รอง ผบช.ภ.5 โต้ “อัจฉริยะ” ปมร้องเรียนเอี่ยวเว็บพนัน-เรียกรับผลประโยชน์ ลั่นถูก ตร.ตั้งคณะกรรมการสอบสวน จนพ้นมลทินไปแล้ว ถามกลับ หวังผลอะไร

จากกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องเรียนยื่นหนังสือและหลักฐานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอให้ตรวจสอบตำรวจ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันและการเรียกรับผลประโยชน์ มีการกล่าวอ้างพาดพิงถึงนายตำรวจ 3 ราย ซึ่งในนั้นมี รอง ผบช.ภ.5 ด้วย

ล่าสุดวันที่ 19 พ.ย.68 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 กล่าวว่า เดิมตนเป็นนักกีฬาฟุตบอลระดับจังหวัดทั้งเชียงใหม่และลำพูนตั้งแต่เด็ก พอโตมามีหน้าที่การงานก็ร่วมกับเพื่อนตั้งทีมราชันโคขาว ลำพูนวอริเออร์ ขึ้นมา โดยตนเป็นผู้บริหารตั้งแต่ปี 2553

ต่อมาปี 62 มีกลุ่มผู้บริหารใหม่มาขอซื้อสโมสร โดยเป็นกลุ่มคนที่ทำธุรกิจสถานประกอบการ ซึ่งตนไม่รู้จักกันมาก่อน เมื่อมีการตกลงซื้อขายกัน เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นปี 62 ผู้บริหารชุดใหม่ก็ค่อยๆ เข้ามา เพราะต้องทำ club licensing ตามกฎสมาคมฟุตบอล

มีการวางมัดจำผ่อนตามข้อตกลง โดยโอนเงินเข้าบัญชีตน 2 ครั้งๆ ละ 1 ล้านบาท จนเมื่อเดือน ส.ค.63 ก็กลายเป็นผู้บริหารใหม่ทั้งหมด คงค้างชื่อตนเป็นหุ้นส่วนในทุนจดทะเบียนใหม่ที่ 10 ล้านบาท ซึ่งตนถือหุ้นเพียง 1 หมื่นบาทหุ้นเดี่ยว

ต่อมาดีเอสไอได้ทำคดี นายพงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก หรือ “บอสตาล” อดีตประธานสโมสรฟุตบอลลำพูนวอริเออร์ กับพวก ถูกจับติดคุก ทรัพย์สินโดนยึดไปแล้ว ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินยกฟ้องข้อหาเจ้าของเว็บพนัน ฟอกเงิน โดยโดนแค่ข้อหาโพสต์เชิญชวน และรับโทษตามกฎหมายถึงที่สุดไปแล้ว

ตนขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับบอสตาล ในเรื่องเว็บพนัน เพราะตอนที่บอสตาล ถูกจับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตนขึ้นมา ตนก็ได้นำหลักฐานในการซื้อขายสโมสรและเอกสารอื่นๆ ไปยืนยันความบริสุทธิ์ และพ้นมลทินมาแล้ว

ตนเป็นข้าราชการ เราไม่ผิด ชี้แจงและตรวจสอบจบไปแล้ว ในรอบนี้ก็มาโยงตน เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ดี เพื่อใส่ร้ายองค์กร ทุกอย่างที่ผ่านมาตนได้ชี้แจงผ่านกระบวนการไปหมดแล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าเอาตนมาโยงอีกทำไม เพื่ออะไร หวังผลอะไรอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน