว่า ลูกสาวของตนถูกคนขับรถเก๋งสีดำ ล่อลวงให้ขึ้นไปบนรถ ก่อนขับพาไปจอดในที่เปลี่ยว ก่อนกระทำอนาจาร

น.ส.เจ กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 8พ.ย.ที่ผ่านมา น้องเอ ลูกสาวปั่นจักรยานออกจากบ้านไปซื้อขนม และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ร้านค้าในชุมชนหัวนาล่าง เขตเทศบาลเมืองปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากซื้อของที่ร้านค้าเสร็จกำลังปั่นจักรยานกลับบ้าน มีรถเก๋งสีดำ ชายวัยรุ่นเป็นคนขับ ได้เปิดกระจก และตะโกนถามลูกสาวว่า ที่นี่ใช่ชุมชนหัวนาล่างหรือไม่ ซึ่งลูกสาวของตนก็ตอบไปว่าใช่

ก่อนที่ชายคนดังกล่าว จะพยายามชักชวนให้ลูกสาวของตนขึ้นไปบนรถ โดยอ้างว่า มีของบางอย่างจะให้ดู แต่ลูกตนไม่ยอมขึ้นไปบนรถ ทำเพียงชะโงกหน้าเข้าไปดูแต่ก็ไม่พบว่ามีอะไร เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถกระบะขับสวนมา ทำให้ชายคนดังกล่าว บอกให้ลูกตนจอดรถจักรยานที่ข้างทาง เพื่อหลบให้รถกระบะขับสวนออกไปก่อน

จากนั้นชายคนดังกล่าวบอกให้ลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดพื้นที่ว่างริมถนน ก่อนขับรถยนต์แซงขึ้นไป และข่มขู่ให้ลูกสาวตนขึ้นมาบนรถ โดยขู่ว่าหากไม่ยอมขึ้นมาบนรถ จะขับรถตามแบบนี้ไม่ยอมเลิก ทำให้ลูกสาวตนต้องยอมขึ้นไปบนรถคันดังกล่าว

ก่อนที่ชายวัยรุ่นจะขับรถพาลูกสาวไปจอดในซอยเปลี่ยว ซึ่งเป็นที่ทิ้งขยะ ในพื้นที่หมู่ 10 ชุมชนจัดสรรวัดเหนือ 1 ก่อนพยายามกระทำอนาจาร แต่ลูกสาวร้องไห้ และขอให้ชายคนดังกล่าวพากลับไปส่งยังจุดเดิม สุดท้ายชายคนดังกล่าวใจอ่อนและขับรถพาเด็กคนดังกล่าวกลับมาส่งที่จุดจอดจักรยานทิ้งไว้ และขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากลูกสาวของตนขี่รถจักรยานกลับมาถึงบ้าน มีอาการตื่นตกใจอยากเห็นได้ชัด และร้องไห้ตลอดเวลา ทางครอบครัวจึงสอบถามว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น กระทั่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงช่วยกันขี่รถออกตามหารถเก๋งคันดังกล่าวแต่ก็ไม่พบ จึงพาลูกสาวเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้กลับมาติดตามหาหลักฐานจากคลิปกล้องวงจรปิด

ซึ่งครอบครัวได้แยกย้ายกันออกติดตามหาภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิด จนรวบรวมคลิปกล้องวงจรปิดและเห็นหมายเลขทะเบียนรถคันที่ก่อเหตุอย่างชัดเจน จึงเดินทางนำคลิปหลักฐานดังกล่าวไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจสอบหาเจ้าของรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว

กระทั่งทราบว่า เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวเป็นหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต ซึ่งมีภูมิลำเนาเป็นชาว อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และมีแม่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในอำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อไปยัง หนุ่มนักศึกษาคนดังกล่าว แต่ไม่อนุญาตให้ครอบครัวของผู้เสียหายเข้าพบหรือพูดคุยด้วย

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการพูดคุยกับทางผู้ก่อเหตุและครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ทำให้ทราบว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุ ขับรถเก๋งมาหาแฟนสาว ซึ่งอยู่ในชุมชนบ้านหัวนาล่างเช่นกัน แต่ไม่พบแฟนสาวอยู่ที่บ้าน จึงขี่รถตระเวนตามหาแฟนสาว

กระทั่งมาพบลูกสาวของผู้เสียหาย ขี่รถจักรยานอยู่ข้างทาง จึงเข้าไปพูดคุยและชักชวนขึ้นรถ โดยทางผู้ก่อเหตุอ้างว่า ต้องการเพียงจะพาเด็กหญิงคนดังกล่าวไปกินข้าว ไม่ได้กระทำอนาจารใดๆ ซึ่งขัดแย้งกับพฤติกรรมการก่อเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอนุญาตให้ หนุ่มวัยรุ่นก่อเหตุและครอบครัวเดินทางกลับไปได้โดยยังไม่ได้ดำเนินคดีใดๆ

หลังจากนั้น แฟนสาวของผู้ก่อเหตุ ทักข้อความทาง inbox มาพูดคุยกับแม่ ของเด็กหญิงผู้เสียหาย ก่อนจะพยายามอ้างว่า แฟนหนุ่มของตนเองไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ เพียงต้องการจะพาเด็กหญิง ไปทานข้าวเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ได้กล่าวคำขอโทษ และอยากจะขอเข้ามาเจรจากับทางครอบครัวของเด็กหญิงผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม น.ส.เจ แม่ของเด็กหญิงผู้เสียหาย รวมถึงครอบครัวของผู้เสียหาย ได้ตกลงร่วมกันว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ กับทางผู้ก่อเหตุ และอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เนื่องจาก พฤติกรรมการก่อเหตุของผู้ก่อเหตุ ถือเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสังคม ลูกสาวของตนเป็นเพียงเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ไม่ควรจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์ ร้ายแรงเช่นนี้

ทุกวันนี้ ลูกสาวของตนยังคงมีอาการหวาดผวา ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ จากที่เคยเป็นเด็กร่าเริง คุยเก่ง ทุกวันนี้ กลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่กล้าพูดคุยกับใคร ไม่กล้าออกจากบ้านคนเดียว แม้แต่จะออกไปหน้าบ้านในตอนกลางคืนก็ยังไม่กล้า ตนจึงอยากให้ผู้ก่อเหตุถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อจะได้ไม่ไปทำอันตรายกับเด็กหญิงคนอื่นได้อีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน