ไวยาวัจกร วัดดัง ยอมชดใช้ 6 แสนบาท ถอยรถชนด.ญ.7 ขวบดับคาวัด จ่ายค่าทำขวัญให้กับเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ ตร.แจ้งข้อหา เร่งสรุปสำนวนคดี ส่งพนักงานอัยการ

กรณี นายหนูกัณห์ อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัด เข้าเกียร์ผิดถอยชน ด.ญ.กนกพัชร วัย 7 ขวบเสียชีวิต มีเด็กบาดเจ็บอีก 3 ราย ขณะกำลังเดินขบวนแห่บุญเข้ามาภายในวัด โดยมีเด็กๆ มารอเก็บเหรียญโปรยทาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตำรวจเรียกไวยาวัจกร-ผู้เสียหาย มาพูดคุย แต่ยังตกลงกันไม่ได้ ญาติคนตายวอนขอความเป็นธรรม จะไม่เผาศพจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า โดยวันนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ยินยอมรับข้อเสนอของกันและกัน และตกลงชดใช้ค่าเสียหายด้วยความเข้าใจกันและกัน จึงเดินทางมาที่สภ.พล อีกครั้งเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการชดใช้ค่าเสียหาย ให้กับครอบครัวของผู้เสียหาย

โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุ คือนายหนูกัณห์ ไวยาวัจกร เดินทางมากับนายรังสรรค์ ลูกชาย โดยนำเงินสด จำนวน 600,000 บาท ชดใช้ค่าเสียหายให้กับญาติของ ด.ญ.7 ขวบ ที่เสียชีวิต ตามที่เจรจาตกลงกัน

ส่วนคนเจ็บตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันเรียบร้อยเช่นกัน โดยจ่ายค่าทำขวัญให้คนที่เจ็บที่สุด 30,000 บาท และจ่ายค่ารักษาพยาบาลอีก รวมแล้วเป็นเงิน 70,000 กว่าบาท ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ที่บาดเจ็บเล็กน้อยแขนขาถลอกจากการล้ม ได้ไปดูแลจ่ายค่าโรงพยาบาลที่ไปล้างแผล และมีผูกข้อต่อแขนเรียกขวัญ และมอบเงินเป็นค่าทำขวัญ รายละ 3,000 บาท

นายรังสรรค์ (สงวนนามกุล) ลูกชายคนโต เปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจ เพราะไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวกัน จึงพยายามรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่เกิดเรื่อง อยากให้จบด้วยดี ไม่อยากให้เจ็บช้ำทั้ง 2 ฝ่าย เพราะการสูญเสียก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ จึงเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย

แต่ในเมื่อมันเกิดแล้วก็ต้องช่วยกันหาทางแก้ไขช่วยกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจของผู้ที่ยังต้องดำเนินชีวิตต่อ เช่น ครอบครัวผู้สูญเสีย สิ่งที่จะทำให้ได้คือคำว่ารับผิดชอบ ที่พยายามอย่างที่สุดเต็มกำลังที่มี และมีการพูดคุยกันหลายรอบ

กระทั่งเข้าใจกันและกันทั้ง 2 ฝ่าย ที่ต่างรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่น้องๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กลับมารักษาตัวที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ส่วนทางคดีของพ่อก็ยอมรับกับสิ่งที่ทำ พร้อมเข้ารับโทษตามกระบวนการกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.พีระฉัตร สาขา ผู้กำกับ สภ.พล เปิดเผยว่า วันนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ยินยอมรับข้อเสนอของกันและกัน และตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ด้วยความเข้าใจกันและกัน ส่วนด้านคดีเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะกรณีดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ไม่สามารถยอมความกันได้

โดยหลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงค่าเสียหายด้านมนุษยธรรมเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ร้อยเวรเจ้าของคดีจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายหนูกัณห์ ไวยาวัจกรวัด ผู้ก่อเหตุ ในฐานความผิด “กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” โดยจะเร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา มติชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน