ตำรวจเรียกไวยาวัจกร-ผู้เสียหายพูดคุย ยังตกลงกันไม่ได้ ขณะที่ญาติคนตายวอนขอความเป็นธรรม เร่งดำเนินการ จะไม่เผาศพจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง
วันที่ 3 พ.ย.2568 นางบัวศร อายุ 63 ปี และนายกลวัชร อายุ 32 ปี ย่าและพ่อด.ญ.กนกพัชร อายุ 7 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ นายหนูกัณห์ อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรของวัด ถอยรถชนจนเสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้องเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอน โดยมีคู่กรณีเดินทางมาพบเช่นกัน
โดย นายหนูกัณห์ นั้นเดินทางมากับลูกชาย ซึ่งต้องใช้ไม้พยุงเดิน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกขณะเกิดเหตุ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าห้องสอบสวน เพื่อพูดคุยตกลงกันในส่วนของค่ารักษาเยียวยาต่างๆที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยโดยมีพนักงานสอบสวนเป็นคนกลาง
ด้านนางบัวศร อายุ 63 ปี ย่าผู้เสียชีวิตบอกว่า ตอนเกิดเหตุไม่ได้ไปร่วมงาน โดยหลานสาวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในส่วนเหตุการณ์ช่วงอยู่วัดนั้น ตนเองอยู่ด้านหลัง ส่วนหลานอยู่ด้านหน้า ก่อนที่รถเก๋งจะพุ่งถอยหลังชนกับต้นไม้ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องของชาวบ้าน พากันพูดว่ารถถอยชนต้นไม้
ตนเองก็ได้ถามๆกันว่า ได้ชนคนไหม มีใครอยู่ใต้ท้องรถไหม ก่อนจะพากันไปยืนดูอยู่ตรงต้นไม้ ทีแรกไม่คิดว่าเป็นหลานตัวเอง พอไปดูก็เห็นป้าของหลานสาวอุ้มเอาไว้ และเห็นเด็กคนอื่นๆ มีชาวบ้านมาช่วยกันอุ้มเช่นกัน พอหลานสาวเห็นตนเองรีบมากอดบอกว่าเจ็บ เห็นบาดแผลของหลานสาว ใต้ตาขวาฉีกเลือดออกอาบเต็มหน้า ตนเองบอกหลานอย่าหลับ ก่อนที่รถพยาบาลจะมารับไป รพ.
หมอเอ็กซเรย์บอกน้องมีเลือดออกเยอะจะส่ง รพ.ขอนแก่น แต่ก็ไม่ส่งสักที ก่อนจะเอาไปเอ็กซเรย์อีกครั้ง ก่อนจะแจ้งว่า หลานม้ามแตก ตับแตก กระดูกแตก ซี่โครงหัก ตนเองก็คิดหลานไม่น่ารอด พอเอ็กซเรย์มาเสร็จหลานก็บอกคนเองว่าเจ็บมากๆ กลัวมาก ซึ่งก็ได้แต่บอกว่า ให้อดทนถึงมือหมอแล้วเดี๋ยวก็หาย ก่อนที่หมอพยาบาลจะมาทำแผลที่ศีรษะให้ และหลานสาวจะหมดสติ และเสียชีวิตตอนช่วงประมาณ 20.00 น. ในส่วนทางคู่กรณีนั้นได้ให้เงินช่วยเหลือค่าทำศพ 20,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวจะยังไม่เผาศพ จะรอพูดคุยไกล่เกลี่ยกันก่อน

ส่วนที่บ้านของด.ญ.กนกพัชร หมู่ 7 ตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ครอบครัวและญาติๆได้ตั้งศพน้องเอาไว้ภายในบ้าน โดยมีญาติญาติและเพื่อนบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับรอแขกที่จะมาร่วมในพิธีสวดอภิธรรมศพคืนนี้ โดยแต่ละคนอยู่ในความโศกเศร้าที่เสียคนที่รักไป
นางนวลจันทร์ ย่าของน้อง บอกว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองได้ยินเสียงสตาร์ทรถ และรถเก๋งก็ถอยหลังอย่างรวดเร็ว เห็นเด็กๆถูกรถชน จึงรีบพากันเข้าไปดู โดยเด็กชายถูกชนไปอีกทาง ส่วนหลานสาวรถถอยออกจึงมองเห็น ส่วนเด็กชายอีกคนอยู่ใต้ท้องรถ หลังจากรถถอยชนกับต้นไม้ ถ้าไม่ชนต้นไม้ก็ไม่รู้ว่าเด็กชายจะไปถึงไหน

ตอนเห็นเหตุการณ์ทีแรกไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับหลานสาวตัวเอง ตนเองทั้งตกใจทั้งร้องไห้ สงสารเด็กๆ ช่วงเกิดเหตุนั้นชาวบ้านต่างพากันอุ้มเอาหลานตัวเองออก เพราะเหมือนรถจะเดินหน้าอีก ก่อนที่ตนเองจะไปหาหลานสาวกับญาติๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนั้นรับไม่ได้ สงสารหลานสาวที่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ หลังเกิดเหตุคนขับยังไม่ได้มางานศพ มีเพียงภรรยาและลูกมาร่วมงานเท่านั้น
อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยไกล่เกลี่ยกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ และอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ขอพูดคุยกับทางคนขับรถเก๋ง แต่เจ้าตัวยังไม่ขอให้ข้อมูลใดใดกับสื่อมวลชน โดยความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง